รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

ธนา ชีรวินิจ หารือเกี่ยวกับข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการเพิกถอนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโอนอำนาจให้ศาลอุทธรณ์ในการพิจารณาพิพากษา และการกำหนดระยะเวลาการพิจารณาไว้ที่ 30 วัน ซึ่งธนา ชีรวินิจมองว่าเป็นข้อจำกัดที่อาจทำให้กระบวนการไม่สมดุลและอาจทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

การที่ท่านไปเขียนว่า ศาลอุทธรณ์ ให้มีอำนาจในการพิจารณาพิพากษา แล้วท่านเขียนแค่นี้นะครับ มันหมายถึงท่านให้อำนาจ ศาลอุทธรณ์กลางพิจารณาพิพากษาเท่านั้น ศาลอุทธรณ์กลางอยู่ที่ไหน อยู่กรุงเทพฯ ครับ และมีแห่งเดียว นั่นหมายถึงว่าคนที่จะมีปัญหาในการที่จะคัดค้านเพิกถอนผลการเลือกตั้ง สิทธิของการเลือกตั้งไม่ว่าก่อนหรือหลังการรับรองผลการเลือกตั้ง ต้องวิ่งมาที่กรุงเทพฯ มายื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ที่กรุงเทพฯ แล้วท่านกำหนดระยะเวลา ๓๐ วันครับ เกิดปัญหา อะไรครับ เกิดปัญหาก็คือว่าในอดีตท่านให้ กกต. ในการพิจารณาแล้วก็สรุปความเห็น และมีคำวินิจฉัย เขาก็มีคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เป็นจังหวัด เป็นอำเภอเขาไปทำอยู่ เขารวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงและเป็นการส่งข้อมูลกันภายในองค์กรของเขา มันก็ใช้เวลา รวดเร็วพอสมควรครับ เมื่อสรุปความเห็นส่งคณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง เขาก็สามารถ วินิจฉัยความเห็นนั้นได้ก็จะร่นระยะเวลาได้ในระดับหนึ่ง แต่ว่าวันนี้ท่านไม่ให้ กกต. ใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยอย่างไรครับ ท่านไปโอนให้ศาลอุทธรณ์ พอโอน ให้ศาลอุทธรณ์หมายถึงอะไรครับ หมายถึงกระบวนการที่จะมีการเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง หรือเพิกถอนการเลือกตั้งมันมาได้ ๒ ทาง ๑. มาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๒. มาจาก พี่น้องประชาชนที่ยื่นร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ถ้ามาจาก กกต. ครับท่านประธาน นั่นหมายถึงว่าท่านจะต้องใช้สรุปสำนวนการสอบสวนของ กกต. ท้องถิ่น ท้องถิ่นส่งมาที่ กกต. อำเภอ กกต. อำเภอส่งมาที่ กกต. จังหวัด กกต. จังหวัดสอบสวนพยานหลักฐานต่าง ๆ ส่งความเห็นไปที่ กกต. กลาง คือ ๕ เสือนั้นละครับ กกต. กลางพิจารณาเรื่องร้องเรียน เลือกตั้ง ๗๗ จังหวัดทั้งประเทศ สมมุติว่ามีเรื่องร้องเรียนเลือกตั้งจังหวัดละ ๑๐๐ เรื่อง เพราะมันมีกี่อำเภอละครับท่านประธาน ๑๐๐ เรื่องนี้มัน ๗,๐๐๐ กว่าเรื่องนะครับ การสรุปสำนวน ความเห็น ขั้นตอน การเดินทางกว่าจะไปถึง กกต. พิจารณาสำนวนใช้เวลา เท่าไรครับ พอใช้เวลาเสร็จต้องสรุปสำนวนเพื่อส่งให้ศาลอุทธรณ์ครับ การพิจารณา ในศาลอุทธรณ์ เขาก็ต้องใช้กระบวนการวิธีพิจารณาความครับ เพราะท่านไม่ได้ไปกำหนดให้เขา ท่านไม่ได้คุยกับเขาอย่างไรครับว่า ในเรื่องนี้ท่านจะได้เขียนไว้ใหม่ว่าการพิจารณาของศาลอุทธรณ์นั้น ให้พิจารณาเป็นคณะกรรมการหรือว่าให้พิจารณาอย่างไร เมื่อท่านไม่เขียนนี่นะครับ เขามีวิธีพิจารณาความของศาลอุทธรณ์เขาก็ต้องไปหยิบยกวิธีพิจารณาความแพ่ง ความอาญามา ความแพ่ง ความอาญาหมายความว่าอย่างไรครับ หมายถึงว่าต้องมีผู้ร้อง มีผู้เสนอหลักฐาน ยื่นบัญชีพยาน ระบุเหตุผล ระบุหลักฐานในการที่จะขอให้เพิกถอน ต้องนำ พยานหลักฐานเข้าสู่การพิจารณาของศาล ศาลรับคำร้องต้องนัดวันพิจารณา พิจารณากี่วัน ก็ต้องว่ากันไป พยานกี่คน หลักฐานพอหรือไม่ พิจารณาเสร็จแล้วกรณีอย่างนี้ท่านให้เวลาเขา ๓๐ วัน กว่าท่านไปยื่นคำร้องศาลอุทธรณ์ กว่าศาลอุทธรณ์จะได้นัดหมายท่านเพื่อนำเอกสาร มายื่นมาสืบพยานใช้เวลาเท่าไร ศาลก็ต้องไปเขียนคำวินิจฉัยเพื่อพิพากษาให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน ท่านเห็นหรือยังครับ แล้วท้ายที่สุดท่านเขียนไว้อย่างนี้เพื่อให้คนที่เลือกตั้ง สสร. ทำอย่างไรก็ได้ครับ ให้เลือกตั้งให้ได้มาก่อนแล้วคุณได้เป็น สสร. แน่นอน เพราะท่านให้เวลา กกต. ๑๕ วันรับรองเขาอย่างไรครับ ๑๕ วันเอาเวลาที่ไหนไปทำครับท่านประธาน วันนี้ ส.ส. ที่เลือกตั้งกันมาปีหนึ่งแล้วครับ ยังพิจารณากันไม่เสร็จเลยครับ เพราะการที่จะไปพิจารณา พิพากษาว่าเขามีความผิดหรือไม่นี่มันต้องมีเหตุผล มันต้องมีหลักฐานชัดเจน นี่อย่างไรครับ ว่าการที่ท่านเขียนอย่างนี้ก็ท่านจะปล่อยผีอย่างไรครับ ปล่อยผี สสร. ให้เข้ามาอย่างไรครับ เลือกตั้งอย่างไรก็ได้ ใช้จ่ายอย่างไรก็ได้ เพราะกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างไรครับ เขากำหนดค่าใช้จ่ายว่าเมื่อเสร็จเลือกตั้งท่านต้องยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายภายใน ๑ เดือน แล้ว ๑ เดือนจะทันไหมครับ ๑ เดือนท่านต้องไปรับรองให้เสร็จแล้วครับ กกต. ต้องรับรอง ภายใน ๑๕ วัน เขาจะใช้จ่ายเท่าไรไม่มีผลในการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเขาเลยอย่างไรครับ แล้วศาลอุทธรณ์ก็ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน ๑ เดือน ก็นี่อย่างไรครับท่านประธาน อยากที่จะได้รัฐธรรมนูญ อยากได้ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วทำไม ไม่มองกระบวนการอย่างนี้ละครับว่ามันจะเป็นการขัดขวางคนดีคนมีความรู้ที่เขาตั้งใจ ที่มาทำงาน แล้วผ่านการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม มันทำได้หรือเปล่า แล้วเมื่อท่าน ไปกำหนดว่ามันคือศาลอุทธรณ์กลางแล้วพยานที่ไหนจะมาให้การกับท่านละครับ ใครจะเป็นคน จ่ายค่าเลือกตั้ง ใครจะเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายที่เขาต้องเดินทางมา ถ้าคุณร้องการเลือกตั้ง ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน