รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕

สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนด พร้อมเสนอวิธีการบริหารจัดการและลงทุนเพื่อควบคุมอัตราค่าโดยสาร และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแบ่งสัญญาในการก่อสร้างและความไม่แน่นอนของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ โครงการก่อสร้าง รถไฟฟ้าสายสีม่วงจากบางซื่อ-บางใหญ่ ถือว่าเป็นโครงการสําคัญครับ แล้วก็ได้ดําเนินการ ก่อสร้างมาแล้ว ๓-๔ ปีที่ผ่านมา คาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการได้ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ มีความคืบหน้าในการก่อสร้างมาเป็นลําดับ อาจจะมีความล่าช้ากว่ากําหนดการบ้างเล็กน้อย ปัจจัยหลักที่ทําให้เกิดความล่าช้าก็คือน้ําท่วมเมื่อปลายปีที่แล้ว ท่านประธานครับ เพื่อความเข้าใจ อย่างแจ่มชัด ผมขออนุญาตใช้แผ่นภาพประกอบการอภิปราย โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ขอให้กล้องซูม (Zoom) ให้เห็นชัด ๆ นะครับ เริ่มจากบริเวณสถานีบางซื่อ บางซื่อนั้น เป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินของโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยที่มีรถไฟฟ้าใต้ดิน มาหยุดอยู่บริเวณนี้ครับ จากบางซื่อจะวิ่งบนถนนประชาราษฎร์สาย ๒ เป็นการวิ่งยกระดับ เป็นระดับลอยฟ้า เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี วิ่งบนถนนติวานนท์และเลี้ยวซ้าย เข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ ผ่านศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ผ่านสะพานพระนั่งเกล้า ผ่านท่าอิฐ ผ่านบางบัวทอง ผ่านบางใหญ่ เลี้ยวขวาบนถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตกหรือถนนกาญจนาภิเษก ไปสิ้นสุดที่บริเวณ คลองบางไผ่ ณ บริเวณนี้จะมีโรงจอดและซ่อมบํารุงรถไฟฟ้าที่เรียกว่าเดปโป้ (Depot) ระยะทางทั้งหมดครับท่านประธาน จากบางซื่อมาถึงบางใหญ่ ระยะทาง ๒๓ กิโลเมตร มีสถานี ๑๖ สถานี จะมีอาคารที่จอดรถที่เรียกว่า อาคารจอดแล้วจร หรือ พาร์ค แอนด์ ไรด์ (Park & Ride) ๔ แห่ง เวลานี้ครับ จากการดําเนินงานของรัฐบาล ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วมาครับ มีการเริ่มก่อสร้าง ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาถึงรัฐบาลสมัยนี้ก็ได้สานต่อมา ก็คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ในโครงการนี้ครับ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๐ วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ และวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๔ อนุมัติกรอบวงเงินสําหรับ โครงการนี้เป็นจํานวน ๓๗,๗๓๓ ล้านบาท ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ดําเนินการกํากับดูแลโครงการนี้ครับ แต่เนื่องจากวงเงิน ๓๗,๗๓๓ ล้านบาทนั้น เป็นเงินค่อนข้างมาก รฟม. จึงแบ่งเป็นเงินกู้ ๓ ระยะครับ ๓ ระยะ โดยกู้จาก องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น ที่เรารู้จักกันในนามของไจก้า มีดอกเบี้ยต่ําครับ ดอกเบี้ยประมาณ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่ก็ยังสูงกว่ารถไฟฟ้าใต้ดินที่กู้จากไจก้า เช่นเดียวกัน อัตราดอกเบี้ย ๐.๗๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น พอมาถึงเส้นทางนี้ โครงการนี้ ไจก้าขอเพิ่มดอกเบี้ยเป็น ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ ก็สูงขึ้นมา แต่ก็ยังถือว่าต่ํากว่าการกู้จาก แหล่งเงินทุนอื่นนะครับ ระยะการก่อสร้างนะครับ ที่ผมได้เรียนแล้ว จะแล้วเสร็จในปี ๒๕๕๘ เวลานี้เรากู้ไจก้ามาแล้ว ๒ ระยะ ระยะที่ ๑ นั้นเป็นการกู้เพื่อก่อสร้างงานโยธา และค่าจ้าง ที่ปรึกษา งานโยธาที่ผมพูดนั้นก็คืองานฐานราก ตอม่อและทางยกระดับรวมทั้งสถานีด้วย

สําหรับการจ้างที่ปรึกษาก็มีที่ปรึกษาควบคุมงานโยธาและระบบไฟฟ้า ระยะที่ ๑ นั้นกู้ไป ๑๙,๘๗๖.๗๙ ล้านบาท มีการลงนามในสัญญาเงินกู้ในสมัย ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ระยะที่ ๒ เป็นการก่อสร้าง เป็นการกู้มาเพื่องานโยธาเช่นเดียวกัน รวมทั้งที่ปรึกษา แต่มีบวกมีแถมขึ้นมาครับ มีงานวางรางด้วย ระบบรางด้วย กู้ไปทั้งหมด ๑๖,๖๓๙ ล้านบาท เกิดขึ้นในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ รวม ๒ ระยะ กู้ไปแล้ว ๒๕,๙๗๗.๒๓ ล้านบาทครับ ครั้งนี้เป็นการกู้ครั้งสุดท้ายครับ ที่จะต้องทํางานให้แล้วเสร็จ เหลือวงเงินที่กู้ได้ตามกรอบวงเงิน ก็เหลืออยู่ ๑๑,๗๕๕.๗๗ ล้านบาท เป็นการกู้เพื่อไปก่อสร้างงานโยธาในส่วนที่เหลือนะครับ เช่น โครงสร้างยกระดับ สถานี ที่จอดซ่อมบํารุงรถไฟฟ้า รวมทั้งอาคารที่จอดรถด้วย และยังมีการกู้เพื่อก่อสร้างระบบรางด้วยครับ ยังรวมถึงงานที่ปรึกษา ทั้งงานโยธา ที่ปรึกษา ด้านไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าเครื่องกลด้วยครับ นั่นคือเป็นระยะที่ ๓

ท่านประธานครับ การเบิกจ่ายเงินสําหรับเงินกู้ระยะที่ ๒ นั้นจะเบิกจ่ายได้ จนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๖ และต้องเริ่มเบิกจ่ายเงินกู้ระยะที่ ๓ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ เป็นต้นไป ท่านประธานอาจจะคิดว่ายังมีเวลาเหลือประมาณปีหนึ่ง แต่กระบวนการที่ต้อง ทําตามขั้นตอนของไจก้านั้นต้องใช้เวลาครับท่านประธาน ซึ่ง รฟม. ควรจะต้องลงนามเงินกู้ กับไจก้าภายในเดือนธันวาคมปีนี้ครับ คือ ๒๕๕๕ สัญญาจะมีผลบังคับใช้ใน ๑๒๐ วัน หลังจากลงนาม จึงมีความจําเป็นต้องเร่งพิจารณา ท่านประธานครับ เมื่อเราก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงเสร็จแล้วเราจะมีรถไฟฟ้าที่ให้บริการ อยู่ในกรุงเทพมหานครหลายสาย ผมยกตัวอย่างเช่น กรุณาจับภาพนี้นะครับ นี่คือสายสีม่วง จากบางซื่อมาสู่บางใหญ่นะครับ ขณะนี้รถไฟฟ้าได้เปิดให้บริการแล้วมี ๓ สาย สายแรกก็คือ เป็นสายสีเขียวที่กํากับดูแลโดยกรุงเทพมหานคร จากหมอชิตไปสู่อ่อนนุช จากสนามกีฬา ไปสู่สะพานตากสิน ระยะทาง ๒๓.