วุฒิพงษ์ นามบุตร อภิปรายเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ โดยแสดงความคิดเห็นในหลักการของร่างรัฐธรรมนูญนี้ และยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขเพิ่มเติมตามหลักการเดิม พร้อมขอเพิ่มมาตรา ๕ และสงวนคำแปรญัตติเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่มีผลโยงใยต่อประชาชนคนไทยทุกคน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันที่ ๕ ที่เราอภิปราย ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ผมเอง ก็เป็นคนหนึ่งที่เสนอสงวนคำแปรญัตติเพื่อที่จะอภิปรายในวันนี้นะครับ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ผมได้ฟังมาหลายวัน ทุกท่านต่างกันอ้างว่าฉบับนั้นดีกว่าฉบับนี้ ฉบับนี้ดีกว่าฉบับนั้น แต่ว่าท้ายที่สุดเราก็ยังพิสูจน์ ไม่ได้ครับว่าฉบับไหนดีกว่ากัน ผมจะรักษาเวลานะครับ แล้วก็อภิปรายให้อยู่ในหลักการ เหตุผล แล้วก็ไม่นอกประเด็นครับ เพราะว่าครั้งนี้ผมได้ยื่นมานานแล้วครับ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ได้อภิปราย เพราะว่าผมได้ยื่นมาตรา ๒๙๑/๓ จนถึง มาตรา ๒๙๑/๑๗ แล้วก็มาตรา ๒๙๑/๑๘ ต่อเนื่องกันไปครับ ท่านครับ หลักการท่านได้เขียนชัดเจนนะครับว่าเพื่อที่จะจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ โดยผ่าน สสร. เหตุผลที่ท่านได้เขียนเอาไว้เพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองให้ดี ยิ่งขึ้นนะครับ นี่คือหลักการและเหตุผลที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ในวาระที่หนึ่ง ผมได้แสดง ความคิดเห็นแล้วก็ได้ยืนยันในหลักการว่าผมไม่เห็นด้วยในหลักการและวันนี้ก็ไม่ได้เห็นด้วย ในหลักการครับ แต่ในเมื่อมันผ่านวาระที่หนึ่งมาเป็นวาระที่สองก็ต้องอภิปรายต่อเนื่องกันไป ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา มาตรา ๒๙๑/๓ ที่ได้เขียนเอาไว้ครับ เพราะว่าทุกคนอ้างตลอดครับ ว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ที่พรรคฝ่ายรัฐบาลส่วนใหญ่บอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับ ปลายกระบอกปืน เป็นรัฐธรรมนูญฉบับผลไม้เป็นพิษ ซึ่งผิดกับของผมนะครับ ผมมองว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ และฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้น ไม่รู้หรอกครับว่าอันไหน มันเป็นพิษ ไม่เป็นพิษ ส่วนที่เป็นพิษ ผมคิดว่าในร่างกายของคนอาจจะมีพิษมันก็เลยมีสารตกค้างและที่จะ ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่นี้ ท่านจะตัดต้นไม้พิษทิ้งแล้วจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยที่จะ เริ่มจากราก ลำต้น ใบ ดอก ผล ท้ายที่สุดครับ วันนี้เราจึงมาอภิปรายร่วมกัน วันนี้มาตรา ๒๙๑/๓ มีหลายเหตุผลนะครับ ซึ่งผมได้สงวนคำแปรญัตติเอาไว้
ประการแรก มาตรา ๒๙๑/๓ ข้อสมัคร ข้อห้ามของ สสร. มันก็สอดคล้องกัน กับมาตรา ๒๙๑/๑ มาตรา ๒๙๑/๒ มาตรา ๒๙๑/๓ มาตรา ๒๙๑/๑ บอกว่าที่มาของ สสร. มาตรา ๒๙๑/๒ คุณสมบัติ มาตรา ๒๙๑/๓ ข้อห้าม ท้ายที่สุดข้อห้ามของ สสร. ผมได้ยื่น สงวนคำแปรญัตติเอาไว้ทั้งหมดนะครับว่าร่างเดิมของรัฐบาลได้ตัดมาตรา ๕ มาตรา ๘ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ ทิ้ง แต่ผมได้เพิ่มขึ้นมาใหม่คือมาตรา ๕ ซึ่งก็สอดคล้องกับทาง คณะกรรมาธิการ ผมก็ต้องขอขอบคุณทางกรรมาธิการครับ เห็นด้วยในจุดนี้ เพียงแต่ว่าผมมี คำถามที่จะต้องทวงถามไปถึงคณะรัฐบาลว่าเหตุผลแรก ทำไมท่านถึงตัดมาตรา (๕) ทิ้งลงไป และมีส่วนเหตุผลเพิ่มเติมครับ ที่จะต้องขอซักถามคือในส่วนของมาตรา ๑๐๒ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ท่านอ้างสิทธิว่า (๑๐) เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและ สมาชิกภาพสิ้นสุดลงยังไม่เกินสองปี ตรงนี้เป็นเหตุผลครับว่าถ้าสิ้นสมาชิกภาพไม่เกินสองปี ไม่มีสิทธิลงสมัคร ส.ส. แต่ท่านมาเขียนต่อท้ายในร่างของท่านว่าตัด ไม่เกินสองปี ออก เพราะฉะนั้นโดยหลักการตรงนี้ผมยังติดใจครับว่าถ้าเกิดอดีตสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นพวกท่าน ก็ยังสามารถมีเครือข่ายลงสมัครรับเลือกตั้ง สสร. ที่จะเกิดขึ้นมานี้ได้นะครับ ซึ่งเมื่อเช้า ท่าน ส.ว. ท่านหนึ่งก็ได้อภิปรายไปแล้วว่ามีอดีต ส.ว. เริ่มหาเสียงกันแล้ว ตรงนี้ครับจึงเป็นสิ่งที่ ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะมีเครือข่าย ที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองมาลงสมัครรับเลือกตั้ง สสร. ครับ ฝากท่านประธานอย่างนี้ครับว่า สสร. จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศ มีผลโยงใยกับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ขอให้เป็นกฎหมายของพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ กรุงเทพมหานคร รวมทั้งภาคอีสานครับ บูรณาการร่วมกัน ตัวแทนแต่ละจังหวัด นักวิชาการทุกภาคส่วนร่วมกันครับ เพราะฉะนั้นผมก็ ขอเสนอยื่นสงวนคำแปรญัตติเห็นด้วยกับกรรมาธิการครับ แต่ก็ต้องเห็นชอบกับคำสงวนคำแปรญัตติ ของผมที่จะเพิ่ม (๕) แล้วก็ต่อท้ายด้วยร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๕๐ นะครับ เพราะผมยังยืนยันหลักการเดิมคือรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขเพิ่มเติม อย่างไรก็ต้องเป็น ปี ๒๕๕๐ ไม่อยากให้เป็นฉบับใหม่ พ.ศ. ใหม่ ในหลักการเบื้องต้นนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