พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา หารือเรื่องความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลพม่า และแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงแรงงานต่างด้าวและยาเสพติด
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นกระผมต้องประทานกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าสําหรับในวันนี้นั้นเป็นเรื่องของความตกลงเพื่อส่งเสริมและคุ้มครอง การลงทุนระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสหภาพพม่า โดยที่ ฯพณฯ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้กรุณานําเสนอ ซึ่งเป็นผู้แทนของ คณะรัฐมนตรี กระผมใคร่ขออภิปรายแสดงความคิดเห็นในเรื่องความตกลงดังกล่าว โดยเหตุ ที่มีความจูงใจในประการแรก กล่าวคือกระผมเป็นสมาชิกวุฒิสภา มีหน้าที่ตรวจสอบควบคุม การบริหารราชการแผ่นดินด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะปิดสมัยประชุม ของวุฒิสภาที่ผ่านมานั้น กระผมและคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และติดตามการบริหารงบประมาณของวุฒิสภา ภายใต้ท่านประธาน จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ต้องประทานอภัยที่เอ่ยนามท่าน ได้มีโอกาสเดินทางไปที่ประเทศเมียนมาร์ และได้เห็นความเจริญเติบโต ทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านสังคม ทางด้านการเมือง ดังนั้นในวันนี้ที่รัฐบาลได้กรุณานําเสนอมานั้น ผมได้ตรวจดูนะครับ จากเหตุผลและความจําเป็นที่จะเสนอเพื่อให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบนั้น เป็นไปตามกติกาของรัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบันที่ได้วางหลักเอาไว้ว่า รัฐธรรมนูญซึ่งจะต้อง ได้รับความเห็นชอบในกรอบการที่จะไปเจรจากับต่างประเทศ โดยที่กระทรวงการต่างประเทศนั้น ก็จะต้องดําเนินการให้มีผลผูกพัน ดังนั้นผมกราบเรียนว่าโดยเป้าหมายหลักของความตกลง ดังกล่าวนั้นก็จะมีด้วยกัน ๕๙ โครงการ มูลค่า ๗๔,๐๐๐ ล้านยูเอสดอลลาร์นั้น หรือคิดเป็น ร้อยละ ๔๗ ของการลงทุน กระผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลว่ากระผม ค่อนข้างที่จะเห็นด้วยในหลักการเบื้องต้น แต่ถ้ารัฐบาลหรือฝ่ายค้านได้อภิปราย จะเห็นด้วยหรือไม่ ถ้ามีเหตุมีผล เมื่อถึงขั้นลงมติกระผมก็จะได้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ท่านประธานครับ กระผมได้ดูแล้วสาระสําคัญของการตกลงนั้นนับว่าเป็นขวัญกําลังใจนะครับ เหมือนกับว่า เป็นแรงจูงใจในหลักของทฤษฎีของท่านมาสโลว์ที่ว่าเป็นขวัญกําลัง และสาระสําคัญ ของความตกลงในข้อ ๔.๒.๔ นั้น สาระสําคัญว่าในกรณีการลงทุน ผู้ลงทุนของภาคีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง ถ้าประสบความสูญเสียอันเนื่องมาจากสงครามหรือขัดกันด้วยเหตุอาวุธอื่น ๆ มีการปฏิวัติ ภาวะฉุกเฉิน ก่อกบฏ ก่อการร้าย ก่อการจลาจลก็ดีนะครับ รัฐบาลก็จะต้องให้การดูแล เยียวยาความสูญเสียเหล่านั้น นี่ละครับคือมูลเหตุจูงใจที่กระผมจะต้องพิจารณา ให้การสนับสนุนที่จะให้ความเห็นชอบดังกล่าว ท่านประธานครับ มีสมาชิกหลายท่าน ได้กรุณาอภิปรายไปแล้วว่าในการดําเนินการตามข้อตกลงดังกล่าวนั้นแม้จะล่าช้า ท่านประธานครับ เลท เบทเทอร์ แดน บีฟอร์ (Late better than before) ช้าหรือสาย ดีกว่าไม่ทําเสียเลยครับ ดังนั้นกระผมกราบเรียนว่าตามข้อตกลงดังกล่าวนั้น กระผม น่าจะต้องให้การสนับสนุนอย่างยิ่งครับ แต่สิ่งหนึ่งท่านประธานที่กระผมในฐานะสมาชิกรัฐสภา และมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสนับสนุนในข้อตกลงดังกล่าว กระผมอดที่จะแสดงความกังวลใจ ผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่าในการตกลง เมื่อหลังจากที่ท่านได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว สิ่งที่ท่านจะต้องพึงระมัดระวังก็คือ ในประการแรก ทางด้านความมั่นคงครับ ๒. แรงงานต่างด้าว ๓. กรณีที่จะมีการแฝงเข้ามา เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษหรือไม่ แม้ขณะนี้ความร่วมมือของประเทศทั้ง ๒ จะเป็นไปด้วยดี ทางด้านยาเสพติด แต่กระผมก็ขอความกรุณาผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ขอความกรุณาได้โปรดเพิ่มความเข้ม ในการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานหรือยาเสพติดให้โทษดังกล่าว ดังนั้นครับท่านประธาน ในท้ายที่สุดนี้กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในการที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านของรัฐบาลปัจจุบัน ของประเทศเมียนมาร์จะเดินทางมาที่กรุงเทพมหานคร อาจจะเป็นวันนี้ และท่านก็จะ ลงพื้นที่เดินทางไปดูแรงงานที่จังหวัดสมุทรสาคร หรือปริมณฑลใกล้เคียงนั้น ก็นับว่าเป็น นิมิตหมายอันดียิ่งที่เราจะได้มีความตกลงร่วมกันในการที่รัฐบาลจะทําการตกลงดังกล่าว เพื่อให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กระผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ก็ขอแสดงความเห็น และตั้งข้อสังเกตดังที่กราบเรียนมาแล้ว กระผมใคร่ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงครับ