ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนมาตรา ๒๙๑/๓ ที่เกี่ยวข้องกับการไม่ให้บุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเข้าร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการชี้แจงเจตนาของตนเอง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีท่านสมาชิก หลายท่านได้อภิปราย ล้วนแล้วแต่มีเหตุมีผลที่จะบอกไปทางท่านประธานผ่านไปยังประธาน คณะกรรมาธิการว่าอย่างน้อยประเด็นที่ทางเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปตั้งแต่วันที่ ๑ วันที่ ๒ วันที่ ๓ วันที่ ๔ และนี่วันที่ ๕ มีสาระแล้วก็มีเหตุผล ถึงแม้ในสภาแห่งนี้จะเป็นเสียงข้างน้อยครับ ท่านประธานครับ แต่นอกสภาผมเชื่อเหลือเกินว่าเรายังมีพี่น้องประชาชน ๖๐ กว่าล้านคน กำลังมองเราอยู่ และเชื่อเหลือเกินว่าคงจะมากกว่านี้ คงจะเป็นเสียงส่วนใหญ่ที่เห็นด้วยกับ เสียงส่วนน้อยในสภาครับ ท่านประธานครับ ถ้าเรามาไตร่ตรอง มาครุ่นคิดในเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ผมมีความคิดเห็นนะครับ แล้วก็เป็นที่น่าสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ มันมีนัยอย่างไร มันมีที่มาที่ไปอย่างไร มันเป็นกระบวนการอย่างไร คณะรัฐบาลได้นำเสนอมา รับลูกด้วยสภา คณะกรรมาธิการนำกลับไปศึกษา นำกลับไปแก้ไข ล้วนแล้วแต่เป็นกระบวนการครับ ถ้าเราลองย้อนไปสักนิดหนึ่งในช่วงหาเสียง ทุกคนพูดชัด หลายคนพูดชัด พรรครัฐบาล ออกมายอมรับในสภานะครับว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และแล้วก็เป็นกระบวนการที่แท้จริงนะครับ ทำให้สภาวะทางการเมือง ทำให้แนวทางทางการเมืองหรือแนวทางการบริหารประเทศกรุ่น ขึ้นมาครับ ร้อนขึ้นมาครับ แบ่งขั้วขึ้นมาทันที ฝ่ายหนึ่งคิดจะแก้ ฝ่ายหนึ่งบอกว่าไม่ต้องแก้ ถ้าเราคิดไม่แก้ครับ ปัญหาคงไม่เกิด ถ้าไม่มีใครคิดจะแก้รัฐธรรมนูญ ผมเชื่อเหลือเกินว่าวันนี้ ปัญหาเหล่านี้คงไม่มี และผมเชื่อเหลือเกินว่าปัญหาต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนจะได้รับ การแก้ไขถ้าหากเราไม่มัวแต่มาแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ
ผมเองได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๒๙๑/๓ ครับ ซึ่งก็เป็นเหตุผลเหตุผลหนึ่ง ที่ผมเองต้องแปรญัตติไว้ สืบเนื่องว่าการที่ได้มาซึ่ง สสร. ไม่ว่าจะกี่คนก็ตามครับ ผมเองตั้งใจ บอกว่า สสร. ต้องให้มากที่สุดถ้าได้มาครับ อย่างน้อยถ้ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ คน ได้ สสร. ๑ คนครับ เราจะได้ สสร. ที่หลากหลายและมีคุณภาพ เราจะได้ สสร. ไม่ว่าจะเป็น ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ หรือภาคอะไรก็แล้วแต่ครับ เราจะได้คนที่ มีความรู้มากขึ้นมาพิจารณาในเรื่องของ สสร. นะครับ ดังนั้นในเมื่อทางคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากบอกว่าต้อง ๗๗ คน บวก ๒๒ คน ๙๙ คนครับ ก็เป็นไปดังที่ท่านคิดครับ ถึงแม้ จะฝืนความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ถึงแม้จะฝืนความรู้สึกของคนที่ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเสียง ในสภามากก็ต้องว่ากันตามเสียงในสภาครับ แต่สุดท้ายผมเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่ได้ลงมติ ไปในมาตรา ๒๙๑/๑ มันจะเป็นชนักติดตัวกับหลาย ๆ คน อย่างน้อยผมเชื่อเหลือเกินว่า คนที่ลงมติไปเมื่อคืนต้องกลับไปครุ่นคิดแน่นอน จะด้วยเหตุผลว่าลงด้วยสิทธิเสรีภาพหรือ ลงด้วยถูกใครชักชวนให้ลงก็ตาม ต้องกลับไปครุ่นคิดอย่างแน่นอนครับ ดังนั้นที่ผมแปรญัตติ ไว้ในประเด็นนี้ ในเรื่องของคุณสมบัติ บุคคลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๓ (๑) ครับ ท่านประธานครับ ผมเองก็มีความคิดเห็นขัดแย้งนะครับ มีความคิดเห็นไม่ตรงกับ ทางคณะกรรมาธิการที่ไปยกร่างรัฐธรรมนูญมานะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญประเด็นหนึ่ง ถึงแม้ท่านจะนำกลับมาแล้วก็ตาม นั่นก็คือ (๕) นะครับ ขออนุญาตสักนิดนะครับ มันทำให้ ผมครุ่นคิดว่านั่นละเป็นกระบวนการที่แท้จริง กระบวนการคิดมาจากใครผมไม่ทราบ แต่คิดว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการคงจะทราบ และกระผมคิดว่าคณะผู้นำรัฐบาลหรือรัฐบาลเอง คณะรัฐมนตรีเองน่าจะทราบ ท่านประธานครับผมเสียดายจริง ๆ ทางคณะกรรมาธิการเพิ่งมาคิดได้ว่านี่คือหัวใจหลัก (๕) แต่เอาเถอะ เมื่อท่านได้อุตส่าห์บอกว่าท่านรับตรงนี้ไปก็ถือว่ามีสิ่งที่พวกเราเห็นพ้องต้องกัน ด้วยส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมแปรญัตติไปเพิ่มเติมนะครับ นั่นก็คือในเรื่องของมาตรา ๑๐๒ (๑๐) ครับ ถ้าถามว่าทำไมผมถึงเพิ่มเข้าไปนะครับ โดยที่ท่านตัดออกไปนะครับ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๒ (๑๐) เขียนไว้ชัดนะครับว่าบุคคลที่ต้องห้ามเป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็น สมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงแล้วยังไม่เกินสองปี ผมเป็นห่วงครับ ผมเชื่อ เหลือเกินว่าทุกคนเป็นห่วงเรื่องนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าหลายคนยังมีความเป็นห่วงว่าเมื่อท่าน ไม่ใส่ลงไปตรงนี้ครับ โดยเฉพาะ (๑๐) ก็น่าจะมีนัยที่จะสนับสนุนหรือให้โอกาสใครบางคน ให้โอกาสพรรคพวกของตัวเองหรือไม่ ชัดเจนครับว่า (๑๐) เขียนไว้เลยครับว่าอย่างที่ผมได้ พูดไปแล้ว เมื่อสมาชิกภาพสิ้นสุดลงแล้วยังไม่เกินสองปีนะครับ มันใกล้เคียงกับอะไร บางอย่างที่เราได้เห็นไปก่อนหน้านี้ว่าสมาชิกวุฒิสภาที่มีสมาชิกภาพสิ้นสุดลงไปเป็นพวกของ ใครหรือไม่ เป็นพวกของท่านหรือไม่ อันนี้ท่านต้องตอบคำถามนะครับ ท่านต้องชี้แจง เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าท่านมีเจตนาที่แท้จริงคืออะไร ผมเองจำเป็นต้องใส่ ไปครับ นั่นคือความคิดเห็นที่แตกต่าง ผมเองพยายามที่จะไม่ให้สิ่งเหล่านี้เป็นชนักติดตัว สิ่งเหล่านี้ติดกับคณะกรรมาธิการ นั่นหมายความว่าเราต้องไม่ให้สมาชิกวุฒิสภาที่สิ้นสุด สมาชิกภาพไม่เกินสองปีได้เข้ามามีโอกาสตรงนี้ เนื่องจากเขาเองอยู่ในฝ่ายการเมือง ทำกิจวัตร ทำภารกิจทางการเมือง ใกล้ชิดกับนักการเมืองและผมเชื่อว่าต้องใกล้ชิดกับ พวกท่านอย่างแน่นอนครับ นั่นจึงเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ
สำหรับในเรื่องของประเด็นอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการล้มละลายที่ท่าน เขียนไว้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ก็น่าเสียดายครับ ถ้าเราได้ติดตามข่าวนะครับ เมื่อสักครู่ ที่ผ่านมา ท่าน ส.ส. เจือ ราชสีห์ ซึ่งเป็น ส.ส. จังหวัดสงขลา ได้บอกกับที่ประชุมแห่งนี้ว่า ปัญหาของพี่น้องโดยเฉพาะเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นผู้ทำนา ทำไร่ หรือเลี้ยงกุ้ง ที่จังหวัดสงขลา ขณะนี้กุ้งราคาตกเป็นอย่างยิ่งครับ ผมเชื่อครับ ถ้าหากไม่ได้รับการแก้ไขก็คงมีโอกาส ล้มละลายครับ เขามีโอกาสล้มละลายครับ แล้วเขาก็ไม่มีโอกาสที่จะมาลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมเป็นห่วงครับ ถามว่าทำไมผมจึงพูดเรื่องนี้ เพื่อผมต้องการ ย้ำให้เห็นว่าความจำเป็นตรงนี้ล่ะครับ ความจำเป็นตรงนี้ล่ะครับ เป็นความจำเป็นที่ต้องแก้ไข ทั้ง ๆ ที่เกษตรกรเหล่านั้นยื่นหนังสือให้กับนายกรัฐมนตรี ๑ เดือนที่แล้ว ยื่นหนังสือให้กับ คณะรัฐมนตรี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่กลับมาสนใจเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ มันสวนทาง สวนกระแสกับความรู้สึกของพี่น้องประชาชนโดยสิ้นเชิงครับ ท่านประธานครับ ผมเองก็ได้แปรญัตติเพิ่มไปอีก อีกวงเล็บนะครับ โดยเฉพาะ (๔) นะครับ (๔) ผมเพิ่มไปว่า เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองหรือเคยเป็นสมาชิกหรือเคยดำรงตำแหน่ง และพ้นจากการเป็นสมาชิกหรือการดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมืองมาแล้วยังไม่เกินสามปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือวันที่ได้รับการเลือกโดยที่ประชุมของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๒) ท่านประธานครับ ทำไมผมได้ระบุตรงนี้ไว้ครับ เหตุผลมันชัดนะครับ เหตุผลมันอยู่ใกล้ตัว โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการที่ไปร่างรัฐธรรมนูญตรงนี้ครับ ผมถามว่า คนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง คนที่อยู่กับนักการเมืองหรือคนที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมือง เราเพิ่งเลือกตั้งมาใหม่ ได้ไม่ถึงปี ผมถามว่าคนเหล่านั้นที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาเขาก็ย่อมมีโอกาสถ้าเรา ไม่ได้หวงห้ามไว้เขาก็มีสายสัมพันธ์กับใครครับ ก็สายสัมพันธ์กับนักการเมือง เพราะ สสร. เราต้องการได้บุคคลที่ปลอดจากคนที่ครอบงำเขา ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาถูกครอบงำ โดยคนใดคนหนึ่ง และจะไม่เป็นรัฐธรรมนูญที่สวยงามครับ รัฐธรรมนูญที่สวยงาม ต้องได้ มาจากความบริสุทธิ์ยุติธรรม ต้องได้มาจากความสมบูรณ์แบบในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง สิ่งที่สวยงามเหล่านี้ไม่มีใครไปบังคับเขา ไม่มีใครไปขู่เข็ญเขา ไม่มีใครไปชักจูงเขา ไม่มีใครไป ตั้งธงให้เขาว่า สสร. รัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขต้องเป็นแบบนี้ครับ ๑ ๒ ๓ ๔ เราต้องเอาคนแบบนี้ครับ ถ้าหากว่ายังมีเยื่อใยกับนักการเมืองยังมีผูกพันกับนักการเมืองผมเชื่อเหลือเกินว่ารัฐธรรมนูญ ที่ออกมาคงไม่สวยงามอย่างแน่นอน เพราะผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนที่เฝ้ามองดูในวันนี้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเลยในวันนี้เขากำลังจับตาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ และเขาเชื่อว่า รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเราทุกคนต้องอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามครับ ไม่ว่าจะเป็นตัวนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือประธานคณะกรรมาธิการ หรือแม้แต่ พวกกระผมที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกรัฐสภาต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เดียวกัน ดังนั้นผมเองที่สงวนคำแปรญัตติไว้ก็เพื่อที่จะย้ำเตือน เพื่อที่จะบอกกับท่านประธาน ผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือแม้กระทั่งรัฐบาลเองว่า อย่าครับ อย่ามองข้ามเสียงของพี่น้องประชาชนเล็ก ๆ อย่ามองข้ามเสียงของประชาชน ถึงแม้จะเป็นภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคไหนก็ตามต้องรับฟังเขาเสียงเด็กเล็ก ๆ ต้องฟังเขา เสียงนักเรียนต้องฟังเขา ดังนั้นผมเองจึงอยากจะย้ำอีกครั้งว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ผมไม่เห็นด้วยครับ ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเหมือนวาระแรกที่ผมบอกว่า ไม่อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในยามที่ข้าวยากหมากแพงก่อนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