จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือโครงการรถไฟฟ้าและระบบขนส่งมวลชนในไทย โดยเสนอให้เชื่อมต่อเส้นทางระหว่างนนทบุรี สยามสแควร์ และสายสีชมพู เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดซองประมูลอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ใช้บริการ เส้นทางถนนงามวงศ์วาน-แจ้งวัฒนะ ข้ามสะพานพระนั่งเกล้าไปหาญาติอยู่ที่บางใหญ่หลายครั้ง แล้วก็เห็นการก่อสร้างนั้นก็มีความคืบหน้ามากมายท่านประธานครับ ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ ได้อธิบายแล้วนะครับว่าเส้นทางนั้นไปอย่างไร รถไฟฟ้าใต้ดินที่เรานั่งกันเป็นปัจจุบันนี่ละครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ไปโผล่อยู่แถว ๆ บางซื่อ บางซื่อยังเป็นใต้ดินอยู่นะครับ จากนั้นก็จะ ขึ้นบนดิน แล้วก็วิ่งต่อถนนงามวงศ์วานบ้าง แล้วก็ส่วนที่ ๑ ไปจบพระนั่งเกล้า แล้วก็ข้ามต่อไปยัง บางใหญ่ เส้นทางชัดเจนครับท่านประธานว่าเป็นการรับคนซึ่งเป็นพี่น้องคนไทยทุกคนที่ใช้บริการจาก จังหวัดนนทบุรีผ่านบางใหญ่ แล้วก็กลับเข้ามากรุงเทพมหานครต่อในโครงการอื่น ๆ เช่น บางซื่อ แล้วก็เดินทางต่อมายังลาดพร้าว เข้ารัชดาภิเษก ไปพระรามเก้า ไปศูนย์สิริกิติ์ แล้วก็ไปจบที่หัวลําโพง แล้วก็ไปเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าของบีทีเอส ซึ่งเป็นการยกระดับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดท่านประธานดูภาพรวมทั้งหมดแล้ว ตอนนี้การบริการ สาธารณะนอกจากรถเมล์ รถตู้ รถมอเตอร์ไซค์ รถตุ๊ก ๆ แล้ว ความหวังของ คนกรุงเทพมหานครและคนชานเมืองก็คือรถไฟฟ้าครับ แต่ที่ผ่านมามันเกิดภาวะ ช้าเสียเหลือเกิน ที่ผมบอกว่าช้าเสียเหลือเกินนี้เกิดอะไรขึ้นบ้างครับท่านประธาน พอจะทําอะไรที ก็ติดการเวนคืนบ้างละ ติดคนทักท้วงอย่างโน้นอย่างนี้บ้างละ แล้วการเชื่อมต่อทั้งระบบ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อธิบายเมื่อสักครู่นี้ก็เป็นเหตุเป็นผลครับ โดยเฉพาะที่บอกว่าทรัพย์สิน ของส่วนราชการ หรือแม้แต่กระทั่งการบริการสาธารณะนั้นไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่งครับ ย่อมจะต้องเป็นของประเทศชาติ ผมไม่อาจจะตอบแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้นะครับว่า ๒๐ บาทตลอดสายนั้นจะเริ่มต้นเมื่อใด แต่ผมเชื่อว่าการที่จะคิดแล้วก็จะทําอะไรของ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยนั้นไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็จินตนาการนะครับว่าจะกําไรเท่านั้น จะกําไรเท่านี้ แล้วก็เที่ยวมาบอกใคร แต่ได้คิดอย่างเป็นสูตร อย่างเป็นระบบครับ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เราเป็นผู้แทนราษฎรก็คล้ายกับเรียนมหาวิทยาลัยครับ ก็คือมีวาระเทอม ๔ ปี ต้องบอกว่านี่คือปี ๑ นะครับ เปิดเทอมมาได้ ๒ เทอมเท่านั้นเองครับ ถามว่ารัฐบาล ทําอะไรมากมายไหม ผมเชื่อเลยนะครับว่ารัฐบาลทําได้เยอะจริง ๆ เอาล่ะบอกมาทั้งหมด ๑๐ กว่าข้อ ๒๐ ข้อ ทําไปได้ ๗-๘ ข้อ ถ้าถามว่าเป็นนักเรียนปี ๑ ถือว่าสอบผ่านนะครับ ท่านประธาน แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาอธิบาย เลยไปจนถึงเรื่องรถไฟฟ้าที่วิ่งจากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดเชียงใหม่ต่าง ๆ นานา ผมฟังแล้ว ผมก็ตกใจครับ เพราะว่าอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน ในวันที่ ๑๖ ที่จะถึงนี้ครับ รัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยจะแถลงผลงานผ่านทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ เอ็นบีที ไทยพีบีเอส วิทยุโทรทัศน์รัฐสภา แล้วก็วิทยุสื่อสารมวลชนมากมายครับ ผมฟังดูแล้ว ผมเชื่อเลยนะครับว่าความฝันที่เคยวาดไว้ตอนหาเสียง ก่อนวันที่ ๓ กรกฎาคม เราไปหาเสียง หลากหลายจังหวัด เราไม่แน่ใจหรอกครับว่ามันจะเป็นจริงมากน้อยขนาดไหน แต่เวลา ให้คะแนนคนท่านประธานครับ พูดมา ๑๐๐ บาท ทําได้ ๖๐ บาท ถือว่านัมเบอร์วัน (Number one) แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมดูจากการแถลงผลงานนโยบายของรัฐบาล ที่กําลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้นะครับ ปรากฏว่าเส้นทางรถไฟฟ้า จากกรุงเทพมหานครวิ่งมุ่งหน้าไปจังหวัดเชียงใหม่ วิ่งมุ่งหน้าไปที่โคราช วิ่งมุ่งหน้าไปทาง ภาคใต้ครับ เป้าหมายคือจบที่ปาดังเบซาร์ครับ ไปทางทิศตะวันออก ผ่านแอร์พอร์ทลิงค์ ไปจบที่พัทยา จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดระยอง ไม่ได้หมายความว่าเป็นนักศึกษาปี ๑ ปุ๊บ ทําแล้วทําหมดเลยนะครับท่านประธาน อย่างนี้เขาเรียกว่าดีดนิ้วแล้วมาครับ ทําตามทีละเฟส (Phase) แต่ที่สําคัญก็คือรัฐบาลได้เริ่มต้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการดําเนินการในส่วนนโยบายครับ นี่ผมพูดถึงรถไฟฟ้าที่ท่านได้พูดนะครับว่า เคยหาเสียงไว้บอกว่าจะวิ่งตั้งแต่กรุงเทพมหานคร ไปจังหวัดขอนแก่น ทําไมเฟสแรกมีแค่กรุงเทพฯ-นครราชสีมา มันต้องค่อย ๆ ทําครับ ประเทศก็ยังตั้งงบประมาณขาดดุลอยู่แบบนี้นะครับ รายได้ก็ยังไม่สมดุลกับรายจ่าย ดีมานด์ (Demand) ไม่ซัพพลาย (Supply) ดีมานด์กับซัพพลายไม่บาลานซ์ (Balance) กัน มันก็ต้องแน่นอนครับ ค่อย ๆ ทําไปครับ ส่วนที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาพูดถึงบอกว่าเครื่องบินเป็นทางเลือก ท่านประธานบ้านอยู่จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานขึ้นเครื่องบินบ่อย ท่านประธานเผื่อเวลา กี่ชั่วโมงครับ จากภายในที่ท่านประธานพักในเมืองไปสนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องออก ๙ โมง ผมเชื่อว่าท่านประธานต้องตื่นตีห้าครึ่ง แล้วใช้เวลา ๖ โมงครับ ออกไปกว่าจะเดินทางถึง