วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ แสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินการของประธานสภาและกรรมาธิการ โดยกล่าวหาว่าพวกเขาไม่ได้ดึงประเด็นไปสู่ประเด็นหลัก และไม่ฟังข้อเสนอแนะของสมาชิกสภา นอกจากนี้ วิชาญยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการผูกขาดของเครือข่ายญาติของนักการเมืองในการเข้ารับเลือกตั้ง และเสนอแนะการเพิ่มเงื่อนไขในการเลือกตั้งส.ส. เพื่อหลีกเลี่ยงการผูกพันของพรรคการเมือง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าที่จริงแล้วการที่เราใช้เวลา ๕ วัน ท่านประธานครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าท่านประธานที่ทำหน้าไม่ได้ยึดข้อบังคับ โดยเฉพาะในข้อ ๕ กับข้อ ๔๓ เพราะว่าท่านสมาชิกที่อภิปรายไปส่วนใหญ่ก็อภิปรายออกนอกประเด็นไปมาก ท่านประธาน ก็ไม่ได้ดึงกลับมา ประกอบกับอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือท่านกรรมาธิการ ที่อยู่ข้างบน ผมไม่ทราบว่าท่านใช้อะไรในการพิจารณานะครับ เพราะว่าสิ่งที่เป็นข้อเสนอ ของเพื่อนสมาชิกในหลาย ๆ ประเด็นที่เป็นประเด็นที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการที่จะ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน แต่ท่านก็ดื้อ ไม่ฟังอะไรเลย จึงเป็นที่มาของการที่ต้องใช้เวลานาน ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าผมได้สงวนคำแปรญัตติ ในมาตรา ๒๙๑/๓ ไว้ โดยขออนุญาตนอกจากใน (๑) ที่กรรมาธิการได้เพิ่มไปแล้ว ได้มีการ ขอเพิ่มเติมใน (๔) และ (๕) ใน (๔) ก็คือในกรณีเป็นบุพการี คู่สมรสหรือบุตรของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมือง หรือถ้าเราพูดรวม ๆ ก็คือเครือข่ายญาติของนักการเมืองนะครับ และใน (๕) ขอเพิ่มก็คือข้อห้ามที่ว่า สมาชิก สสร. นั้นจะต้องไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่ง ใดในพรรคการเมือง หรือเคยเป็นสมาชิกหรือเคยดำรงตำแหน่งและพ้นจากการเป็นสมาชิก หรือการดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมืองมาแล้วยังไม่เกินห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมต้องสงวนใน ๒ ส่วนนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าในช่วงเวลา ที่ผ่านมาเราจะเห็นนะครับ เวลามีการลงสมัครรับเลือกตั้งอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นระดับ ท้องถิ่นหรือระดับชาติเราก็จะมีเครือข่าย เครือญาติของนักการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง กรรมการพรรคการเมือง เข้าไปลงเพื่อจะขอให้ประชาชนเลือกตั้งเข้ามาเป็นสมาชิกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มันเหมือนกับว่า ในประเทศไทยเรานี้มีเครือญาติของนักการเมืองเท่านั้นเองที่จะมีสิทธิ ที่จะมีความรู้ ความสามารถ เป็นเสมือนกับว่าท่านผูกขาดในเรื่องของความรักชาติบ้านเมือง ครอบครัวอื่น ตระกูลอื่นไม่สามารถที่จะเข้ามาได้ ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่เรากังวลก็คือว่าถ้าเราจะร่างรัฐธรรมนูญ ที่เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองแล้วคนเหล่านี้เข้ามาผูกขาด เข้ามาเป็นระบบ ถามว่า แล้วการเมืองเราจะอิสระจากที่เราเป็นอยู่ได้อย่างไร อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ที่ในกรณี ที่เชื่อมโยงถึงเรื่องของการที่นักการเมืองเข้ามา ผมคิดว่าอีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องก็คือ ถ้าคิดว่าต้องการญาตินักการเมืองเข้า ผมคิดว่าสภานี้ รัฐสภาของเราวันนี้ก็น่าจะทำหน้าที่ ได้ไม่แพ้ของ สสร. ที่จะเลือกเข้ามาใหม่ ผมคิดว่าถ้าเราไม่เกี่ยงนักการเมือง วันนี้รัฐสภาเรามี อำนาจตามมาตรา ๒๙๑ อยู่แล้วที่จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เกือบจะทุกมาตราถ้ามีการ นำเสนอโดยไม่จำเป็นต้องมีการตั้ง สสร. ก็ได้ อันนี้เป็นประเด็นแรกนะครับ
