รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ เมษายน ๒๕๕๕

นิคม ไวยรัชพานิช พูดถึงการประชุมสภา และเรียกร้องให้ท่านประธานดำเนินการตามข้อบังคับการประชุม เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญดำเนินการอย่างถูกต้องตามข้อบังคับ และไม่ให้เข้าใจผิดของประชาชน

นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภา ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานครับ กระผม นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตขอใช้สิทธิพาดพิงเพราะเมื่อเช้านี้ผมได้ลงไปร่วมในพิธีเปิดการ ให้บริการระบบสารสนเทศดิจิตอล (Digital) ของสภาผู้แทนราษฎรที่ชั้น ๑ ได้ทราบ ได้ฟังท่าน นักการเมืองอาวุโส ต้องขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ได้กล่าวพาดพิง ถึงผมในประเด็นที่ได้ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับเมื่อวันที่ ๑๗ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอเรียนชี้แจงเพื่อให้ท่านเพื่อนสมาชิกผู้อาวุโสนั้น มีความสบายใจ ถึงแม้ว่าสิ่งที่ผมได้พูดไปนั้นจะเป็นสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงจาก ๒ วันที่ผ่านมา ในการพิจารณาในวาระที่สอง ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมต้องขออภัยถ้าการให้สัมภาษณ์นั้น ถ้าจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องมีความรู้สึกที่ไม่มีความสุขกับคำพูดของผม ต้องขออภัย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมนั้นเป็นคนที่ชื่นชมพรรคประชาธิปัตย์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ได้เคยทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์มาหลายปี แต่ผมอยากเห็นการเมืองดำเนินการ เป็นไปตามครรลองครองธรรม อยากเห็นการพิจารณากฎหมายนั้นเป็นไปอย่างถูกต้องตามข้อบังคับประชุม มิเช่นนั้นผู้ฟังที่บ้าน ผู้ชมที่ชมทางทีวีจะเข้าใจผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคที่ผมชื่นชม ในความมีหลักการ ในความที่เป็นแม่แบบของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย แต่ท่านประธานครับ ๒ วันที่ผ่านมาเราพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่ ๕ มาตรานะครับ ๕ มาตราเท่านั้น แต่เรามีคนแปรญัตติเป็นร้อย ซึ่งไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของการพิจารณา กฎหมายประเทศไทย ผมมั่นใจอย่างนั้นนะครับ ผมนั้นถึงแม้อาวุโสการเมืองน่าจะน้อยกว่าท่าน แต่ผมนั้นเคยสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ ติดตามอยู่กับการเมืองมาตลอด แต่วันนี้ผมต้องขออนุญาตที่จะต้องพาดพิงท่านเพราะว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธาน ที่เคารพของผมครับ ถ้าท่านประธานเป็นคนที่มีหลักมั่นคง ท่านไม่ต้องแข็งหรอกครับ การแข็งเกินนั้นมันหักได้ ท่านแข็งบ้างอ่อนบ้าง แต่ว่าการยึดหลักนั้นเป็นสิ่งที่ผมนั้นเชื่อว่า ท่านประธานนั้นต้องยึดหลัก ในการพิจารณาวาระที่สองนั้นในข้อบังคับการประชุม ข้อ ๙๙ ระบุชัดเจนครับ ว่าให้พิจารณาตั้งแต่เริ่มชื่อร่าง คำปรารภ พิจารณาเรียงลำดับรายมาตรา จะอภิปรายได้ในประเด็นที่มีการแก้ไข อภิปรายได้เฉพาะผู้สงวนความเห็น อภิปรายได้เฉพาะ ผู้ที่สงวนคำแปรญัตติ แต่ถ้ากรรมาธิการมีการแก้ไขท่านก็อภิปรายในประเด็นที่กรรมาธิการแก้ไข