รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕

วรชัย เหมะ หารือเรื่องความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่า และเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 190 ที่เป็นอุปสรรคต่อการเจรจาการค้าและการลงทุน

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่า ท่านประธานครับ ผมได้เห็นใจนักลงทุนไทยในประเทศพม่า แล้วก็เห็นใจนักลงทุนไทยหลายประเทศครับ แล้วก็เห็นใจรัฐบาลที่ผ่านมาทุกสมัยครับ และเห็นใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๙๐ นั้น เป็นอุปสรรคต่อการเจรจาว่าด้วยการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศครับ มาตรา ๑๙๐ นั้น ในวงเล็บแรก หนังสือสัญญาโดยการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศไทยนั้นจะต้องยื่นรัฐสภา เรื่องนี้ผมเห็นด้วยครับ มีความสําคัญครับ แต่ว่าในเรื่องว่าด้วยการลงทุนและผลประโยชน์ ของประเทศชาติว่าด้วยการค้านั้นมันไม่ได้ครับ เพราะว่ายุคนี้มันยุคที่จะต้องทันเหตุการณ์ครับ ถ้ารัฐบาลหรือตัวแทนของรัฐบาลไปเจรจาว่าด้วยการค้ากับประเทศหนึ่งประเทศใดครับ แล้วก็หลาย ๆ ประเทศครับ เราต้องมารายงานต่อรัฐสภา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่ทันกับเหตุการณ์ครับท่านประธานครับ ยุคนี้เรามีการตกลงร่วมกัน การประชุมกับนานาประเทศหลาย ๆ ประเทศ ประเทศอื่น เจรจาตกลงเสร็จลงนามได้เลยครับท่านประธาน เขาทําการค้าได้เลยครับ เจรจาเสร็จลงนามได้เลย มีผลบังคับได้ทันทีครับ แต่ประเทศไทยครับ ล้าหลังที่สุดในประเทศอาเซียนด้วยกัน เจรจาตกลง ว่าด้วยการค้าการลงทุนเสร็จ ต้องกลับมาเสนอต่อรัฐสภา และต้องทําให้เสร็จภายใน ๖๐ วันครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เป็นเรื่องที่ทําให้ประเทศไทยเสียโอกาสทางการค้าและการลงทุน นอกประเทศ ท่านประธานครับ ประเทศพม่านั้น เราต้องยอมรับว่ายุคหลายปีที่ผ่านมา ประเทศพม่านั้นเป็นยุคของการปกครองภายใต้ระบบเผด็จการ หลังจากนั้นผู้เผด็จการเห็นว่า รักษาไม่ได้แน่นอน ถ้าประเทศชาติยังเป็นอย่างนั้นอยู่ จึงให้มีรัฐธรรมนูญ ให้มีการเลือกตั้ง มีการลดความขัดแย้ง ลดปัญหาภายในประเทศพม่า มีการเจรจาระหว่างชนกลุ่มน้อย เจรจา ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน.ให้มีการเลือกตั้งประเทศจากระบบเผด็จการมาเป็น ประชาธิปไตยครับ ท่านประธานรัฐสภาครับ จากการปิดประเทศของประเทศพม่ามายาวนาน ทําให้นักลงทุนหลายประเทศไปลงทุนประเทศพม่าน้อยครับ แม้แต่นักลงทุนในประเทศไทย ไปลงทุนในประเทศพม่าก็ขาดความเชื่อมมั่นครับ เพราะว่าไม่ทราบว่าสถานการณ์นั้น เป็นอย่างไร ความมั่นคงไม่มีเลยครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อไม่มีความมั่นคง ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ก็ไม่มีครับ การลงทุนน้อย ท่านประธานครับ นักลงทุนไทยไปลงทุนในประเทศพม่า สร้างรายได้เอากลับสู่ประเทศไทยครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ การสร้างความเข้มแข็ง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ เราจะแข็งแกร่งคนเดียวไม่ได้ครับ เราจะโตคนเดียวไม่ได้ครับ เราจะมีความเป็นอยู่ที่ดีประเทศเดียวไม่ได้ครับ มันต้องอยู่ร่วมกันครับท่านประธาน ในแถบอาเซียน หลายประเทศครับ ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ประเทศมาเลเซีย รอบชายแดน ของประเทศไทย หลายประเทศต้องพึ่งพาเศรษฐกิจร่วมกันครับท่านประธานครับ ประเทศไทย จะอยู่คนเดียวไม่ได้ หรือพม่าจะอยู่คนเดียวไม่ได้ หลายประเทศต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันครับ ท่านประธานครับ เรามีนักลงทุนหลายท่านด้วยกันครับ ไปลงทุนต่างประเทศครับ แต่ว่าการคุ้มครอง การดูแลว่าด้วยการลงทุนจากรัฐบาลระยะหลายปีที่ผ่านมานั้นทําลําบากครับ เพราะว่า รัฐบาลต้องมาเสนอต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นนักลงทุนต้องอาศัยความสามารถและความเสี่ยง ไปลงทุนแต่ละประเทศ นี่คือไม่ยุติธรรมสําหรับนักลงทุน สําหรับประเทศไทย แล้วก็การเสียโอกาส ของประเทศไทย วันนี้เห็นชัด ๆ ครับว่ารัฐบาลไปเจรจาตกลงว่าด้วยการค้าและการลงทุน เสร็จมานานพอสมควรครับ แต่เรื่องนี้ยังไม่ไปถึงไหนเลยครับท่านประธานครับ ทําให้นักลงทุน ที่ลงทุนไปแล้ว หรือว่าประเทศไทยเสียโอกาสตั้งกี่เดือนมาแล้วครับ บางครั้งรัฐบาลมีภารกิจอื่น อีกหลายเรื่อง อีกหลายภารกิจ ไม่ใช่มีภารกิจเรื่องนี้เรื่องเดียว แต่ว่าในเมื่อส่งตัวแทนไปเจรจา โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปเจรจาเสร็จ ดองเรื่องไว้ครับ กว่าเรื่องจะมาผ่าน กว่าเรื่องจะเข้าเป็นญัตติ เป็นวาระของที่ประชุมรัฐสภานั้น ต้องมีการนัดหมาย ต้องมีการ ประสานงานครับ กว่าจะรวมประชุมได้นั้นติดวาระอื่นครับท่านประธาน นี่คือการล่าช้า นี่คือการเสียโอกาสของประเทศไทย เพราะมาตรา ๒๙๑ ไม่ทราบใครเป็นคนเขียนครับ มาได้อย่างไร นี่คือกับดักของประเทศไทยอย่างหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๙๐ นี้ผมเห็นว่าไม่ยุติธรรมสําหรับประเทศไทยเลยครับท่านประธาน วันนี้รัฐบาลไทยเห็นความสําคัญของการค้าของการลงทุนร่วม ไม่ว่าจะเป็นประเทศ ในอาเซียน ในเอเชีย (Asia) หรือว่าในประเทศยุโรป มันต้องอาศัยความเชื่อมั่นครับ ต้องอาศัยการเจรจาครับ ต้องอาศัยการคุ้มครองนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนต่างประเทศครับ ต้องทําข้อตกลงทุกประเทศครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าเรายังล้าหลังอยู่ ใช้มาตรา ๑๙๐ อยู่นี้ ประเทศไทยเสียโอกาสครับ ผมขอพูดยาวไปนิดหนึ่งครับว่ามาตรา ๑๙๐ ต้องแก้ครับ ท่านประธาน แต่ไม่ใช่วันนี้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ประเทศพม่ามีทรัพยากร ที่สมบูรณ์แบบครับ เพราะว่านักลงทุนหลายประเทศเพิ่งจะเข้าไปลงทุนเมื่อรัฐบาลที่มีการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาครับ นี่คือสิ่งสําคัญครับ เพราะฉะนั้นอย่าให้ประเทศไทยและคนไทยเสียโอกาส ในเรื่องนี้เป็นเด็ดขาดครับ เราต้องให้โอกาสรัฐบาล เราต้องสนับสนุนรัฐบาลในการทํา ข้อตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่าที่จะมาลงทุนในประเทศไทย ท่านประธานครับ ประเทศพม่านั้นเราต้องยอมรับว่าจีดีพีน้อยกว่าประเทศไทยมากครับ แต่ว่าวันนี้เขามีทรัพยากรมนุษย์มากมายครับ คนพม่ามาทํางานในประเทศไทยเยอะเลยครับ หลายแสนคนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นแรงงานเป็นสิ่งสําคัญสําหรับประเทศไทย ในวันนี้ โรงงานหลายโรงงานครับ วันนี้คนไทยไม่พอครับ รับสมัครทุกที่ครับ มีแรงงานต่างด้าว หลายประเทศครับ ไม่ว่าประเทศกัมพูชา ประเทศพม่า เราต้องเจรจากับเขาว่าแรงงานต่างด้าว เข้ามาอย่างไร เงื่อนไขไม่ยากลําบากอย่างไร ค่าแรง สวัสดิการอย่างไร เพราะฉะนั้นเราต้อง นําเข้าแรงงานจากประเทศพม่ามาใช้ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องไปทําข้อตกลงครับ ว่าแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาประเทศไทยนั้นมีเงื่อนไขอะไรบ้างครับ ต้องให้อํานาจรัฐบาล ไปเจรจาครับท่านประธาน หรือว่านักลงทุนไทยไปทํางานต่างประเทศนั้นรัฐบาลพม่าเขาต้อง คุ้มครองอย่างไรบ้างครับ นี่สิ่งที่เราต้องทําครับ เพราะว่าอย่าให้ประเทศไทยเสียโอกาสเลยครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นวาระนี้เป็นวาระสําคัญครับ ผมต้องขอบคุณรัฐบาลครับ แล้วก็ส่งเสริมในเรื่องของการเจรจาแล้วก็กรอบการตกลงทําสัญญาครับ ต้องทําด่วนทันทีครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