ในส่วนที่ ๒ ก็คือว่าใน (๕) ที่ขอเพิ่มก็คือการสังกัดพรรคที่ไม่เกินห้าปี หรือเกี่ยวพันกับพรรคการเมือง ก็อย่างที่กราบเรียนนะครับว่าถ้าเรามองไปที่ตัวเลขของ สสร. ที่จะมาจากการเลือกตั้งตาม (๑) ก็คือว่ามาจากจังหวัดละ ๑ คน ๗๗ คน ท่านประธานลอง นึกดูสิครับว่าถ้าเราไม่ห้ามการสังกัดพรรคการเมือง ความเชื่อมโยงกับการเมือง วันนี้ ส.ส. สอบตกทั้งหลายที่อยู่ในพรรคการเมือง วันนี้ท่านทั้งหลายมีความได้เปรียบกว่าคนที่อยู่ ข้างนอกการเมืองเยอะเลย เพราะว่าท่านผ่านสนามการเมืองมาแล้ว ท่านยืนรออยู่ตรงนั้น ได้ที่ ๒ บ้าง ได้ที่ ๓ บ้าง กับการที่ถ้าไม่ห้ามความเชื่อมโยงตรงนี้คนเหล่านั้นก็จะเข้ามา ก็เหมือนกันครับก็คงจะอยู่ในสภาพเดียวกัน อันนี้ก็คือสิ่งซึ่งเป็นความกังวล ผมอยากกราบเรียน อย่างนี้ว่างานในช่วงเวลาที่ผ่านมานะครับ เราได้อภิปรายกันด้วยความคิดว่าเราอยากจะมี สสร. ที่มีจำนวนพอสมควร แล้วก็เป็นคนที่มีอิสระ มีคุณสมบัติที่ดี มีความรู้ความสามารถ ขณะเดียวกันข้อนี้ก็เป็นข้อห้ามที่ว่าจะต้องไม่ผูกพัน ผูกโยงกับนักการเมืองหรือว่าไม่เป็น บุคคลต้องห้ามตามที่ใน (๑) (๒) (๓) ที่กำหนดไว้แล้ว ฉะนั้นจึงอยากจะฝากท่านประธาน ไปยังท่านกรรมาธิการ ทั้งไม่ว่าจะเป็นเสียงข้างน้อย เสียงข้างมากก็แล้วแต่นะครับ ขอให้ท่าน ได้พิจารณานะครับว่าถ้าท่านคิดว่า สสร. ที่อยากจะเลือกเข้ามาเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญให้ดี ที่สุดเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ก็ขอรบกวนท่านได้พิจารณาในการเพิ่ม (๔) และ (๕) ก็คือใน (๔) ก็คือว่าบรรดาเครือญาติของนักการเมืองทั้งหลายก็น่าจะเป็นข้อห้ามในการที่จะ เข้ามาสู่ระบบของการเขียนกติกาเพื่อบ้านเพื่อเมือง แล้วก็ในส่วนที่ ๒ ก็คือใน (๕) ก็คือว่า ความผูกโยง ความเชื่อมโยงของพรรคการเมือง ที่ผมเสนอ ๕ ปีก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ ครับว่ามีหลายท่านที่เสนอเป็น ๓ ปีบ้าง ๕ ปีบ้าง ที่ ๕ ปีตรงนั้นก็อยากให้เสด็จน้ำไปเลย ก็คือว่าได้ทิ้ง ไม่มีคราบของความผูกพันเหมือนกับกรณีอย่าง ส.ว. ที่เข้ามา ก็มีประเด็นหนึ่ง ที่เป็นข้อห้ามก็คือว่าการห้ามสมาชิกวุฒิสภานั้นมีความเกี่ยวพัน เกี่ยวโยงกับทางการเมือง เป็นเวลา ๕ ปี ถ้าท่านบริสุทธิ์ใจเพื่อที่จะทำรัฐธรรมนูญเพื่อบ้านเพื่อเมืองก็ขออนุญาตฝาก เพราะที่ผ่านมาข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกมีจำนวนมากทีเดียวที่ได้อภิปรายไปแล้วก็ ฝากประเด็นไป ท่านก็ไม่ได้ชี้แจงว่าของท่านดีกว่าที่เพื่อนสมาชิกเสนออย่างไร สุดท้ายไปลง มติท่านก็อาศัย ถ้าตรงนั้นโดยถ้าไม่ฟังไม่มีเหตุผลมาชี้แจง ท่านก็คงจะหลุดพ้นข้อกล่าวหา ไม่ได้ว่าท่านใช้พวกมากลากไป เพราะในสภาแห่งนี้ถึงแม้จะมีวุฒิสภาเข้ามาเป็นตัวถ่วง แต่ด้วยจำนวนที่มีอยู่ สมาชิกทางซีกฝั่งรัฐบาลท่านก็สามารถตัดสินใจได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น มันก็ไม่มีประโยชน์ที่เราจะพิจารณาในส่วนต่อ ๆ ไป จึงจะฝากรบกวนไปยังท่านกรรมาธิการ ได้กรุณาพิจารณาใน ๒ ประเด็นนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