สนามบิน ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง กว่าจะเช็กอิน (Check in) กว่าจะโหลด (Load) กระเป๋า กว่าจะเดินไปที่งวงช้าง กว่าจะขึ้นเครื่องบิน กว่าจะนั่งดูแอร์โฮสเตสมาสาธิตอีก กว่าจะเทคออฟ (Take off) ขึ้นไปท่านประธานครับ ๒ ชั่วโมงไม่อยู่ บินไปถึงจังหวัดขอนแก่นอีก ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง กว่าจะลง กว่าจะรับกระเป๋า กว่าจะออกไปอีก ท่านประธานครับ ๓ ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้อธิบายครับว่ามันมีตัวเลือก ทางอื่น เช่น เครื่องบิน แต่รถไฟความเร็วสูงท่านประธานครับ เอาไม้บรรทัดทาบจาก กรุงเทพมหานครไปจังหวัดเชียงใหม่ ถ้าวิ่งทางรถผ่านถ้ําขุนตาลประมาณ ๗๐๐ กิโลเมตร แต่ถ้าเอาไม้บรรทัดทาบตรง ๆ แบบเมืองจีนที่เขาทํา ผมไปคุนมิงเมื่อ ๒ เดือนก่อน เจออุโมงค์เจาะทะลุ ๆ เจอแม่น้ํา ลําคลองยกระดับให้มันราบในระดับเดียวกัน สุดท้าย ความเร็วสูงที่วิ่งประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมเอาต่ํา ๆ ก่อนนะครับ จริง ๆ ต่างประเทศเขาวิ่งกัน ๓๐๐-๔๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงกันแล้ว มันก็หมายความว่า เราจะเดินทางจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ในระยะทางตรงประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร น่าจะวิ่งอยู่ ประมาณ ๒ ชั่วโมง ก็หมายความว่าไม่ต้องไปเช็กอินอะไร หิ้วกระเป๋าไปปุ๊บก็ขึ้นสถานีรถไฟเลย แล้วก็ไปลงอีกทีสถานีเชียงใหม่ เพราะฉะนั้นนี่เป็นทางเลือกหนึ่งก็จริงครับ เครื่องบินครับ แต่นับวันเครื่องบินก็จะลดการเดินทางในลักษณะนี้น้อยลงไปทุกวันครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะว่าจับประเด็นที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้กรุณาพูดแล้วก็โอบล้อมกลับเข้ามารถไฟฟ้าสายสีม่วงครับ ท่านประธานครับ ผมดูกรอบวงเงินกู้นี่นะครับ ถ้าประเทศไทยขุดบ่อน้ํามันเจอแน่นอนครับ ไม่ต้องกู้แน่นอน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัว ทํางบประมาณ แบบขาดดุลแบบนี้ เราก็ทํากันเองหมดครับ แต่ว่าไจก้าเขาก็ใจกล้าจริง ๆ ท่านประธานครับ ของประเทศญี่ปุ่นเวลาประเทศไทยจะกู้อะไรเขาถามรัฐสภา เขาถามประเทศไทยครับ ถ้ารัฐสภา เห็นชอบตามมาตรา ๑๙๐ เขาบอกจัดหนัก จัดเต็มเลย ไม่มีปัญหาครับ แต่ผมย้อนความ นิดเดียวท่านประธานครับ รถไฟสายสีม่วง ในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เราจําโฆษณาชิ้นหนึ่งได้ ท่านประธานจําได้หรือเปล่าครับ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีโฆษณาบอกว่าเราจะไม่ยอมให้ลูกของเราหลับในรถ กินในรถและนอนในรถ อะไรประมาณอย่างนี้ท่านประธานจําได้ใช่ไหมครับ มีป้ายโฆษณาขึ้นเต็มกรุงเทพมหานครครับ เพราะอะไรครับ ตอนนั้นกรุงเทพมหานครมันอภิมหารถติด ผมเกิดแถวลาดพร้าว