๕ กิโลเมตร ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ให้สัมปทานแก่ บริษัท บีทีเอสซี นี่คือสีเขียว กรุงเทพมหานครก็ต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวนะครับ จากสะพานตากสินไปสู่วงเวียนใหญ่ระยะทาง ๒.๒ กิโลเมตร และกําลังจะต่อไปที่บางหว้าอีก ๕.๓ กิโลเมตร จากฝั่งตะวันออกนั้นได้ต่อขยายจากอ่อนนุชไปที่แบริ่งแล้วครับ ระยะทาง ๕.๒๕ กิโลเมตร รวมส่วนต่อขยายของกรุงเทพมหานคร ผมขอใช้ภาพนี้นะครับ ฝั่งนี้คือ ฝั่งตะวันออก กรุงเทพมหานครต่อขยายจากอ่อนนุชไปที่แเบริ่งนะครับ ฝั่งตะวันตก จากสะพานตากสินไปที่วงเวียนใหญ่แล้วไปที่บางหว้า ส่วนต่อขยายทั้งหมดที่วงโดยเส้นสีน้ําเงินนี้ ระยะทาง ๑๒.๗๕ กิโลเมตร ตรงนี้ไม่ได้ให้สัมปทานแก่บริษัท บีทีเอสซี ที่ให้สัมปทานไปนั้น เฉพาะส่วนที่วงด้วยสีแดงครับ ๒๓.๕ กิโลเมตร ดังที่หลายท่านทราบดีครับว่าเรื่องนี้นั้น สัมปทานในวงแหวนสีแดงนั้นจะสิ้นสุดในวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๗๒ เหลืออีกประมาณ ๑๗ ปีนะครับ

ของ รฟม. ครับ รฟม. ก็คือรถไฟฟ้าใต้ดิน ภาพนี้ครับ รฟม. เขาเริ่มก่อสร้าง จากหัวลําโพงผ่านศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผ่านลาดพร้าว ผ่านหมอชิต มาสิ้นสุดที่บางซื่อ ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร เป็นการให้สัมปทานแก่บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จํากัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอลครับ ให้สัมปทานไป ๒๕ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๗ ก็เหลือเวลา สัมปทานอีก ๑๗ ปีเช่นเดียวกัน นี่คือเส้นทางนี้นะครับ ท่านประธานครับ ในอนาคต เราจะมีรถไฟฟ้าหลายสายมาก ที่มีอยู่แล้วที่เปิดใช้แล้วนะครับ สายสีเขียวหรือบีทีเอส สายสีน้ําเงิน รถไฟใต้ดินของ รฟม. สายสีแดง แอร์พอร์ทลิงค์ กํากับดูแลโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เรามี ๓ สายในปัจจุบัน อนาคตเรามีสายสีม่วงขึ้นมา สายสีน้ําเงินครับ ส่วนต่อขยายสีน้ําเงินจากบางซื่อมาที่ท่าพระ จากหัวลําโพงมาที่ท่าพระแล้วไปสิ้นสุดที่บางแค อันนี้กําลังก่อสร้างนะครับ เริ่มก่อสร้างในสมัยรัฐบาลที่แล้วคือสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลนี้ก็สานต่อนะครับ ก็คาดว่าอีกประมาณ ๔-๕ ปีก็จะเปิดใช้บริการได้นะครับ เรายังมีรถไฟฟ้าสายสีแดงที่ก่อสร้างจากบางซื่อไปสู่ตลิ่งชัน จะแล้วเสร็จเปิดให้บริการในปีนี้นะครับ จะเห็นว่าในอนาคตนั้นเราจะมีรถไฟฟ้าหลายสาย การก่อสร้างรถไฟฟ้านั้นไม่ได้ยุ่งยากมาก แต่การบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้านั้นมันวุ่นวายยุ่งยากจริง ๆ เพราะเรามีหน่วยงานที่ รับผิดชอบกํากับดูแลอยู่ ๓ หน่วยงาน คือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. และกรุงเทพมหานคร หรือ กทม. ครับ การที่ ๓ หน่วยงานทํางานต่างคนต่างทํานั้น ก่อสร้างแน่นอนครับ ทําตามแผนแม่บทของ สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. แต่พอการเดินรถนั้นต่างคนต่างทํา ไม่มีเอกภาพ ไม่ได้ทําในเชิงบูรณาการ ก็จะทําให้การจ้างเอกชนที่จะเป็นผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้านั้น คิดค่าจ้างในราคาแพงได้ การที่เอกชนจ้างแพงนั้นก็จะส่งผลถึงค่าโดยสารที่จะแพงตามด้วย ดังนั้นแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้จําเป็นต้องคิดว่ารถไฟฟ้านั้นเป็นสมบัติของ ประเทศชาติ เป็นสมบัติของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่สมบัติของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งครับ เพราะรถไฟฟ้าสร้างขึ้นมาด้วยภาษีของพี่น้องประชาชนนะครับ ต้องคิดในเชิงบูรณาการ ท่านประธานครับ รถไฟฟ้านั้นถ้าเรามีระยะทางยาวขึ้น ครอบคลุมหลายพื้นที่ขึ้น มีโครงข่าย กว้างขวางขึ้น การจ้างเอกชนมาดําเนินการเดินรถไฟฟ้านั้นราคาค่าจ้างจะถูกลง ที่นักเศรษฐศาสตร์เขาเรียกว่ามี อีคอนอมี ออฟ สเกล (Economy of scale) นะครับ ระยะทางยาวขึ้น ค่าจ้างต้องถูกลง เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมไม่อยากเห็น ปัญหานี้ต้องเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป จึงอยากเสนอหน่วยงานที่รับผิดชอบการก่อสร้าง การกํากับดูแลรถไฟฟ้าอย่างนี้ครับ สําหรับเส้นทางสีต่าง ๆ ที่ท่านเห็นในภาพนี้ เวลานี้ ๓ หน่วยงานดําเนินการก่อสร้างอยู่ก็คือ รฟม. กทม. และ รฟท. ผมอยากเสนอไปที่รัฐบาล อย่างนี้ครับว่าเส้นทางสายหลักในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้นให้เป็นหน้าที่รับผิดชอบ ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ส่วนเส้นทางสายรองที่เรียกว่า ฟีดเดอร์ (Feeder) เป็นระบบเสริมนั้น ให้เป็นหน้าที่ของ กทม. หรือกรุงเทพมหานคร ยกตัวอย่างเช่น กทม. ทํารถเมล์ด่วนพิเศษบีอาร์ที หรือรถไฟฟ้ารางเดี่ยว วิ่งรับส่งผู้โดยสาร ระหว่างที่อยู่อาศัยกับสถานี หรือระหว่างแหล่งทํางานกับสถานี ส่วน รฟท. การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น ผมเสนอว่าให้ทํารถไฟฟ้าที่วิ่งระหว่างเมือง ยกตัวอย่างเช่น จากกรุงเทพมหานครไปสู่จังหวัดเชียงใหม่ จากกรุงเทพมหานครไปสู่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางคู่ หรือรถไฟ ความเร็วสูง พูดถึงเรื่องนี้แล้ว รถไฟความเร็วสูงนั้น รัฐบาลเองก็ได้หาเสียงไว้ครับ แล้วผมได้ดู ในงบประมาณในปีหน้าก็ปรากฏว่ารถไฟฟ้าที่รัฐบาลกําลังดําเนินการอยู่นั้น รถไฟความเร็วสูง มีอยู่เพียง ๓ สาย ก็คือจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดนครราชสีมา เดิมนั้นเส้นทางสายนี้จะไปจนถึงจังหวัดหนองคาย แต่วันนี้ตัดลงเหลือแค่โคราชเท่านั้น ส่วนสายใต้ครับ เดิมนั้นจากกรุงเทพฯ ไปถึงปาดังเบซาร์ เวลานี้จะไปถึงแค่หัวหินเท่านั้น ส่วนเส้นทางที่จะไปจังหวัดอุบลราชธานี ไปจังหวัดระยองนั้น รัฐบาลในปัจจุบันไม่ได้ทําตาม แผนแม่บทที่วางไว้ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ผมดูในงบประมาณปี ๒๕๕๖ พบว่ารัฐบาลเองนั้น ทําได้เพียงจัดสรรงบประมาณในการศึกษาออกแบบเท่านั้น หลายร้อยล้านบาท สําหรับ ๓ เส้นทางที่ผมได้เรียนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้จริง ๆ แล้วมีการศึกษาออกแบบกันมาหลายครั้ง ไม่ควรที่รัฐบาลจะต้องเสียเงิน เสียงบประมาณในการศึกษาออกแบบอีก ถ้าทําการทบทวน การศึกษาเป็นไปได้ครับ ทําได้ ผมมองดูแล้วว่าโอกาสที่จะเกิดรถไฟความเร็วสูงนั้นเป็นไปได้ ยากจริง ๆ เพราะงบประมาณของเราไม่มี จะหาผู้ร่วมลงทุนมานั้นก็เป็นเรื่องยากที่จะหา ประเทศใด บริษัทใดมามีความสนใจในการร่วมลงทุนกับประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องยากจริง ๆ เพราะฉะนั้นความหวังของพี่น้องประชาชนที่จะใช้รถไฟความเร็วสูงที่วิ่งด้วยความเร็วตั้งแต่ ๒๐๐ กิโลเมตรขึ้นไปนั้นเห็นทีจะเป็นฝันค้าง คงไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ อีกทั้งเวลานี้เรามีคู่แข่ง รถไฟความเร็วสูงที่น่ากลัวครับ นั่นก็คือเครื่องบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายการบินต้นทุนต่ํา ซึ่งมีราคาค่าโดยสารถูกกว่าสายการบินปกติมาก ราคาค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงนั้น จะมีราคาพอ ๆ กับสายการบินต้นทุนต่ํานะครับ เพราะฉะนั้นโอกาสจะเกิดไฮสปีด เทรน (High-speed train) หรือรถไฟความเร็วสูงนั้นเป็นเรื่องยากจริง ๆ ในเวลานี้ ผมอยากให้มี อยากให้เกิดขึ้นโดยเร็ว แต่ดูแล้วมืดมนจริง ๆ

ท่านประธานครับ กลับมาที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงนะครับ สายสีม่วงนั้น ที่ผมได้เรียนแล้วว่าจําเป็นต้องคํานึงถึงการบริหารจัดการในการเดินรถไฟฟ้า รฟม. ที่รับผิดชอบดูแล โครงการนี้อยู่เขาได้มีรูปแบบในการจ้างเอกชนมาบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายนี้ครับ การลงทุนงานโยธาทั้งหมดนั้นลงทุนโดย รฟม. คิดเป็นสัดส่วนประมาณ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือนั้นให้เอกชนหารถไฟฟ้า หาระบบอาณัติสัญญาณ ระบบตั๋ว ระบบการสื่อสาร มาติดตั้ง เอกชนลงทุนไปประมาณ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากเปิดให้บริการแล้วภาครัฐนั้น จะว่าจ้างเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการเดินรถไฟฟ้า และเก็บรายได้ทั้งหมดให้แก่ภาครัฐหรือ รฟม. เมื่อ รฟม. มีรายได้ก็จะนําเงินนั้นไปคืนให้กับเอกชนในส่วนที่เอกชนลงทุน นั่นก็คือแสดงว่า ภาครัฐลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นเป็นรูปแบบใหม่ที่ต่างจากการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่เอกชนลงทุนในส่วนรถไฟฟ้า อาณัติสัญญาณ ระบบสื่อสาร ลงทุนแล้วรัฐไม่คืนนะครับ แต่นี่รัฐจะคืนให้ ผมจึงเสนอว่าถ้าเป็นไปได้รถไฟฟ้าในอนาคตนั้นควรที่จะลงทุนทั้งหมด โดยภาครัฐ อย่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงครับ ลงทุนทั้งหมดโดยภาครัฐเลยครับ ข้อดีก็คือรัฐบาล จะสามารถควบคุมอัตราค่าโดยสารได้ นั่นคือข้อดี เวลานี้ทราบว่าในการคัดเลือกบริษัท หรือเอกชนที่จะเป็นผู้บริหารเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงนั้นมีเอกชนที่สนใจมาประมูลงานนี้ ๒ ราย นั่นก็คือบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จํากัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล บริษัท บีเอ็มซีแอลนั้น ปัจจุบันเขารับสัมปทานรถไฟฟ้าใต้ดินจากหัวลําโพงมาบางซื่ออยู่ครับ เขาได้รับสัมปทาน ๒๕ ปีในการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ําเงินนะครับ เขาก็มาประมูลสายนี้แข่งกับบริษัท บีทีเอสซี ทราบว่าเวลานี้คณะกรรมการกําลังคัดเลือก และมีแนวโน้มว่าบริษัท บีเอ็มซีแอลอาจจะได้รับ การคัดเลือกเพราะเสนอราคาต่ํากว่า ผมขอเสนอแนะไปที่คณะกรรมการคัดเลือกนะครับว่า การเจรจากับบริษัท บีเอ็มซีแอลนั้นควรจะนําปัจจัยที่ รฟม. ขยายเส้นทางสายนี้มาสู่บางใหญ่ เป็นการนําผู้โดยสารจากบางใหญ่ จากบางบัวทอง จากท่าอิฐ จากพระนั่งเกล้า มาป้อนให้กับ รถไฟฟ้าใต้ดินที่บางซื่อ ซึ่งบริษัท บีเอ็มซีแอลเป็นผู้เดินรถไฟฟ้าอยู่แล้ว เป็นการนําผู้โดยสาร มาป้อนให้เขา เป็นการทําให้เขามีรายได้เพิ่มเติมขึ้น เพราะฉะนั้นการจ้างให้บริษัท บีเอ็มซีแอล เดินรถไฟฟ้าสายนี้ควรจะมีการเจรจาให้ค่าจ้างต่ําลงเนื่องจากปัจจัยนี้นะครับ เพราะเขาจะ ได้รับอานิสงส์จากรถไฟฟ้าสายสีม่วงโดยที่ไม่ต้องลงทุนเลยครับ ท่านประธานครับ มาถึงจุดนี้นะครับ การขอกู้เงินของรัฐบาลนั้นผมไม่ขัดข้องและเห็นว่ามีความจําเป็นเพราะเป็นการกระทําที่ ต่อเนื่องมานะครับ แต่อยากจะตั้งคําถามไปที่รัฐบาล ๒-๓ ข้อนะครับ

ก็คือรถไฟฟ้าสายสีม่วงจากบางซื่อ-บางใหญ่นั้น รฟม. แบ่งเป็น ๖ สัญญา ครับ สัญญาที่ ๑ สัญญาที่ ๒ สัญญาที่ ๓ เป็นงานโยธา สัญญาที่ ๔ กับสัญญาที่ ๕ นั้นเป็นระบบ รถไฟฟ้าเครื่องกล เป็นการเดินรถไฟฟ้า สัญญาที่ ๖ เป็นการก่อสร้างสถานีและอาคารซ่อมบํารุง รถไฟฟ้า ผมถามไปที่สัญญาที่ ๔ กับสัญญาที่ ๕ ครับ ที่แบ่งเป็น ๒ สัญญา นั่นก็คือสัญญาที่ ๔ จ้างให้เอกชนติดตั้งระบบไฟฟ้า หารถไฟฟ้ามาวิ่ง ติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ ระบบสื่อสารจากบางสื่อมาที่เตาปูน สัญญาที่ ๕ จากเตาปูนมาที่บางใหญ่ครับ ก็ให้เกิด ความสงสัยว่าทําไมระยะทาง ๒๓ กิโลเมตรต้องแบ่งเป็น ๒ ช่วงด้วย จากบางซื่อมาที่เตาปูนนั้น ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตรเท่านั้น จะหาเอกชนที่ไหนมาแข่งกับบริษัท บีเอ็มซีแอลได้ครับ จ้างให้เขาติดตั้ง หารถไฟฟ้ามาวิ่ง แล้วก็ให้เขาเดินรถไฟฟ้าเส้นทางนี้ เหตุใดต้องแบ่งเป็น ๒ สัญญาตรงนี้ นั่นคือคําถามข้อแรก

คําถามข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน เมื่อสมัยที่แล้วผมเป็นกรรมการคนหนึ่ง ในการกํากับดูแลการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่บริเวณเกียกกายครับ ผมก็เห็นว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้ ที่มีเส้นทางวิ่งผ่านเตาปูนมา แล้วในอนาคตจากเตาปูนนั้นจะมีเส้นทางไปที่ราษฎร์บูรณะ มีเส้นทางผ่านเกียกกายด้วย ผ่านสถานีรัฐสภาแห่งใหม่ ผมก็บอกว่า รฟม. ควรจะเร่งก่อสร้าง เส้นทางสายนี้ อย่างน้อยให้ถึงรัฐสภาแห่งใหม่ครับ รฟม. ก็ได้มีการปรับแผนก่อสร้าง จะทําให้ การก่อสร้างเส้นทางสายนี้จากเตาปูนมาที่สถานีรัฐสภาแห่งใหม่นั้นจะแล้วเสร็จทันพอดีกับ การเปิดใช้อาคารใหม่ของเรา แต่มาบัดนี้ครับ รฟม. นั้นเขาทําตามที่เราร้องขอ แต่เรื่อง การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นั้นมีความไม่แน่นอนว่าจะเสร็จเมื่อไร

คําถามข้อที่ ๓ ก็คือเกี่ยวเนื่องกับการประมูลก่อสร้างหรือวางระบบราง ของรถไฟฟ้าสายสีม่วงครับ ทําให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการเป็นกรรมการคัดเลือกผู้รับเหมา หรือผู้รับจ้างนั้นถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง มีข้อหาว่าไม่ปฏิบัติตาม ข้อกําหนด ข้อบังคับขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่นหรือไจก้า ถึงเวลานี้ รฟม. ขาดผู้ว่าการ รฟม. มาเกือบ ๒ ปีแล้วครับ ก็อยากจะถามว่า เมื่อไรที่ รฟม. จะสามารถ สรรหาผู้ว่าการคนใหม่ได้ เพราะว่าผู้ว่าการนั้นถือว่าเป็นบุคคลสําคัญของหน่วยงาน เป็นผู้นํา ที่สําคัญ ถ้ามีผู้ว่าการได้เร็วก็จะทําให้การก่อสร้าง การดําเนินการตามแผนนั้นเป็นไปตาม แผนงานที่วางไว้ ผมได้เฝ้าดูการทํางานของกระทรวงคมนาคมที่มีผู้รับผิดชอบอยู่ ๓ ท่าน ก็คือรัฐมนตรีว่าการ ๑ ท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการ ๒ ท่านมา ก็รู้สึกให้ความเป็นห่วงใยครับ ที่ว่างานเก่านั้นไม่คืบหน้า งานใหม่ก็ไม่เกิดขึ้น จึงอยากจะถามไปยังรัฐบาลว่านโยบายในการทํางาน ของกระทรวงนี้ การปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายนั้นจะทําได้สําเร็จเมื่อไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การก่อสร้างรถไฟฟ้า ๑๐ สายใน ๔ ปีนั้น ซึ่งผมเคยบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แล้วเวลานี้ก็จริงครับ เกิดขึ้นไม่ได้

แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องสําคัญในการหาเสียงก็คือเก็บค่ารถไฟฟ้า ๒๐ บาท ตลอดสาย ผมเคยตั้งกระทู้ถามสดถามไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ท่านผู้ที่มาตอบ กระทู้ถามสดนั้นบอกว่า ๓ เดือนหลังจากเดือนกันยายนมาจะรู้ผล บัดนี้ก็เลยมา ๖-๗ เดือนแล้ว ๘ เดือนแล้วครับ ก็ยังไม่เห็นวี่แววครับ ซึ่งผมมั่นใจว่าทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ทําได้นะครับ ถ้าท่านบอกว่าทําได้ก็ควรจะเร่งทําครับ ขอบพระคุณครับ