และถามว่าในวาระที่สองนั้นท่านสามารถอภิปรายนอกเหนือจากประเด็นนี้ได้ไหม ได้ครับ ในบรรทัดสุดท้ายของวรรคหนึ่ง รัฐสภาอาจจะเห็นชอบหรืออนุมัติให้มีการอภิปราย ที่นอกเหนือจากที่ผมกล่าวได้ แต่ท่านต้องขอมติที่ประชุมครับ ผมติดตาม ผมฟัง ๒ วันที่ผ่านมานั้น ท่านสมาชิกด้วยความเคารพนะครับ ท่านอาจจะทำฝ่าฝืนข้อบังคับ ท่านประธานก็ไม่สามารถ ที่จะใช้ความเป็นประธานที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมได้ ในบางครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อบังคับ ข้อ ๓๘ ถ้าท่านประธานเปิดดูนะครับ กรณีที่ท่านสมาชิก ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ ขอสงวนความเห็นไว้ ถ้าถึงเวลาท่านเรียกแล้วท่านไม่อยู่ในห้อง ก็หมายความว่าญัตตินั้นหรือคำสงวนความเห็นนั้น คำแปรญัตตินั้นเป็นอันตกไปครับ แต่นี่ท่านกลับอนุญาตให้ผู้ที่ผ่านไปแล้วกลับมาใหม่ ถ้าอย่างนี้การพิจารณามันจะไปได้ อย่างไรครับ ผมท้วงติงด้วยความเป็นห่วงภาพลักษณ์ของรัฐสภา ท้วงติงพูดความจริง เพื่อห่วงว่าท่านอาวุโสทางการเมืองนั้นท่านกำลังทำอะไรพลาดอยู่ ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นครับ ผมไม่สามารถที่จะทำร้ายรัฐสภาซึ่งเป็นรัฐสภาที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ได้ ท่านประธานครับ ถ้าท่านยึดหลัก ท่านดำเนินการไปตามข้อบังคับ ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกนั้นสามารถที่จะ อภิปรายหรือสามารถที่จะใช้สิทธิ หรือสามารถที่จะชี้แจงแสดงเหตุผลให้กรรมาธิการ หรือให้ท่านสมาชิกนั้นได้คล้อยตามได้ แต่เวลานี้วันนี้ผมเชื่อว่านับตั้งแต่ต่อจากนี้ไป ตั้งแต่มาตรา ๒๙๑/๑ จนถึงมาตรา ๒๙๑/๑๖ มาตรา ๒๙๑/๑๗ ๓ วันไม่จบครับ ถ้าท่านดูรายชื่อนะครับ ดูคนขอผู้แปรญัตติไว้ ท่านจะเห็นว่าเยอะแยะเหลือเกิน ผมก็ยังกังวลนะครับว่าถ้าไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับ ผู้ฟังที่อยู่ทางบ้าน อาจจะเข้าใจผิดว่านี่คือการพิจารณากฎหมายหรือ อาจจะทำให้เข้าใจผิด ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ชิงชังต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ผมอาจจะก้าวล่วงถึงท่าน ต้องขออภัยด้วยความหวังดีจริง ๆ ครับ ผมหวังว่าท่านจะเป็นหลักให้กับการประชุมของรัฐสภา ผมอยากให้ท่านถือข้อบังคับให้เป็นหลัก คนที่มีหลักย่อมไม่ล้มครับ ย่อมไม่เซ แต่ถ้าท่านไม่มีหลัก รับรองครับท่านเดินไปท่านพลาด ผมอยากจะเห็นสภาเดินหน้าไปครับ เพราะฉะนั้น ความปรองดองนั้นไม่ต้องเริ่มที่ไหนหรอกครับ เริ่มที่ห้องนี้ครับ ถ้าทุกท่านพิจารณาไปในทางเดียวกัน ผมว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่สิ่งที่เป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องที่ใครจะได้เปรียบเสียเปรียบ ผมท้วงติงนะครับ แล้วต้องขออภัยถ้าผมทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องมีความรู้สึกว่า ผมนี่พูดอะไรตรงแล้วทำให้ท่านผิดหวัง แต่วันที่ท่านเป็นรัฐบาลนั้น ผมละครับที่เป็นตัวช่วยท่าน ประคับประคองให้งานของท่านนั้นเดินหน้า วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล อะไรที่เป็นสิ่งที่ดี เราก็สนับสนุน แล้วก็เราจะช่วย ท่านอย่าได้คิดว่าสมาชิกวุฒิสภานั้นเอนเอียง หรือว่าไม่เป็นกลางนะครับ ผมยังยืนยันในหลักของความเป็นกลางของสมาชิกวุฒิสภาครับ ขอบพระคุณครับ