แล้วก็เจอปัญหา เพราะว่าเรียนหนังสืออยู่แถว ๆ นี้รถติดมาตลอด ชีวิตเจอแต่การก่อสร้าง เดี๋ยวสร้างอุโมงค์ เดี๋ยวสร้างสะพาน เดี๋ยวสร้างรถไฟฟ้า เดี๋ยวสารพัดสร้างครับ แต่มันต้องเริ่มทัน ทําตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ แนวคิดต้องเกิดก่อนครับ เอาล่ะทําช้าหน่อยไม่เป็นอะไรครับ สุดท้ายปลายทาง จะมาเริ่มในสมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ก็ถือว่า เป็นการทําร่วมกันในแบบประเทศไทยครับ นี่เขาเรียกว่าไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีรัฐบาลครับ ผมเป็นฝ่ายค้านเมื่อคราวที่แล้ว คราวนี้ผมเป็นรัฐบาล ผมก็ชื่นชมครับว่ามันมาจากรัฐบาล ที่รอยต่อกันแต่ละรัฐบาล เพราะโครงการมันดีดนิ้วอย่างที่ท่านบอกว่ากรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-ขอนแก่น จะทําให้ภายในปีนี้เลย มันเป็นไปไม่ได้ครับ มันต้องใช้เวลาครับ ขนาดรถไฟฟ้าสายสีม่วงท่านประธานครับ ปีที่แล้วเจอน้ําท่วมหยุดไปเกือบ ๒ เดือน แต่ผมมาดูรายงาน ก็เห็นชัดเจนครับว่าหลังจากที่น้ําท่วมผ่านไป ๗-๘ เดือนที่ผ่านมาเขาเร่งสปีดได้เร็วขึ้นครับ ดูจากเปอร์เซ็นต์ของการก่อสร้างก็สมดุลดีครับ ไม่ได้มีอะไรล่าช้ามากมาย ซึ่งผมยังมีความรู้สึกเลยว่า ปีที่แล้วถ้าเกิดอุทกภัยน้ําท่วมไม่เกิดขึ้น สายสีม่วงมันน่าจะเพิ่มขึ้น รวดเร็วมากขึ้นประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่ตอนนี้ถือว่าไม่ช้าครับ กรอบการกู้เงินถามว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย ท่านรองนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่นี่อยากกู้ไหมครับ ก็อย่างที่บอกละครับไม่อยากกู้หรอกครับ แต่มันเป็นความจําเป็นครับ และตอนนี้ค่าเงินบาทแข็ง เงินยูโรตอนนี้ ๓๙ บาท เงินดอลลาร์ ก็ต่ําอยู่ระดับใกล้กับ ๑๐๐ เยน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ผมเชื่อนะครับว่าการบริหารจัดการของรัฐบาล ซึ่งแน่นอนครับ อนาคตจะทํา ๒๐ ปีตลอดสายได้หรือไม่ เราก็มีความหวัง ชีวิตถ้าเกิดคนเรา ไม่มีความหวัง เราจะไม่มีประโยชน์อะไรในการดํารงชีวิตครับ พรุ่งนี้ผมก็หวังครับว่าพี่น้องคงจะ พูดคุยกันได้ แล้วก็ไม่มาชุมนุม เราก็มีความหวังครับ แต่สุดท้ายปลายทางและการกู้เงิน ในลักษณะนี้อย่างไรก็ต้องเห็นด้วยครับ เพราะเป็นความตกลงร่วมกันระหว่างสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ แต่ท่านประธานครับ ผมฝากไปยังรัฐบาลนะครับ การกู้เงินต่าง ๆ พอมีเงินมาแล้วหมื่นกว่าล้านบาท พอเอามาวางไว้ ท่านจะไปจ้างบริษัท ก บริษัท ข บริษัท ค บริษัท ง ขอทําให้โปร่งใสครับ อย่ามาทําแบบซิกแซก เพราะพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาก็มีการตรวจสอบกันอยู่ตลอดเวลาครับ เจตนาทําอย่างไร วิธีคิดคิดอย่างไร ทุกคนรู้ทันกันหมดท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ เมื่อเงินมาถึงแล้วท่านกวดขันหน่อยว่าเงินมันไปถึงบริษัทผู้รับเหมา ได้มากน้อยขนาดไหน ระยะที่ ๑ ไม่ว่าท่านจะพูดถึงเรื่องของการเดินทาง ขออภัยครับ ไม่ว่าท่านจะพูดถึงเรื่องการก่อสร้างในส่วนโยธาจากบางซื่อไปถึงสะพานพระนั่งเกล้า จากสะพานพระนั่งเกล้าไปถึงบางใหญ่ แล้วส่วนอื่นก็คือส่วนของอาคารเดปโป้ แล้วก็ในส่วนของราง ในส่วนของการบริหารจัดการเดินรถ ถ้าท่านทําอย่างสมดุลอย่างนี้ผมถือว่ารัฐบาล มีความตั้งใจครับ
และประเด็นต่อมาท่านประธานครับ โครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อสักครู่ท่านสามารถ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านครับ ท่านมีความรู้ความสามารถ ท่านเคยอยู่ กรุงเทพมหานคร ถ้าท่านมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีผมว่าท่านก็จะพูดอีกมุมหนึ่ง เพราะอะไร รู้ไหมครับ นึกภาพนะครับ คนจังหวัดนนทบุรีขึ้นรถไฟฟ้าจากบางใหญ่มาลงบางซื่อ แล้วต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินปกติแล้วมาลงที่หมอชิต อยากจะไปสยามสแควร์ มีวิธีทางไปอยู่ ๒ ทาง ก็คือนั่งรถไฟใต้ดินผ่านพระรามเก้า แล้วก็ผ่านศูนย์ประชุมสิริกิติ์เลี้ยวขวาเข้าพระราม ๔ หรือว่าไปเชื่อมต่อสุขุมวิท ตรงถนนสุขุมวิท ตอนนั้นท่านก็เข้าบีทีเอสแล้วก็วิ่งต่อไปที่สยามสแควร์ได้ แต่ประเด็นคนที่มาจากจังหวัดนนทบุรีและฝั่งทางโน้น เขาจะใช้วิธีการเดินทางคือ มาลงที่หมอชิตครับ แล้วก็ขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส ก็ไปเสียเงินให้กับเอกชนต่อแล้วก็เข้าเมืองครับ ถามว่าใครได้ประโยชน์ครับ เอกชนได้ประโยชน์ แต่ถามว่าเราติติงเขาไหม ไม่เป็นอะไรครับ ทําธุรกิจ คนเรามันก็ต้องมีประโยชน์ ต้องมีผลกําไร บริษัท บีทีเอสซีเขาก็ต้องได้กําไรครับ แต่ทําอย่างไรให้เกิดการสมดุลระหว่างผู้ใช้บริการกับประชาชนและรัฐบาล และหน่วยงานราชการ อันนี้คือประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนครับ ถามผมนะครับว่าถ้าผมเสีย ๒๐ บาท แล้วนั่งจากบางใหญ่มาถึงบางซื่อแล้วต่อที่หมอชิต แล้ววิ่งต่อไปสยามสแควร์ ถ้าทําได้ ผมก็บอกประเทศนี้สุดยอด เพราะเราก็เคยดูในราชอาณาจักรไทย รัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ ชัดเจนครับ จะแบ่งแยกไม่ได้ กรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ พัทยา จะเป็นเขตปกครองพิเศษ อย่างไรก็แล้วแต่ การบริการสาธารณะผมเห็นด้วยกับท่านผู้อภิปรายครับว่ามันควรจะมี เจ้าของเดียว เอาล่ะถ้ากรุงเทพมหานครบอกว่าท่านจะทําภายในกันก็ว่ากันไปครับ เขียนแม่บทกันมาตั้งแต่ปีนี้ อีก ๕ ปีข้างหน้าเราว่ากันครับ แต่เมื่อมันทําไม่ได้ครับ กรุงเทพมหานครท่านบริหารของท่านไป แต่ในส่วนของกระทรวงคมนาคมผ่านยัง บริษัท รถไฟฟ้ามหานคร หรือ รฟม. ก็ใช้วิธีการที่คุยกันได้ไหมล่ะ ไม่ใช่นึกอยากจะทําอะไรก็ทํา รัฐบาลอยากจะทําก็ทํา