ศุภชัย หารือเรื่องรัฐธรรมนูญที่กำลังพิจารณาแก้ไข และเสนอแนะการแก้ไข โดยเสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน จำนวน 150 คน และสมาชิกที่มาจากการเสนอชื่อของสภาสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ จำนวน 77 คน เพื่อให้กติกาของประเทศนี้เป็นที่ยอมรับของคนไทยทั้งประเทศ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของรัฐธรรมนูญ มีความสำคัญมากต่อประเทศทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รัฐสภาของเรากำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าโดยสภาวะ โดยสถานการณ์ โดยโอกาส โดยความจำเป็น ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ความเหมาะสม ที่เราจะหยิบยกเรื่องขึ้นมาพูดคุยในรัฐสภา โดยความเห็นของกระผมแล้วมีความสอดคล้อง กับสถานการณ์ค่อนข้างน้อย ต่อความกังวลดังกล่าวไม่เฉพาะผมในฐานะที่เป็นสมาชิกแห่งรัฐสภา หากแต่ยังมีพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมากที่แสดงข้อกังวล ข้อสงสัย รวมถึงข้อกังวลใจว่า ในท้ายที่สุดแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะนำไปสู่จุดใดของประเทศ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ในรัฐสภาของเราได้พิจารณาไปแล้ว ๔ มาตรา และที่เรากำลัง พิจารณาอยู่ในขณะนี้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือการพิจารณาแก้ไขมาตรา ๒๙๑/๑ ซึ่งหมายถึงที่มาของ สสร. ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราพูดถึงที่มาของ สสร. คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า สสร. คือที่มาของผู้กำหนดโครงสร้างของประเทศ สสร. คือผู้กำหนดกติกา ของประเทศ สสร. คือผู้ออกแบบการปกครองของประเทศของเรานับจากนี้ไป และที่สำคัญ สสร. เป็นผู้กำหนดความสัมพันธ์ในเชิงโครงสร้างระหว่างอำนาจต่าง ๆ สสร. ยังเป็นผู้กำหนดภารกิจขององค์กรต่าง ๆ รวมถึงการตรวจสอบการใช้อำนาจ ถ้าเผื่อจะทำให้ ความชัดเจนของหน้าที่ สสร. ชัดเจนยิ่งขึ้นผมมีความจำเป็นที่จะต้องหยิบยกเอาตัวอย่าง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ หรือรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ มา พูดถึงโครงสร้างเพื่อกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่า สสร. มีความสำคัญจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ สสร. ใช่ไหมครับ เป็นผู้ที่จะเขียนบททั่วไป สสร. ใช่ไหมครับที่จะเป็นผู้เขียนถึงบทที่ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้ในร่าง ของคณะกรรมาธิการจะยกหมวดนี้ไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ท่านประธานที่เคารพครับ สสร. ใช่ไหมครับ จะเป็นผู้ที่เขียนถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย เพียงแค่หมวดนี้ ก็แสดงให้ได้แล้วใช่ไหมครับว่า สสร. มีบทบาทอย่างสำคัญ ต่ออีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน สสร. ใช่ไหมครับเป็นผู้ที่เขียนหน้าที่ของชนชาวไทย และท่านประธานที่เคารพครับ สสร. ใช่ไหมครับ เป็นผู้ที่จะเขียนถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ นั่นแปลว่าพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ อะไรจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเช่นเดียวกัน สสร. ใช่ไหมครับ จะเป็นผู้ที่เขียนถึงเรื่อง ของรัฐสภา สสร. ใช่ไหมครับ จะเป็นผู้ที่เขียนถึงเรื่องของการส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นการมีส่วนร่วมโดยตรงจากรัฐธรรมนูญฉบับปี พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ได้เขียนไว้แล้ว สสร. ใช่ไหมครับจะเป็นผู้ที่เขียนถึงหมวดที่ว่าด้วยการเงิน การคลังและงบประมาณ สสร. ใช่ไหมครับที่จะเป็นผู้ที่เขียนถึงเรื่องของคณะรัฐมนตรี สสร. ใช่ไหมครับจะเป็นผู้ที่เขียน ถึงเรื่องของศาล เขียนถึงองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ สสร. ใช่ไหมครับจะเป็นผู้ที่เขียนถึงการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ สสร. ใช่ไหมครับจะเป็นผู้ที่เขียนถึงจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ และ สสร. ใช่ไหมครับจะเป็นผู้ที่เขียนถึงการปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงของการแก้ไข รัฐธรรมนูญด้วย ที่ผมหยิบยกรัฐธรรมนูญฉบับปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ มากราบเรียนท่านประธาน ถึงโครงสร้างที่รัฐธรรมนูญจะเป็นในอนาคต นั่นเป็นเครื่องยืนยันว่า สสร. มีความสำคัญ ถ้า สสร. มีความสำคัญท่านประธานที่เคารพครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าสำคัญอย่างนั้นที่มา ของ สสร. ที่เรากำลังจะพูดถึงในมาตรา ๒๙๑/๑ ก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก ในขณะที่มีความสำคัญท่านประธานที่เคารพครับ คุณสมบัติหรือที่มาของ สสร. วันนี้ต้องเป็น ที่วางใจของพี่น้องประชาชน แต่ถ้าเมื่อใดคุณสมบัติหรือที่มาของ สสร. ไม่เป็นที่วางใจ ของพี่น้องประชาชนแต่ในทางตรงกันข้ามเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของพี่น้องประชาชน นั่นละครับท่านประธานที่เคารพครับ ที่มาของ สสร. แทนที่จะเป็นตัวคลี่คลายสถานการณ์ สสร. เองจะกลับกลายเป็นประเด็นหรือชนวนที่นำไปสู่ความขัดแย้งอย่างไม่รู้จบ ของสังคมไทยในอนาคต ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่า ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราคงจะต้องมาช่วยกันทำให้กติกาของประเทศนี้ เป็นที่ยอมรับของคนไทยทั้งประเทศ การทำให้กติกาของประเทศนี้เป็นที่ยอมรับของคนไทย ทั้งประเทศต้องนับ ๑ ให้เป็นที่ยอมรับเสียก่อนครับ นับ ๑ อย่างไรจึงจะเรียกว่าให้เป็นที่ยอมรับ นับ ๑ ในความเห็นของกระผมที่ทำให้เป็นที่ยอมรับวันนี้คือตัวแทนของ สสร. ต้องไม่ใช่ตัวแทนของสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ เหมือนกับที่อดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้นำเรียนต่อสภาแห่งนี้เมื่อสักครู่ ถ้าเมื่อใดตัวแทนของ สสร. เป็นตัวแทนที่สามารถระบุ หรือล็อกตัวบุคคลได้ นั่นแปลว่าการจำลองในเชิงอำนาจก็จะผ่านไปยัง สสร. ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือข้อกังวลใจของพี่น้องประชาชน ผมได้เรียนกับท่านประธานไปแล้วว่า ถ้าเมื่อใดพี่น้องประชาชนกังวลใจ เมื่อใดที่พี่น้องประชาชนเคลือบแคลงสงสัยว่าตัวแทน ของ สสร. เป็นตัวแทนของใคร สสร. เป็นตัวแทนของใคร สสร. เป็นตัวแทน ของกลุ่มการเมืองใด สสร. เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองใด ธรรมชาติครับท่านประธานครับ ถ้าเป็นตัวแทนของกลุ่มใดเป็นตัวแทนของพรรคการเมืองใดย่อมไปเขียนกฎหมาย หรือเขียนกติกาของประเทศเพื่อกลุ่มที่ตัวเองเป็นตัวแทน ข้อกังวลใจเหล่านี้ผมจึงอยากจะ กราบเรียนผ่านท่านประธานว่า ถอยออกมาสักหน่อยหนึ่งดีไหมครับ วันนี้ค่อนข้างจะแข็งเกินไป ไม่ยอมลดราวาศอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเคลือบแคลงของพี่น้องประชาชน มีต่อคณะกรรมาธิการกรณีของการปล้นมติที่ได้เคยมีการให้มติไปแล้ว ๑๒ เสียงต่อ ๑ เสียง ท่านประธานที่เคารพครับ ๑๒ เสียง ต่อ ๑๐ เสียง วันนั้นมีการลงมติไปแล้ว ทางคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่มีความ ถ้าจะพูดภาษาบ้านเราคือแพ้ต่อมติ ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ท่านก็ไปกลับมติ ในกรณีของการไปกลับมติ นั่นแปลว่าไปปล้นมติ นั่นคือที่มาที่พี่น้องประชาชนกังวลใจไปแล้วชั้นหนึ่ง ถ้าพี่น้องประชาชนกังวลใจไปแล้วชั้นหนึ่งตามมาด้วยการล็อกจำนวนอย่างที่ไม่ควรจะเป็น นั่นคือการระบุว่าให้มีตัวแทน สสร. จากจังหวัดต่างๆ จังหวัดละ ๑ คน ถ้ามีตัวแทน จากจังหวัดต่าง ๆ จังหวัดละ ๑ คน นั่นแปลว่าเราจะมี สสร. ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดใหญ่ หรือจังหวัดเล็กมีจำนวนเท่ากัน นั่นคือจังหวัดละ ๑ คน ข้อสงสัยของกระผมก็ดี ข้อสงสัย ของมวลสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ก็ดีมีข้อสงสัยตรงกันก็คือว่า ท่านคณะกรรมาธิการมีแนวคิดอย่างไร มีหลักคิดอย่างไรต่อการนำเสนอตัวแทนในลักษณะนั้น จังหวัดอุบลราชธานีบ้านผม มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๑ ท่าน ทำไมจังหวัดอุบลราชธานีจึงมี สสร. เท่ากับจังหวัดมุกดาหาร ทำไมจังหวัดอุบลราชธานีจึงมี สสร. เท่ากับจังหวัดยโสธร ทำไมจังหวัดอุบลราชธานีมี สสร. เท่ากับจังหวัดระนองหรือจังหวัดภูเก็ต ทำไมกรุงเทพมหานครมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนมากจึงจะต้องมีสมาชิก สสร. เท่ากับจังหวัดสมุทรปราการหรือจังหวัดสมุทรสาคร ข้อกังวลใจเหล่านี้ก็โยงกลับมาถึงสิ่งที่รัฐบาลกำหนดไว้ในร่างที่รัฐบาลเสนอมา นั่นคือมี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ ๗๗ คน ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือคำอธิบายที่อยากได้ยิน อยากได้ฟังจากทางคณะกรรมาธิการ แต่ถ้าเมื่อใดที่มีความแข็งเกินไปอย่างที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นแปลว่า วันนี้รัฐบาลผ่านคณะกรรมาธิการกำลังล็อกตัวเลขใช่ไหมครับ ถ้าเมื่อใดล็อกตัวเลข ความกังวลใจ ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ไม่เฉพาะผมนะครับ แต่จะเป็นความกังวลใจของพี่น้อง ทั้งประเทศมากกว่าจำนวนที่เลือกท่านเมื่อครั้งที่ท่านได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งรอบที่ผ่านมาแน่นอน ไม่มีใครอยากเห็นความขัดแย้ง ไม่มีใครอยากเห็นความรุนแรง แต่ทุกคนอยากเห็นกติกา ประเทศเป็นที่ยอมรับของคนทั้งประเทศ ผมจึงอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานว่า ตัวเลข ๗๗ คน วันนี้มวลสมาชิกในสภาแห่งนี้แปรญัตติในมาตรานี้มากเป็นพิเศษ ถ้าแปรญัตติ มาตรานี้มากเป็นพิเศษ ท่านฟังสักหน่อยหนึ่งดีไหมครับ ถ้าท่านฟังสักหน่อยหนึ่งผมมั่นใจว่า นั่นคือร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ท่านยอมรับว่าท่านแพ้ ในชั้นคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเข้าสู่สภาแห่งนี้แล้ว ท่านสมาชิกวุฒิสภาก็ดี พวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ดีก็ให้ความเห็นกับท่านในเรื่องของจำนวน ที่มีความสำคัญยิ่งต่อที่มาของ สสร.
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากกราบเรียนท่านในวันนี้ก็คือ เรื่องของที่มาของ สสร. ที่ยึดโยงกับเรื่องของการเป็นตัวแทนจากภาควิชาการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านในขณะที่แปรญัตติดังต่อไปนี้ครับ ผมเรียนความเห็นของกระผม ในมาตรา ๒๙๑/๑ เพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ว่าจำนวนของ สสร. มีความสำคัญ และถ้าจำนวนของ สสร. มีความสำคัญ ผมจึงกราบเรียนไว้ว่าให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้ ประกอบไปด้วยสมาชิกดังต่อไปนี้ (๑) สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เราปฏิเสธไม่ได้ สสร. ต้องมีที่มาจาก พี่น้องประชาชน ถ้ามีที่มาจากพี่น้องประชาชน ๗๗ คน จาก ๗๗ จังหวัดน้อยไป ถ้า ๗๗ คน จาก ๗๗ จังหวัดแล้วไม่มีคำอธิบาย ผมจึงเรียนเสนอต่อคณะกรรมาธิการว่าต้องการให้มี จำนวน ๑๕๐ คน โดยคำนวณตามสัดส่วนของประชากร หากจังหวัดใด มีจำนวนขั้นต่ำให้มีสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งจังหวัดนั้น จังหวัดละ ๑ คน แต่รวมกัน ต้องไม่เกิน ๑๕๐ คน ท่านประธานที่เคารพครับ ตัวเลขไม่มีความสำคัญเท่าใดนัก ในความเห็นของกระผม แต่ต้องไม่ใช่จังหวัดละ ๑ คน ผมอธิบายได้ว่าถ้าไม่ใช่จังหวัดละ ๑ คน เราจะอธิบายกับพี่น้องประชาชนได้ว่าไม่มีการล็อกสเปก ไม่มีการล็อกตัวบุคคล ไม่มีการล็อกที่มา