รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ เมษายน ๒๕๕๕

สามารถ แก้วมีชัย กล่าวถึงการสร้างสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีสมาชิกจากจังหวัดละ 1 คน และสมาชิกจากภาควิชาการ 22 คน และมีการกลั่นกรองผู้สมัครจากสถาบันการศึกษาและองค์กรภาคเศรษฐกิจ

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ จริง ๆ แล้ว กรรมาธิการก็อยากจะนั่งฟังแนวคิดของท่านสมาชิกผู้สงวนความเห็นและสงวนคำแปรญัตติ ให้ครบถ้วนนะครับ จะได้ตอบเสียทีเดียว แต่ก็ไม่เป็นอะไรครับ ท่านประธานครับ ก็จะได้ถือโอกาสนี้ได้ตอบคำถามบางส่วนไปก่อน ก็อยากกราบเรียนท่านสมาชิกครับว่า วันนี้รัฐสภาเราได้ตัดสินใจที่จะให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ สภาร่างดังกล่าวเราก็มีองค์ประกอบอยู่ ๒ ส่วน แต่ทั้ง ๒ ส่วนนี้ก็ยึดโยงประชาชนทั้งคู่นะครับ ส่วนแรกก็เลือกตั้งโดยตรงมาจากประชาชนในทุกจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน อีกส่วนหนึ่ง ก็ให้องค์กรต่าง ๆ คือทางมหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจเศรษฐกิจทั้งหลายที่ประธานรัฐสภา จะกำหนด สรรหาเพื่อจะให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก รัฐสภาก็เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ก็ต้องถือว่าส่วนที่มาจากภาควิชาการก็มีความยึดโยงอยู่กับประชาชนเช่นกัน ถามว่าทำไม แต่ละจังหวัดถึงให้มี สสร. เพียงจังหวัดละ ๑ ท่าน ๑ คน ทำไมไม่ใช้สัดส่วนของประชากร เป็นตัวตัดสินตามที่มีเพื่อนสมาชิกได้เสนอมาหลายรูปแบบนะครับ กรรมาธิการ อยากจะกราบเรียนว่าเราไม่ปรารถนาที่จะให้ สสร. นี่นะครับ มีลักษณะเหมือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเราไม่อยากให้ สสร. มีองค์ประกอบที่มีทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เราไม่อยากจะเห็นมีการแตกแยกภายใน สสร. ว่ามาจากกลุ่มนั้น กลุ่มนี้ เราอยากให้ปลอดจากการเมือง ฉะนั้นให้ทุกจังหวัดเขาเลือกเอาสุดยอดของจังหวัด เขามาจังหวัดละ ๑ คน แล้วท่านไม่ต้องห่วงนะครับว่าจังหวัดละ ๑ คน เขาจะทำงานไม่ได้ ผมเองผมเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทำรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญที่เรากำลัง จะแก้ไขนี้มีความก้าวหน้ามากกว่าการหา สสร. เมื่อปี ๒๕๔๐ เมื่อปี ๒๕๔๐ ให้ผู้ที่ประสงค์ จะสมัครไปสมัครที่จังหวัดและให้เลือกกันเองจังหวัดละ ๑๐ ท่าน เอาคะแนน ๑ ถึง ๑๐ ลบคะแนนออกเรียงลำดับอักษรแล้วมาให้รัฐสภาเลือกเหลือจังหวัดละคน ผมเป็น สสร. จังหวัดเชียงรายผมมีหน้าที่ไปทำอะไรครับพี่น้อง ท่านสมาชิกครับ ไปปลุกระดมให้พี่น้องประชาชน ในจังหวัดตื่นตัวเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญ โดย สสร. ไปตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญประชาสัมพันธ์ประจำจังหวัดทุกจังหวัด เปิดเวทีรับฟัง ความคิดเห็น เชิญชวนประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแล้วนำเอาสิ่งที่ประชาชนเขาได้แสดงความคิดเห็น เขาได้บอกได้กล่าวจากทุกจังหวัดมาระดมกันหาสกัดเอาสิ่งที่ดีที่สุดของทุกจังหวัดที่นำมารวมกัน เอามาเขียนในรัฐธรรมนูญของเรา ขณะเดียวกันเราก็มีภาควิชาการได้เข้ามาดูแล มาช่วยเสริม มาดูทฤษฎีแต่ละประเทศเขาเป็นอย่างไร อะไรที่ดีที่สุด ซึ่งในที่สุดแล้วเราก็ทำงานกันมาได้ด้วยดี