สุดท้ายปลายทางเราก็จะเจอปัญหาอยู่หลายครั้งครับ ผมจําได้ ท่านประธานครับ ตั้งแต่เกิดมานี่นะครับ เรามักจะถามสังคมอยู่เสมอว่าเมื่อทําถนน เมื่อไรไฟฟ้าจะมาติด พอไฟฟ้ามาติด เดี๋ยวมันจะขุดต่อใช่ไหม เพราะมันจะวางท่อระบายน้ํา พอมันวางท่อเรียบร้อยเสร็จ เราจะคิดต่อทันทีท่านประธานครับ เดี๋ยวมันจะขุดต่อ เพราะมันจะ วางสายโทรศัพท์ เราจะเกิดแบบนี้ในสังคมไทยมาตลอดครับ ผมถึงบอกอย่างไรครับ เงินกู้ไม่ใช่สาระสําคัญ รัฐสภาแห่งนี้อย่างไรก็เห็นชอบแล้ว แต่การปฏิบัติของสังคมที่เราควรจะ เห็นร่วมกัน ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกคงคิดเช่นเดียวกับผมครับ ทําถนนเรียบกริบเลย จนกระทั่งกรุงเทพมหานครถึงต้องติดป้าย ท่านประธานเคยเห็นไหมครับ เขตปลอดการขุด ทําไมต้องบอกถึงขนาดนั้นเลยว่าต้องเขตปลอดการขุด นี่มันคือวิสัยทัศน์ของประเทศ ที่มีการแบ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วก็แยกการทํางานกันแบบนี้ละครับ ต่างคนต่างทําครับ ประปานึกอยากจะขุดฉันก็ขุด จนกระทั่ง กทม. ต้องไปติดป้ายบอก เฮ้ย ห้ามขุดนะ ขออภัย ท่านประธาน ถอนคําว่า เฮ้ย นะครับ แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า ถ้าอะไรก็แล้วแต่ เราทํากันอย่างเป็นระบบ ลูกชายผมโตขึ้นมาจะได้ใช้รถไฟฟ้า ๒๐ บาทได้ไหมครับ เดินทาง ไปเรียนในกรุงเทพมหานครได้อย่างเป็นระบบได้ไหมครับ ไม่ใช่ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน ๒๐ บาท พอมาเจอรถไฟฟ้าบีทีเอส เจอ ๓๕ บาท พอไปเจอส่วนต่อขยายแบริ่งไปอ่อนนุช อ่อนนุชมาแบริ่ง หรือว่าสาทรไปวงเวียนใหญ่เจออีกราคาหนึ่ง อย่างนี้ไม่ได้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น กรอบการกู้เงินนี่นะครับ ผมฝากประเด็นสุดท้ายให้กับท่านรองนายกรัฐมนตรีครับว่า ท่านช่วยกวดขันด้วย เปิดซองก็ขอให้เปิดซองจริง ๆ ครับ และถ้าเกิดอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติ ท่านต้องช่วยกรุณาดูแลครับ ผมทราบความมาว่ายังเหลืออีกหลายโครงการ ที่อยู่ระหว่างการเปิดซอง เอาล่ะเปิดไปแล้ว บริษัท ก บริษัท ข ไม่ว่ากันครับ แต่ขอให้คิด อย่างเป็นระบบครับ การกู้เงินเป็นภาระของพี่น้องประชาชนทั้งหมดครับ การจัดทํา งบประมาณขาดดุลเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลอีกเช่นเดียวกันครับ ที่จะหาเงินมาชดใช้สิ่งที่ลงทุนในการขาดดุลครับ ก็ขอเป็นกําลังใจ และขอเห็นด้วย ท่านประธานครับกับการกู้เงินในครั้งนี้ แต่เป็นเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีช่วยดูสายสีชมพูด้วยนะครับ วิ่งจากแครายไปบ้านผม แถวคลองสามวา มีนบุรี ต้องขอให้ท่านเร่งดําเนินการกู้ตอนนี้ จัดหนัก จัดเต็มไปเลยครับ คนฝั่งตะวันออกเขาจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเข้ามาในใจกลางเมืองด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