รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติ และวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของสภาในการพิจารณาเรื่องนี้ รวมถึงเรียกร้องการพิจารณาข้อยกเว้นในการเลือกตั้ง

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ทำไมท่านประธาน ฟังเรื่องนี้ไม่ได้ครับ ผมยังไม่พูดนอกประเด็นเลยแล้วผมกำลังจะชี้ว่านั่นคือเกิดปัญหาอะไร ท่านประธานฟังผมสิครับ ในมาตรา ๘๓ ในกรณีที่การลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง ไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย หรือเหตุสุดวิสัยอย่างอื่น ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันเลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งผมจะไม่อ่าน เขามีอำนาจในการเลื่อนวันเลือกตั้งได้ ทำไมผมหยิบยกตรงนี้มาครับ หยิบยกมาก็เพราะว่า รัฐธรรมนูญที่ท่านเขียนว่าท่านกำหนดทุกตารางเวลาเลยครับ เมื่อผ่านความเห็นชอบ ของรัฐสภา ๗๕ วันต้องมีการเลือกตั้ง สสร. ๑๕ วัน กกต. ต้องรับรอง ๑ เดือน ศาลอุทธรณ์ ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ ๒๕ วันต้องมีการรับสมัครรับเลือกตั้ง สสร. ท่านเขียนไว้อย่างนี้หมดแล้ว ผมถึงบอกว่าจะเกิดปัญหา มันจะเกิดอะไรครับท่านประธาน สมมุติว่าในระหว่างดำเนินการ กระบวนการการเลือกตั้งท่านประธานไปกำหนดว่า ๒๕ วันต้องให้มีการรับสมัครเลือกตั้ง ให้เสร็จ สมมุติว่าในระหว่าง ๒๕ วันนั้นมันเกิดอุทกภัยร้ายแรงเกิดแผ่นดินไหวที่มันเกิดขึ้นอยู่ ตอนนี้ครับ มันเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดอย่างไรครับ แล้วมันไม่สามารถดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญที่ไปเขียนไว้ละเอียดอย่างนี้นะครับ หรือสมมุติว่าวันเลือกตั้งมีจังหวัด ๒ จังหวัดเกิดปัญหาจัดการเลือกตั้งไม่ได้ แต่ท่านไม่ได้เขียนเหตุแห่งการยกเว้นไว้เลยอย่างไรครับ ท่านกำหนดไว้เป๊ะ ๆ หมดครับ แล้วถ้ามันเลือกตั้งไม่ได้ กกต. ไม่มีอำนาจขยายได้ เพราะมันขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แล้วท้ายที่สุดเกิดอะไรขึ้น สสร. ก็มีไม่ได้อย่างไรครับ เพราะมันไม่ได้เลือกตั้งครบทุกจังหวัด นี่คือสิ่งห่วงใยของผมแล้วมันมีประโยชน์ไหมครับท่านประธาน มันมีประโยชน์เพราะว่าอยู่ ๆ ท่านไปหยิบกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นมา ท่านมีเวลาในการพิจารณาเพียงแค่วันเดียวครับ ท่านไม่ได้ดูลึกไปในรายละเอียดว่ามันจะมีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง แล้วมันไม่มีกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับไหนหรอกครับที่เขียนกันไว้ขนาดนี้ เร่งรัดจำกัดเวลากันชัดเจนขนาดนี้ แล้วท้ายที่สุดถ้ามันเลือกตั้งไม่ได้ กกต. ขยายไม่ได้ หรือเลือกตั้งเกินกว่ากำหนดในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ท้ายที่สุดการเลือกตั้งนั้นมันก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้ว ๗๗ จังหวัด สมมุติว่า มันเกิดเลือกตั้งได้แค่ ๗๕ จังหวัด เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งมันเลือกตั้งไม่ได้ หรือเกิดแผ่นดินไหวอย่างนี้ท่านประธาน ของอย่างนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามันอาจจะเกิดขึ้น กฎหมายถึงต้องมีข้อยกเว้นอย่างไรครับ แต่ว่าท่านไปกำหนดระยะเวลาไว้จนกระทั่ง ท่านไม่ยอมให้มีข้อยกเว้น แล้วท้ายที่สุดถ้ามันเกิดเรื่องขึ้นมา การเดินหน้าในการแก้ไข รัฐธรรมนูญก็ทำไม่ได้อย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไว้ก็คือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องตั้งธงไว้สำหรับผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนแล้วก็ประเทศชาติ ถ้าท่านตั้งธงอย่างนี้ท่านก็จะไม่มีปัญหาเรื่องของ ระยะเวลาเลยครับ เพราะความเห็นพ้องในการที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นคือ สิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วรรคสุดท้ายแล้วครับท่านประธาน วรรคสุดท้ายท่านไปเขียนเพิ่มเติม การวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับการคัดค้านตัดสิทธิการเลือกตั้ง การเพิกถอนผลการเลือกตั้ง ทั้งก่อนและหลังการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็นอำนาจ หน้าที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ศาลอุทธรณ์ ได้รับคำฟ้อง ผมเรียนกับท่านอย่างไรครับว่าตอนพิจารณาคณะกรรมาธิการไม่เชิญศาลอุทธรณ์มา ไม่รับฟังปัญหาของเขาว่าเขาทำได้หรือไม่ ในเงื่อนไขที่เราจะกำหนดไว้ในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ท่านคิดแต่เพียงอย่างเดียวครับว่าเมื่อท่านมีอำนาจท่านใส่ไว้คนที่มีหน้าที่ ต้องปฏิบัติตาม แล้วท้ายที่สุดจะเกิดปัญหาหรือไม่ ผมยกตัวอย่างท่านครับ ท่านไปใส่คำว่า ให้เป็น อำนาจของศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษา ผมก็ได้ปรึกษากับท่านผู้พิพากษาผู้ใหญ่หลายท่าน และโดยเฉพาะผู้พิพากษาที่อยู่ในศาลอุทธรณ์ เขาบอกว่าการที่ท่านเขียนอย่างนี้ ในความหมายของศาลอุทธรณ์ซึ่งเขามีคำบัญญัติความเขาอยู่ ถ้าในกรณีเขียนถึงแค่คำว่า ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษา ความหมายในวรรคสุดท้ายของท่านหมายถึงเฉพาะ ศาลอุทธรณ์กลางเท่านั้นครับ