วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการก่อให้เกิดการไม่เท่าเทียมกันในการมีสิทธิในการออกเสียงในคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ประธานสภาเอามติกลับคืนมา
เพราะผมก็ยังยืนยันครับ ท่านประธานสามารถท่านก็รู้อยู่เหตุการณ์ ผมรู้ว่าท่านก็อึดอัดใจ เพราะผมเป็นกรรมาธิการ ผมมีสิทธิที่จะพูดบรรยากาศของที่ประชุมในมาตรานี้ มันเรื่องนี้ มาตรา ๒๙๑/๑ ท่านถอนหายใจหลายครั้งมาก เพราะผมรู้ เพราะท่านทำหน้าที่ประธานมาตลอด เพราะท่านเป็นประธานที่ดีมาก เพราะพวกผมชมท่านตลอดว่างานนี้ถ้าไม่ใช่ท่านสามารถ เป็นประธานการประชุมอาจจะไม่ราบรื่น เพราะท่านมีเหตุมีผล แต่รู้ว่าวันนั้น ท่านถอนหายใจหลายครั้ง เพราะว่าอยู่ ๆ จะมีการพลิกมติ หรือกลับมติขึ้นมา ท่านคงรู้อยู่แก่ใจ ว่ามันไม่ควรจะเป็น แล้วสุดท้ายชื่อท่านจะถูกบันทึกไว้ว่า ท่านสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ปล่อยให้มีการปล้นมติเกิดขึ้น มีการพลิกมติเกิดขึ้น จาก ๑๒ : ๑๐ เสียงกลับมาเป็น ๒๑ : ๓ เสียงในวันรุ่งขึ้น หลังจากท่าน อาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์นอนไม่หลับมา ๑ คืน แล้วผมก็รู้ว่ากระบวนการในการที่จะพลิกมติ หรือปล้นมติมันมีกระบวนการเกิดขึ้น เพราะผมเล่าได้เป็นฉาก ๆ ท่านประธาน ทุกอย่างถูกบันทึก ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการทั้งสิ้น แล้วก็ผมยืนยันว่าสิ่งที่ผมเล่ามันเป็นขั้นตอนที่ผมสรุปย่อมา เพื่อชี้ให้เห็นว่าก็ในเมื่อท่านประธานสามารถบอกไว้ชัดเจนว่าต่อไปนี้เราจะไล่รายมาตรา หลักการเราแขวนไว้ เพราะเราถือว่าถ้าหลักการมันถกกันอย่างไรก็ไม่จบ ท่านก็เลยลงรายมาตรา ท่านโหวตมาตราแรกเลยครับ ก็คือมาตรา ๒๙๑/๑ แล้วท่านก็แพ้พวกผม ในเมื่อมันเกิด ปัญหานี้ขึ้นมาก็ธรรมดานะท่านประธานครับ คนมันเจ็บใจท่านประธาน คนมันถูกเอาเปรียบ ในสิ่งที่ไม่เหมาะไม่สม แล้วผมก็รู้อยู่แล้วว่า ๒๒ เสียง กับ ๗๗ เสียง แค่นี้ท่านก็เอาเปรียบ พวกผมเยอะท่านประธาน มีอย่างที่ไหนรัฐบาลให้สภาตั้ง ๒๒ คน จากรัฐสภา เด็ก ป. ๔ ก็ไม่เชื่อว่า ๒๒ คน จะเป็นคนกลาง ผมว่าไปถามใครคนก็บอกว่า ๒๒ คนนี้เป็นคน ของรัฐบาลทั้งสิ้น และมิหนำซ้ำมีสิทธิ มีเสียง ในการยกมือเทียบเท่ากับ สสร. ที่มาจาก ประชาชน ที่ผมต้องพูดย้ำเนื่องจากว่าท่านเคยวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนสมาชิก ส.ว. ที่มาจาก การแต่งตั้งว่าพวกลากตั้ง พวกลากตั้ง ตอนนั้นผมก็แปลกใจ เอ๊ะทำไมพวกท่านรังเกียจ คนแต่งตั้ง เพราะหลายประเทศ ส.ว. ก็มาจากการแต่งตั้งเหมือนกัน แล้วผมก็เชื่อว่าเขาก็ทำ หน้าที่ได้ดี แต่อะไรที่ท่านพูดแล้วท่านมาทำที่มันคาใจพวกผม แล้วอยู่ ๆ ท่านก็กลับมาบอกว่า สสร. มาจากการแต่งตั้ง ๒๒ คน ก็ในเมื่อท่านรังเกียจพวกแต่งตั้งไม่ใช่หรือ ท่านลองไม่พูดสิครับ ผมจะไม่ว่าเลย แต่เกิดว่าท่านบอกว่าท่านรังเกียจพวกแต่งตั้งท่านก็มาแต่งตั้ง สสร. ๒๒ คน ให้มีศักดิ์ สิทธิ และความสามารถในการยกมือสนับสนุนเท่ากับ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง จังหวัดละ ๑ คน ผมว่ามันไม่แฟร์ (Fair) ท่านเล่นตุนในมือไว้ ๑ ใน ๔ ๑ ใน ๕ ๗๗ คน จังหวัดละ ๑ คน ท่านก็เอาไปอีกอย่างน้อยข้อหนึ่ง ก็เท่ากับว่า สสร. ชุดนี้อาจจะมีคน ของรัฐบาล ๗๐-๘๐ เสียง ใน ๙๙ เสียง มันก็คือรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย โดยพรรคเพื่อไทย แล้วมันอยู่ไม่นานนะท่านประธาน ท่านประธานท่านต้องการเห็นอย่างนี้หรือครับว่าวันดีคืนดี คนก็มาวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญของคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่เป็นของพรรคเพื่อไทย