ย้ำกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับ เมื่อใดท่านที่มีการล็อกสเปก มีการล็อกตัวบุคคล มีการล็อกที่มา นั่นแปลว่ามีการล็อกรัฐธรรมนูญ หมายความว่า เขียนรัฐธรรมนูญไว้แล้ว เช่นเดียวกันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ (๒) สมาชิกซึ่งมาจาก การเสนอชื่อของสภาสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนในประเด็นนี้เพราะผมมีความเชื่อว่า ในทางเทคนิคหรือในทางวิชาการแล้ว เราคงจำเป็นจะต้องอาศัยนักวิชาการอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งแม้เราจะพึ่งพาอาศัยนักวิชาการจำนวนนั้นไม่มากนัก แต่ในเชิงเทคนิคมีความจำเป็น ผมยึดโยงการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ ซึ่งในการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้กำหนดที่มา เช่นเดียวกับที่ผมกำลังจะกราบเรียนอยู่ในขณะนี้ นั่นคือสมาชิกที่มาจากการเสนอชื่อ ของสภาสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ที่มีการให้ปริญญา สาขานิติศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ เสนอชื่อบุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญในสาขากฎหมายมหาชน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับรัฐธรรมนูญ สาขารัฐศาสตร์หรือสาขารัฐประศาสนศาสตร์ และผู้มีประสบการณ์ทางด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการร่างรัฐธรรมนูญ ต่อประธานรัฐสภา และให้ที่ประชุมรัฐสภาคัดเลือกในแต่ละสาขาให้ได้จำนวนตามที่กำหนด
(ก) ผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน จำนวนสิบคน
(ข) ผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ จำนวนสิบคน
(ค) ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริการราชการแผ่นดิน หรือการร่างรัฐธรรมนูญ จำนวนสิบคน
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้ายึดโยงกับตัวเลขที่กระผมได้กราบเรียน เราก็จะมี สสร. ทั้งสิ้น ๑๘๐ คน มาจาก ๒ ภาคส่วน
ประการที่ ๑ มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนโดยตรง โดยไม่ยึด จังหวัดละ ๑ คน แต่ให้เป็นไปตามสัดส่วนของประชากร
ประการที่ ๒ คือมาจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างที่ผมได้กราบเรียน สำคัญที่สุดครับท่านประธาน การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เท่ากับว่าเรากำลังจะให้กำเนิดแม่แบบ หรือกำเนิดกติกาประชาธิปไตย แต่ถ้าการกำเนิดครั้งนี้เป็นการกำเนิดที่มาโดยมีการปล้นมติ เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ไปแล้ว หรือมีการล็อก มีการระบุจำนวนอย่างที่พวกเราเข้าใจกัน นั่นแปลว่าผลไม้ที่เรากำลังจะให้ผลิดอกออกผล เจริญเติบโตเป็นต้นแบบประชาธิปไตยตามที่เราต้องการ วันนี้ผลไม้ที่เรากำลังจะเห็น มันจะกลายเป็นผลไม้พิษ ถ้าผลไม้พิษท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เรากำลังจะร่างมันก็จะเป็นต้นที่มาจากผลไม้พิษ นี่ละครับคือผลไม้พิษตัวจริง ผลไม้พิษต้นจริง และผลไม้พิษต้นนี้จะนำไปสู่ความอัปยศที่ไม่อาจปฏิเสธได้ อยากเห็นอย่างนั้นหรือครับ ผมวิงวอนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านครับ อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย เรามาทำให้ผลไม้ต้นนี้หรือต้นไม้ ประชาธิปไตยต้นนี้เป็นต้นไม้ที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจ การยอมรับของคนทุกคน การยอมรับของหมู่เหล่า การยอมรับของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้ง ๖๕ ล้านคน อย่าให้เป็นการยอมรับหรือเป็นความต้องการของใครคนใดคนหนึ่งอีกเลยครับ บ้านของเรานะครับ ประเทศของเรานะครับ ถ้าบ้านหลังนี้คือบ้านของเรา ถ้าบ้านหลังนี้คือประเทศของเรา อย่าให้มันชอกช้ำไปมากกว่านี้เลยครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