รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕

เจริญ ภักดีวานิช เสนอความเห็นเรื่องความตกลงเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างไทย-พม่า โดยชี้ว่าความตกลงนี้จะช่วยให้นักลงทุนของไทยมีความมั่นใจและเกิดความเจริญรุ่งเรืองในประเทศพม่า และหารือเรื่องการลงทุนในประเทศพม่า พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลวางกรอบแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมในการคุ้มครองการลงทุนและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการผลักดันเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด-เมียวดี และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงดูแลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการลงทุนในโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย

นายเจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมก็จะพยายามสรุปสั้น ๆ เพื่อประหยัดเวลาของสภาครับท่านประธาน ก่อนอื่นกระผม ขอสนับสนุนความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสหภาพพม่าฉบับนี้ของรัฐบาล มีผลอยู่ ๓-๔ ประการครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานติดตามเมื่อกี้ ท่านรัฐมนตรีได้แจ้งให้ทราบว่าเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ประเทศพม่า ได้อนุมัติกรอบนี้แล้วนะครับ และปลายปี ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ได้ไปประเทศพม่า ที่จริงนักลงทุนของเราเข้าไปลงทุนตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ จนถึงปัจจุบัน จํานวนมาก ท่านประธานครับ ของเราจะรองจากประเทศจีนและประเทศฮ่องกงเป็นอันดับ ๒ ครับ เมื่อกี้ ท่านรัฐมนตรีก็บอกว่าประเทศไทยไปลงทุนไว้ประมาณเกือบ ๆ ๑๐,๐๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์ แล้วก็ประมาณ ๖๑ โครงการครับท่านประธาน โครงการใหญ่ ๆ ที่เราไปลงที่นั่นจะมีปัญหา ถ้าท่านประธานติดตามข่าว เมื่อ ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา โรงแรมของประเทศไทยที่ประเทศพม่า เขาสร้างสนามกอล์ฟ บ้านพักคนงานถูกเผา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตไปวางสํารวจเพื่อสร้างเขื่อนพลังน้ํา ก็ถูกลอบยิง พนักงานก็ต้องกลับเมืองไทย ที่กระผมกราบเรียนตรงนี้เพื่อต้องการกราบเรียน ท่านประธานว่า ความตกลงนี้จะช่วยให้นักลงทุนของเราเกิดความมั่นใจ เป็นการคุ้มครอง ท่านประธานครับ ขณะนี้ทุกประเทศมุ่งไปสู่ประเทศพม่า เพราะว่าทรัพยากรค่อนข้างมาก หลังการเลือกตั้งถ้าท่านประธานติดตามข่าวจะเห็นว่า เดิมนั้นนักลงทุนจะกังวลเรื่องการส่งสินค้า ไปทางประเทศยุโรปหรือประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะถูกกีดกันการค้าเนื่องจากปัญหา ทางการเมือง แต่หลังจากการเลือกตั้งแล้ว ถ้าท่านประธานติดตามข่าวนะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เริ่มตั้งทูตแล้วก็เริ่มผ่อนคลาย เพราะฉะนั้นนักลงทุนของเราสามารถเพิ่มการลงทุนที่ ประเทศพม่าค่อนข้างได้มาก ถ้าท่านประธานดูแผนที่ ประเทศพม่าถ้าเราเปลืองทุนมาก ๆ ไปประเทศอินเดีย ๑,๐๐๐ กว่าล้านคน ถ้าไปประเทศจีนก็ ๑,๓๐๐ กว่าล้านคน โอกาสที่จะเติบโต ค่อนข้างมาก จีดีพี (GDP) ของประเทศพม่า ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๓ ประมาณเกินกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เดิมนั้นนักลงทุนจะมีปัญหาเรื่องระบบการแลกเปลี่ยน ซึ่งกระผมจะประหยัดเวลา จะไม่กราบเรียนท่านประธานครับ ขณะนี้ประเทศพม่า ก็ได้จ้างบริษัทต่างประเทศ คนต่างประเทศไปวางระบบทั้งเรื่องของกฎเกณฑ์ กฎหมาย ส่งเสริมการลงทุน ซึ่งเขาเพิ่งออกให้ส่งเสริมการลงทุน ๘ ปี ลดภาษีให้ ๘ ปีเหมือนประเทศไทย อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นแรงจูงใจที่กระผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เห็นว่าความตกลงนี้ จะช่วยให้นักลงทุนของเราเข้าไปลงทุนประเทศพม่ามากขึ้น และเกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น กระผมมีข้อสังเกตจากข้อตกลง ๓ ข้อ เผื่อท่านรัฐมนตรีจะได้เข้าไป ซึ่งจะเป็นข้อเสนอ ในตอนท้าย

อันแรกคือคํานิยาม ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๕ ของคํานิยาม คําว่า สกุลเงินที่ใช้โดยเสรี หมายถึงสกุลเงินเพื่อกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เดิมนั้นนักลงทุนจะกังวลระบบ การแลกเปลี่ยนเงินทุนของประเทศพม่านะครับ ประเทศพม่ากําหนดไว้ ๖ จ๊าดต่อดอลลาร์ นะครับ แต่ว่าตลาดมืดนั้น ๘๐๐ จ๊าด ความแตกต่างค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นทางรัฐบาล ช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วยนะครับ

ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องข้อที่ ๓ การลงทุนและการคุ้มครอง อันนี้เป็นประเด็นสําคัญ อยากให้ท่านรัฐมนตรี ผมจะมีข้อเสนอในตอนท้ายนี่ครับ ในการคุ้มครองการลงทุน ข้อที่ ๒ การลงทุนของผู้ลงทุนของภาคีแต่ละฝ่ายจะได้รับที่เป็นธรรมและเที่ยงธรรมตลอดเวลา เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีก็บอก แต่หลักการนี้เวลาปฏิบัติ ขอให้ท่านรัฐมนตรีวางกรอบให้เกิด ความเป็นรูปธรรม ว่าอะไรบ้างเป็นธรรม มีเรื่องอะไรบ้าง เพราะว่าประเทศพม่า ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีคงจะทราบนะครับว่าเขามีหลายกลุ่มที่แตกแยกทางความคิด ทางการเมืองค่อนข้างสูง

๑๓/๑

สําหรับข้อที่ ๕ ที่กระผมจะมีข้อสังเกตก็คือการทดแทนความสูญเสีย บทเรียนจากเขมรถ้าท่านประธานจําได้ เพราะดาราของเราได้แสดงภาพทําให้ชาวเขมร ปลุกระดมขึ้นมา โรงแรมของเราที่ประเทศเขมรก็ถูกเผาเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ในกรณีประเทศพม่า ก็ตาม เพราะฉะนั้นการทดแทนความสูญเสียขอให้ท่านรัฐมนตรีได้วางกรอบ ถึงแม้ข้อตกลง เขาบอกว่าผู้ลงทุนของภาคีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งซึ่งการลงทุนของตนในดินแดนของภาคีอีกฝ่าย เมื่อประสบความสูญเสียจากสงคราม หรือจากการจลาจลก็ดี หรือการก่อการร้าย ตรงนี้ถ้าเรา วางกรอบไม่ดีถึงแม้จะมีความตกลงก็ตามแต่เป็นรูปธรรมในผลปฏิบัติค่อนข้างลําบาก เพื่อประหยัดเวลาของสภาแห่งนี้ กระผมมีข้อเสนอท่านรัฐมนตรี ๓-๔ ข้อ เพราะฉะนั้น บางเรื่องอาจจะอยู่ในข้อตกลง แต่บางเรื่องเผื่อทางรัฐบาลจะได้วางกรอบในการแก้ปัญหา การลงทุนในประเทศพม่า กระผมกราบเรียนไปแล้วจากข้อที่ ๑ ข้อที่ ๓ ข้อที่ ๕ ในข้อตกลง

ประการที่ ๑ ก็คือขอให้รัฐบาลวางกรอบแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมในการคุ้มครอง พร้อมรายละเอียดเพื่อสื่อสารให้กับนักลงทุนเกิดความมั่นใจ ผมคิดว่าทางกระทรวงพาณิชย์ ต้องรีบเพื่อให้นักลงทุนเรามั่นใจ

ประการที่ ๒ ก็คืออยากให้เร่งรัดเรื่องการผลักดันเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด-เมียวดี สมาชิกวุฒิสภาได้หารือในการประชุมวุฒิสภาหลายครั้ง เห็นว่าตรงนี้ถ้าเผื่อว่าเราสามารถ ผลักดันเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด-เมียวดีได้ ก็นําไปสู่เป็นศูนย์กลางในการที่จะเกิดการทั้งลงทุน และการกระจายสินค้า และเพิ่มมูลค่าของการค้าขายระหว่างประเทศ

ประการที่ ๓ ผมเข้าใจว่ามีความจําเป็นที่รัฐบาลต้องเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มมากขึ้น ในกรณีของบ้านกิ่วผาวอกที่อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ กรณีของบ้านห้วยต้นนุ่น ที่อําเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน กระผมยกตัวอย่าง ๒ จุดนี้ ถ้าเผื่อรัฐบาลไปเร่งรัด กระทรวงการต่างประเทศไปเร่งรัดในการเปิดจุดผ่านแดนที่เป็นถาวรขึ้นก็จะทําให้เกิดมูลค่า มากขึ้น

อันสุดท้ายที่สําคัญมาก ๆ กระผมเข้าใจว่าขณะนี้ไม่ว่าโครงการท่าเรือน้ําลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวายจะมีผลกระทบต่อระบบสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก จะปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปีละประมาณ ๓๐ ล้านตัน ปล่อยก๊าซซัลเฟอร์จากโรงงานปีละ ๔๐๐,๐๐๐ ตัน ผลกระทบเหล่านี้จะเกิดอะไรขึ้น สินค้าที่เราไปลงทุนถ้าระยะยาวอาจจะได้รับ การต่อต้านจากประเทศที่เขามีความเคร่งครัดในเรื่องของระบบสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ อียู (EU) เพราะฉะนั้นตัวนี้รัฐบาลต้องให้ข้อมูลและพยายามที่จะให้ผู้ลงทุนวางแผนระยะยาว ไว้ด้วยนะครับ

อันสุดท้ายก็คือขณะที่ไปลงทุนท่านประธานครับ ท่าเรือน้ําลึกและ นิคมอุตสาหกรรมทวายนั้นประชาชนพม่าประมาณ ๒๐ หมู่บ้านเขาเดือดร้อน ๓๒,๐๐๐ คน เมื่อเราไปลงทุนแล้วคนเหล่านี้เกิดเดือดร้อน ถ้าเกิดร้องเรียนในต่างประเทศ เราไปลงทุนแล้ว จะเกิดกระทบกับผู้ลงทุน เพราะฉะนั้นรัฐบาลช่วยดูแลตัวนี้ด้วยนะครับ

ประเด็นสุดท้ายที่จะเกี่ยวกับเมืองไทยที่กระผมกราบเรียนท่านประธานก็คือ เรื่องของถนนที่จะสร้างจากบางใหญ่ไปจังหวัดกาญจนบุรี สายนั้นถ้าออกแบบไม่ดีจะเป็น ถนนที่ขวางทางน้ํา น้ําจะท่วมยาว ๓-๔ ข้อข้างหลังนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับข้อตกลงครั้งนี้ แต่ก็เป็นกรอบอันหนึ่งที่รัฐบาลจะได้วางแนวในการที่จะให้เกิดการค้าระหว่างไทย-พม่า เกิดความมั่นคงและเกิดความมั่นใจของนักลงทุน แล้วบางเรื่องอาจจะส่งผลกระทบ ความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน ก็เพื่อประหยัดเวลาสภากระผมขอกราบเรียน ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