รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕

เทพไท เสนพงศ์ หารือเรื่องความเชื่อของรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำความสำคัญในการเร่งรัดให้เสร็จสิ้นภายใน 75 วัน พร้อมเสนอการแก้ไขเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่ต้องออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อความเร็วและความเหมาะสม

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผมแหมเสียดายท่านประธานจำชื่อผมไม่ได้ คนทั้งประเทศจำชื่อผมได้ครับท่านประธาน ผมเรียนกับท่านประธานผมไม่ได้ออกไปไกลไหนครับ แล้วก็ไม่ได้เอ่ยถึงบุคคลภายนอกแม้แต่ ชื่อเดียวนะครับท่านประธาน คือผมทราบว่าชื่อบางชื่อเอ่ยไม่ได้ครับ เอ่ยแล้วมันจะเต้นกัน ทั้งสภา ผมก็ไม่เอ่ย ผมก็พูดในกรอบของข้อบังคับ แล้วผมก็ทราบดีว่าข้อบังคับมีแค่ไหน แล้วผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยผมก็รู้ว่าขอบเขตที่ผมจะพูดนี่แค่ไหน แต่ที่ผม จะยกประกอบเรื่องความเชื่อของคนเพื่อประกอบเรื่องความเชื่อของรัฐธรรมนูญ ผมบอกว่า เด็กอนุบาลนี่เชื่อพ่อแม่ เด็กเล็กนี่เชื่อพี่เลี้ยง เด็กประถมศึกษาจะเชื่อครู คุณครูพูดอย่างไร ก็จะเชื่อ มัธยมศึกษาจะไม่เชื่อใคร เชื่อเฉพาะเพื่อนครับท่านประธาน พอจบมัธยมศึกษา มาเรียนปริญญาตรีคนเหล่านี้จะเชื่อตัวเอง คิดว่าตัวเองมีความสำคัญมากที่สุด จบปริญญาตรี มาปริญญาโทคนเหล่านี้เชื่อทฤษฎีครับ เพราะเรียนทฤษฎีมากครับ แต่ว่าพอจบปริญญาโท มาเรียนปริญญาเอกคนเหล่านี้เชื่อหมอดูครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคนบางคน ท่านประธานก็ดูนะครับว่ามียศเป็นตำรวจก็จริงนะครับ แต่ว่าจบปริญญาเอกซึ่งก็เชื่อหมอดู เพราะฉะนั้นความเชื่อของรัฐธรรมนูญมันก็มีเรื่องที่เป็นไปได้ครับท่านประธานว่าทำไม จึงเร่งรัดให้เสร็จสิ้นภายใน ๗๕ วันสำหรับกระบวนการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วทำไมต้องขีดเส้นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องทำให้เสร็จภายใน ๒๔๐ วัน ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ท่านประธาน ทั้งหมดนี้ผมก็เลยต้องแปรญัตติว่าในระยะเวลาที่มันเหมาะสมคือ ๑๒๐ วัน นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมแปรญัตติครับท่านประธานครับ

ในประเด็นที่ ๒ ผมเสนอตัด ๒ วงเล็บครับ ก็คือจากร่างเดิม ของคณะรัฐมนตรีบอกว่าให้คณะกรรมการให้ดำเนินการให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา กำหนดวันเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญภายใน ๑๕ วันตั้งแต่วันที่รัฐสภามีมติ ให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งอันนี้ผมตัดเพราะไปสอดคล้องกับในมาตรา ๒ ที่ผมแปรญัตติว่าควรจะมีพระราชกฤษฎีกาแล้วก็หลังจากประกาศแล้ว ๓๐ วัน รวมไปถึง ผมตัดในพระราชกฤษฎีกาตามวรรคสองกำหนดวันเลือกตั้งโดยกำหนดให้ไม่เกิน ๔๐ วัน นับตั้งแต่วันครบกำหนดระยะเวลารับสมัครรับเลือกตั้งและจะต้องกำหนดเป็นวันเดียวกัน ทั่วราชอาณาจักร ข้อนี้ที่ผมตัดก็คือเพื่อไปให้สอดคล้องกับเงื่อนไขเวลา ๑๒๐ วัน ที่ผมได้เสนอแปรญัตติ แต่ประเด็นสำคัญครับท่านประธานครับที่ผมจะต้องอภิปรายก็คือว่า เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งร่างเดิมบอกว่าให้เป็นไป ตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยอาจนำหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมาใช้โดยอนุโลม แต่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็ได้แก้ไขครับ ผมพูดโดยรวมก็คือให้แก้ไขโดยใช้กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นครับ จากร่างเดิมใช้กฎหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งมาใช้โดยอนุโลม ผมก็คิดว่าก็พอฟังได้ครับ ท่านประธานครับว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น กฎหมายที่จะมาใช้ก็ควรจะเป็นกฎหมายลักษณะหรือระดับที่เป็นกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าที่ผมไม่เห็นด้วยก็คือว่าการใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้ง ส.ส. ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องเขตเลือกตั้งเพราะ ส.ส. ในจังหวัดมีหลายเขต แต่ว่า กรรมาธิการเสียงข้างมากเสนอเป็นการเลือกตั้งใช้วิธีการเลือกตั้งของ ส.ว. อันนี้ผมก็คิดว่า มีแนวโน้มความเป็นไปได้สูงกว่าเลือกตั้งแบบ ส.ส. เพราะ ส.ว. มีการเลือกตั้งจังหวัดละ ๑ คน ซึ่งดูแล้วมันก็สอดคล้องกับการเลือกตั้ง สสร. ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) คือจังหวัดละ ๑ คนครับ แต่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าประเด็นนี้ได้มีการถกเถียง และพูดคุยกันมากในที่ประชุมกรรมาธิการครับ หลายคนก็บอกว่าเมื่อการเลือกตั้งสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญก็ควรที่จะมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ก็ผมเองละครับท่านประธานเสนอในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการว่าทำไมเราไม่ถาม ความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติว่าเขามีความสะดวกไหม ที่การเลือกตั้ง สสร. จะหยิบยกเอากฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งขึ้นมาใช้ ซึ่งเบื้องต้นบอกว่า กฎหมายเลือกตั้งฉบับของ ส.ส. นี่ครับ ท่านประธานกรรมาธิการก็ได้ทำหนังสือไปยัง กกต. เพื่อสอบถามความเห็นของ กกต. มาครั้งแรกฉบับแรกครับ ฉบับวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕ ที่ ลต ๐๓๐๑/๔๒๑๙ ครับ เป็นตัวแทน กกต. เลย ลงนามโดยเลขาธิการคณะกรรมการ การเลือกตั้ง นายภุชงค์ นุตราวงศ์ ข้อสรุปชัดเจนมาครับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ประชุมแล้วก็มีมติครับ ผมไม่อ่านหนังสือทั้งหมดนะครับ เอาขมวดเฉพาะสาระสำคัญ เขียนมาชัดเจนตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยบอกว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเห็นว่า ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ควรจะมีหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยออกเป็นกฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไว้ เป็นการเฉพาะ หมายความว่าอย่างไรครับ ท่านประธานครับ หมายความว่าความเห็น ของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. ขึ้นมาฉบับหนึ่งครับ จดหมายฉบับนี้มาถึงคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการก็พิจารณาพูดคุย ทุกคนก็เห็นด้วยว่าเพื่อความสบายใจ เพื่อความรอบคอบก็ควรที่จะมีกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. ไม่นานครับ ท่านประธานครับ กลับไปแค่ข้ามคืนเดียว ผมไม่ทราบว่าสัญญาณมาจากไหน รีโมท (Remote) มาจากไหนครับ ก็บอกว่าไม่เห็นด้วย กับการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สสร. ครับ ถามว่าทำไม ท่านประธานครับ ที่เขาไม่อยากออกเพราะเป็นการออกเป็น พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ จะต้องใช้วิธีการเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครับ และจะต้องมีการพิจารณา ๓ วาระ ซึ่งจะต้องใช้เวลาก็ประมาณ ๒-๓ เดือน ถ้าใช้ระยะเวลา ๒-๓ เดือน ก็จะเสียเวลายืดออกไปอีก ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับวันเวลา ที่นายใหญ่เขาต้องการ ที่ไปดูหมออีทีไว้แล้ว หรือไปดูหมอที่ประเทศเขมรไว้แล้ว หรือที่ไหน ก็ตามครับท่านประธาน มันไม่ตรงกับดวง เขาก็เลยส่งสัญญาณบอกว่าต้องหากฎหมายอะไรก็ได้ ที่มาเทียบเคียงโดยไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ คนที่รับใช้ใกล้ชิด ทำตัวเป็นตัวแทน ท่านประธานก็คงทราบครับ หาวิธีการพลิกแพลงทุกรูปแบบ ค้นคว้า หาแนวทางเพื่อที่จะให้เป็นที่พออกพอใจของนายใหญ่โดยเอากฎหมายฉบับไหนขึ้นมาได้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมาร่างกฎหมายใหม่เพื่อที่จะเสียเวลาครับ