แล้วได้รัฐธรรมนูญที่เราถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับแรกในประเทศไทย ต้องถือว่า เป็นฉบับประวัติศาสตร์ที่พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม วันนี้ สสร. ที่เราจะเลือกกัน เลือกโดยตรงจากประชาชน และผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนทั้งหลายเขาตระหนักดีว่า สสร. ที่เขาจะเลือกไปไปทำหน้าที่อะไร สสร. ไม่มีหน้าที่จะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการบริหาร ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียที่จะมาดูแลเรื่องงบประมาณ หรือมายุ่งกับรัฐบาล สสร. มีหน้าที่ ต้องมาทำกติกาของบ้าน ของเมือง ฉะนั้นพี่น้องประชาชนเขารู้ครับว่าเขาควรจะเลือกคนแบบไหน วันนี้ประชาชนตื่นตัวกันมากแล้วครับ ขณะที่เรากำลังพิจารณากันอยู่นี้ประชาชนเขามองแล้ว ว่าใครเหมาะที่จะเป็น สสร. จังหวัดเขา ใครมีความรู้ มีประสบการณ์ มีความเหมาะสม ที่จะเอามาใช้งานทำกฎหมาย แล้วท่านไม่ต้องห่วงนะครับว่าจะถูกแทรกแซงโดยพรรคการเมือง ผมไม่เชื่อนะครับว่าพรรคการเมืองไหนจะไปทุ่มเทเพื่อที่จะให้ได้ สสร. มาเพื่อทำงานแค่ ๒๔๐ วัน ถ้าเป็นไปตามร่างรัฐบาลนี้นะครับ และขณะเดียวกันขอให้ท่านสบายใจครับว่า การทำงานของ สสร. จะอยู่ภายใต้สายตาของประชาชน ของสาธารณะจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งสื่อมวลชน ทั้งพี่น้องประชาชน ใครก็ตามที่คิดจะมาทำรัฐธรรมนูญเพื่อคนหนึ่งคนใดนะครับ หรือจะมีเจตนาแฝงเร้น มีวาระซ่อนเร้นใด ๆ ก็ตามประชาชนเขาไม่รับละครับ เพราะในที่สุด สสร. ทำรัฐธรรมนูญเสร็จก็ต้องนำไปทำประชามติขอให้ประชาชนเป็นคนเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ฉะนั้นก็ด้วยความเคารพในความคิดเห็นของทุกท่าน อยากกราบเรียนว่า คณะกรรมาธิการได้ชั่งแล้ว ได้คิดแล้วว่าเรามี สสร. ๙๙ ท่าน มาจากจังหวัดละ ๑ ท่าน และมาจากฝ่ายวิชาการอีก ๒๒ ท่าน น่าจะเป็นองค์กรที่กำลังกระชับ เหมาะสม และขณะเดียวกันก็จะได้ทั้ง สสร. จังหวัดที่จะสื่อถึงประชาชน สะท้อนปัญหาของประชาชน นำแนวคิดประชาชนเข้ามาส่วนกลาง ขณะเดียวกันเราก็ได้นักวิชาการที่ท่านเป็นห่วงว่า เราจะไปหยิบเอาคนนั้น คนนี้นะครับ สมาชิกรัฐสภาเรามีหน้าที่หยิบเฉพาะที่ผ่าน การกลั่นกรองสรรหาของสถาบันการศึกษาหรือขององค์กรภาคเศรษฐกิจที่ประธานรัฐสภา กำหนดแล้วเท่านั้น สมมุติว่าเขาเลือกสรรกันมาแล้วองค์กรละ ๖ ท่าน เราก็เลือกจากสิ่งที่เขาสรรหามาแล้ว เราไม่สามารถไปหยิบนอกเหนือจากนั้นได้ แล้วผมก็มั่นใจว่าสถาบันการศึกษาทุกแห่งเขามีเกียรติภูมิ เขามีศักดิ์ศรี เขาคงเลือก คนที่ดีที่สุดของเขามา สถาบันหรือองค์กรละ ๖ คน ฉะนั้นเราก็จะเลือกเอาสิ่งที่เขาคิดว่าดีแล้ว ฉะนั้นไม่ต้องกังวลนะครับว่าเราจะไปจัดตั้งหรือเราจะไปแทรกแซง เราจะไปทำการใด ๆ ที่จะมีผลทำให้มีส่วนได้ส่วนเสีย และที่สำคัญที่ผมได้กราบเรียนนะครับว่าการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะอยู่สายตาของพี่น้องประชาชนเจ้าของประเทศ ซึ่งเขาจะเป็นเจ้าของ รัฐธรรมนูญและกติกาของบ้านเมือง และเขาเองจะเป็นคนตัดสินขั้นสุดท้ายว่าจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญที่ สสร. ทำ ฉะนั้นกรรมาธิการก็ขอยืนยันนะครับ องค์ประกอบของ สสร. ตามมาตรา ๒๙๑/๑ ที่กรรมาธิการได้นำเสนอต่อรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