สุดท้ายก็ต้องแก้อีก ผมไม่เรียกร้องท่านอีก ผมก็เรียกร้องท่านส่วนตัวครับ ถ้ามีโอกาส ท่านสามารถทำความดีตรงนี้ละ ท่านทำกติกานี้ให้เป็นรัฐธรรมนูญของคนส่วนใหญ่ มีตัวแทน ทุกภาคส่วนมาร่างกติกาที่เป็นธรรม และอย่าให้เกิดปัญหา ๔ ข้อ เรื่องหมิ่นเหม่ ต่อเรื่องสถาบัน ซึ่งอันนี้ผมสบายใจขึ้นมาเพราะมีการบัญญัติไปแล้ว เรื่องการแทรกแซงศาล เพราะกังวลมากขนาดถุงขนม ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทยังลืมได้ แทรกแซงองค์กรอิสระ แล้วก็การนิรโทษกรรมครับ ถ้าท่านไม่มี ๓ ข้อนี้ ผมว่าสังคมจะไว้วางใจ แต่พฤติกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาทุกท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดใครจะไว้วางใจละ คุณทักษิณอยู่ที่ประเทศเขมร ก็พูดอย่างนี้ ต้องเป็นไปตามภาคียูเอ็น (UN) แต่ตอนที่ไม่ได้ดั่งใจยูเอ็นไม่ใช่พ่อ แต่อะไร ที่ได้ประโยชน์เราต้องเป็นไปตามภาคีที่เราทำไว้กับยูเอ็น อย่างนี้มันไม่แฟร์ คือท่านอย่าคิดว่า พวกผมตามไม่ทัน ผมตามพวกท่านทันหมด เพียงแต่ว่าหลายคนไม่กล้าพูด แต่ประชาชน บอกผมต้องมาพูดนะ ผมเป็นตัวแทนประชาชนนะท่านประธาน เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าถ้าท่านใจกว้าง ท่านเอามติพวกผมกลับคืนมา ๑๒ ต่อ ๑๐ ผมทวงครับ เอา ๑๒ ต่อ ๑๐ ของพวกผมกลับคืนมา ก็เท่ากับว่าวันนั้นพวกผมก็จะยืนว่า สสร. ที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชน ๒๐๐ คน ผมเรียกร้องนะครับ ผมขอทวงมติในสภาแห่งนี้ ต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าพวกผมฝ่ายค้าน กรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอทวงมติ พวกผม ๑๒ ต่อ ๑๐ มติของผมมีอยู่ว่า สสร. มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ๒๐๐ คน ตามสัดส่วนของประชากร จังหวัดใหญ่มี สสร. มาก จังหวัดเล็กมี สสร. น้อย เหตุผลที่ถามว่า ทำไมถึงเป็นไปตามสัดส่วน เนื่องจากว่าคนพวกนี้จะมาสร้างพิมพ์เขียวประเทศ คนพวกนี้ ก็จะเป็นตัวแทนของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เขาจะได้สร้างพิมพ์เขียวที่เป็นของคนทั้งประเทศ นอกจากนั้นแล้วถ้าท่านคิดว่ามันยังขัดต่อหลักการอยู่ ผมไม่ว่าเลยครับ คณะกรรมาธิการ เรามีสิทธิขอมติที่ประชุมในการเพิ่มเติมเข้าไปให้มันสอดคล้องกับหลักการ ท่านก็เพิ่มเข้ามา ให้มีการแต่งตั้งโดยสภา อย่างนี้ผมโอเคครับ ให้สภาแต่งตั้ง ๒๒ คน ตามที่ท่านต้องการ ท่านก็จะได้ทั้งแต่งตั้ง แล้วก็เลือกตั้ง แฟร์ครับท่านประธาน ท่านแต่งตั้ง ๒๒ คน เสนอเข้ามาเลย แต่ขอทวงมติพวกผมครับ ๑๒ ต่อ ๑๐ แล้วท่านก็เลือกตั้ง ๒๐๐ คน อย่างนี้ผมเชื่อว่า มันจะทำให้ความหวาดระแวงของพี่น้องประชาชนต่อการเร่งรีบ รวบรัด แก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่มีความหวาดระแวงมากเท่าไร แล้วก็ยิ่งผมตามข่าวเมื่อวานนี้เห็นพี่น้องประชาชน ก็เริ่มนัดระดมพลเห็นว่าวันที่ ๒๑ เมษายนจะเริ่มมีการระดมพล เพราะว่าเขาหวาดระแวง พวกท่าน ประชาชนเขาหวาดระแวงคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพราะมาตรา ๒๙๑ มันคือหัวใจครับ ถ้าท่านแก้ไขให้สอดคล้องกับพวกผมเรียกร้อง ผมว่าความหวาดระแวง ของพี่น้องประชาชนก็จะลดน้อยลง ม็อบเกิดขึ้นยากขึ้น แต่ถ้าสูตรนี้ผมว่าม็อบมาแน่นอน และยิ่งรัฐธรรมนูญท่ามกลางการปล้นด้วยนะครับ พูดได้เต็มปากครับ ผมว่ามันอยู่ไม่ได้หรอกครับ ท่านประธานครับ อย่างนั้นพวกผมทวงมติพวกผมครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน