รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕

อนุชา บูรพชัยศรี หารือเรื่องการกู้เงินและเสนอแนวทางในการลดการใช้เงินนี้ โดยพูดถึงการลดความเหลื่อมล้ำและเก็บภาษีที่ดิน และหารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการกู้เงินและรถไฟฟ้าความเร็วสูง รวมถึงการปรับปรุงระบบขนส่งในประเทศ โดยเสนอให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยดูแลระบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองแทนกรมทางหลวง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลระบบขนส่ง และลดต้นทุน

นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมกําลังจะพูดในเรื่องของการกู้เงินนี่ละครับว่า ถ้าเรามีนโยบายที่มันเหมาะสม เราก็ไม่จําเป็นต้องกู้ ๓๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท สมมุติยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างที่ผมเรียนนะครับ รถคันแรก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เราก็อาจจะกู้เงินแค่ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเองครับ ท่านประธาน ยังอยู่ในประเด็นนะครับ หรือแม้กระทั่งเราจะลดความเหลื่อมล้ํา เราจะไป เก็บภาษีที่ดินอะไรต่าง ๆ ที่มีการได้เสนอแล้วในที่ประชุม ผมเข้าใจว่าเคยที่จะนําเข้ามา ในสภาแห่งนี้ แต่ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ดําเนินการที่จะรับรองต่อไป

เอาละครับ เพื่อเข้าเรื่องของกรอบประเด็นอีกเช่นเดียวกัน ในเรื่องของการที่จะ กู้เงินในอนาคตนะครับ เรื่องของการที่เรามีการพูดถึง ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ก็พูดถึงเรื่องของ การที่เราจะมีการก่อสร้างอีกหลาย ๆ สายที่จะตามมา ก็ต้องมีการกู้เงินอีกเช่นเดียวกัน แต่เรื่องของ เงินที่จะเข้ามาในระบบมันไม่ใช่เพียงแค่มาก่อสร้างอย่างเดียว คงจะเป็นการกู้เงินเข้ามาในอนาคต หรือจะเป็นงบประมาณแผ่นดินที่จะต้องจัดสรรในการที่จะมาซับซิไดซ์ (Subsidize) หรือที่จะมาอุดหนุนในลักษณะของพีเอสโอ (PSO) พับลิค เซอร์วิส (Public service) อะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ออบลิเกชัน (Obligation) ซึ่งตรงนี้นี่นะครับ มันก็ไปเกี่ยวข้องกับ นโยบายของรัฐบาลอีกเช่นเดียวกันที่ประกาศออกมาว่า ๒๐ บาทตลอดสาย ผมก็เป็นห่วง เหมือนกันว่าในอนาคตงบประมาณหรือการกู้เงินในลักษณะเช่นนี้เพื่อที่จะมาสนองนโยบาย อย่างนี้มันอาจจะเกิดปัญหาให้กับเราในอนาคตได้ เพราะว่าตอนที่รัฐบาลพูดว่า ๒๐ บาทตลอดสาย ของรถไฟฟ้าทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไม่ได้พูดถึงรายละเอียดหรอกครับว่า จะทําอย่างไร แต่ ณ วันนี้ก็กลายเป็นว่าต้องสร้างให้เสร็จทั้ง ๑๐ เส้นทาง แล้ว ณ ปัจจุบัน รถไฟฟ้าแต่ละเส้นทางก็ต้องบอกว่าก่อเกิดขึ้น มีการประมูลเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่รัฐบาลในสมัย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งนั้นเลย ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลก็ทํางานมาเกือบจะ ครบปีแล้ว ยังไม่มีการเพิ่มขึ้นสักเส้นทางเดียวเลย จะมีก็เพียงแค่เส้นทางของทาง กรุงเทพมหานครที่ดําเนินการเปิดส่วนต่อขยายในแต่ละส่วนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นไปฝั่งธนบุรี หรือว่าจะไปจังหวัดสมุทรปราการก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นในอนาคตผมอยากให้เรื่องของ นโยบายที่เกี่ยวข้องกับประชานิยมในลักษณะเช่นนี้ต้องคํานึงให้มาก เพราะไม่อย่างนั้น ก็จะกลับมาขอในเรื่องของวงเงินกู้ต่าง ๆ ที่จะนําไปอุดหนุนโครงการของรัฐบาลเช่นนี้

ในส่วนเรื่องของการที่เราพูดถึงเมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกพูดถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูง ผมเองก็อยากจะอภิปรายตรงนี้เพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งนะครับว่า ในอนาคตรถไฟฟ้าจะเป็น โหมด (Mode) ของการขนส่งได้หรือไม่ในเรื่องของรถไฟฟ้าความเร็วสูง ก็ต้องขึ้นอยู่กับ ค่าโดยสารอีกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้ในอนาคตนี่นะครับ การที่จะไปหาเสียง หรือการที่จะไปขอคะแนนพี่น้องประชาชนแล้วเอาเรื่องของค่าโดยสารในลักษณะเช่นนี้ ไปเพื่อหาเสียงกับประชาชน แล้วเราจะต้องนํางบประมาณมาอุดหนุนอีกเช่นกัน ในอนาคต เราจะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง เพราะฉะนั้นเรื่องของค่าโดยสารถ้าเกิดจะเป็น ในเรื่องของการที่จะอุดหนุน ผมก็อยากจะให้อุดหนุนในลักษณะที่เราสามารถที่จะทําให้ รถไฟฟ้าสามารถเกิดขึ้นได้หลายๆ สาย ไม่ใช่แค่เพียงไปพูดหาเสียงเพื่อที่จะได้คะแนนมา แล้วหลังจากนั้นเราก็ต้องมาเสียในเรื่องของงบประมาณแผ่นดินหรือต้องกู้เงินมาเพื่อที่จะ อุดหนุนตรงนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นในเรื่องของเส้นทางก็สําคัญ เราพูดถึงในช่วงแรกเลยว่าเราจะมีการก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูงจากจังหวัดหนองคายเข้ามาทางกรุงเทพมหานครลงไปจนกระทั่งถึงประเทศมาเลเซีย เป็นสายหลัก ซึ่งเส้นทางตรงนี้ก็เหมือนกับว่าจะต่อเนื่องไปถึงทางด้านประเทศลาว ไปถึงทางด้านประเทศจีนตอนใต้ แต่ก็มีการพูดถึงว่าเส้นนั้นอาจจะพักไปก่อน เอาเส้นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ดีไหม อะไรต่าง ๆ พวกนี้ ซึ่งประเด็นเรื่องของการเลือกเส้นทาง เรื่องของอะไรต่าง ๆ ผมอยากจะให้มองดูว่ามันเป็นนโยบายในส่วนของภูมิภาคด้วย ณ ตอนนี้เราจะมีในเรื่องของการที่จะร่วมมือกันระหว่างอาเซียนในเรื่องของการเศรษฐกิจเออีซี เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องของเรา อยู่ดี ๆ ไปเพิ่มที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วก็ลงมาที่ กรุงเทพมหานครโดยที่ไม่ต่อเนื่องกับเพื่อนบ้านของเราเลย เพราะฉะนั้นอยากให้เส้นทางพวกนี้ เป็นเส้นทางที่อยากจะช่วยพิจารณาเป็นกรณีไปด้วยนะครับ

ในเมื่อมีผู้บริหารจากกระทรวงการคมนาคมมานั่งฟังอยู่ด้วย ผมก็จะขอเป็น ประเด็นสุดท้ายว่า ณ ตอนนี้ยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการขนส่งนอกเหนือจาก เรื่องรถไฟอีกมากมาย ผมคิดว่าถ้า ณ ตอนนี้เราเริ่มที่ขยับในเรื่องของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงคมนาคมก็จะเป็นเรื่องที่ดี ผมยกตัวอย่างประเด็นเดียวเท่านั้นก็คือตอนนี้เราพูดถึง เรื่องของการที่จะลดต้นทุน เรื่องของโลจิสติกส์ ซึ่งตอนนี้ก็ค่อนข้างที่จะสูงพอสมควร เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่เขาเรียกว่ามีระบบสาธารณูปโภคหรืออินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) ที่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เรื่องของมอเตอร์เวย์ (Motorway) หรือที่เรา เรียกกันง่าย ๆ ว่าทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ตอนนี้อยู่ในการกํากับดูแลของทางกรมทางหลวง ผมมองดูว่าในอนาคตถ้าเราจะใช้งบประมาณหรือเราจะกู้เงินเพิ่มเข้ามาอยากจะให้ลองดูสิว่า ภารกิจตรงนี้ลองไปให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยดูแลได้ไหม จะได้ไม่ต้องซ้ําซ้อนกันครับ เรามีปัญหาตั้งแต่ตอนที่เราสร้างวงแหวน มีกรมทางหลวง มีการทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีอะไรต่าง ๆ เข้ามา ทําให้กฎระเบียบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เกี่ยวข้องกับกรมการขนส่ง การขนส่งในส่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย น้ําหนักรถเท่าไร กรมทางหลวงน้ําหนักรถเท่าไร การเก็บเงินกรมทางหลวงเท่าไร การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเท่าไร แบ่งกันอย่างไร มันวุ่นวายไปหมดเลยครับ ถ้าเป็นไปได้นะครับ ตอนนี้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะดูแลเรื่องของทางหลวงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตอนนี้ก็แทบจะ สร้างอะไรไม่ได้มากแล้วครับในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพราะว่าแตะที่ไหนก็มีชุมชน แตะที่ไหนก็มีที่อยู่อาศัย มีคนออกมาประท้วงมากมาย เพราะฉะนั้นถ้าภารกิจในเรื่องของการที่ เราจะย้ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ไปให้กับทางด้านการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ผมคิดว่าในอนาคตเราก็สามารถที่จะเพิ่มเติมในเรื่องของประสิทธิภาพในการดูแลระบบขนส่ง ในประเทศของเราครับ ก็ขออนุญาตจบการอภิปรายในลักษณะเช่นนี้ ในเรื่องของกรอบวงเงิน ก็เห็นด้วยครับ แต่ว่าเราควรที่จะพิจารณาในเรื่องของนโยบายอื่น ๆ ถ้าเราพูดง่าย ๆ ว่า ลดวงเงินกู้ของเราให้ได้มากที่สุดก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติครับท่านประธานครับ