สุริยา จี้ กมธ. พิจารณาใหม่ ห้าม สสร. สมัครสมัยแรก

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๓ · ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕

สุริยา ปันจอร์ หารือเรื่องการแปรญัตติมาตรา ๖ เพื่อห้าม สสร. สมัครรับเลือกตั้งในสมัยแรก และวิงวอนคณะกรรมาธิการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งก่อนปิดประชุม

นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา สตูล

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสตูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน เพราะผมกําลังวิตกกังวลว่ามาตรา ๖ ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ใน ร่างของคณะกรรมาธิการแต่ท่านประธานก็ให้โอกาส ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานครับ ในมาตรา ๖ นั้นเป็นการขอแปรญัตติ กระผมและคณะมีทั้งหมด ๕ ท่านด้วยกัน แต่ที่จะ นําเสนอแสดงความคิดเห็นในวันนี้ก็มีกระผม ท่านอาจารย์เจริญ ภักดีวานิช และท่านชรินทร์ หาญสืบสาย นะครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๖ นี้เพิ่มก็จริงอยู่ครับ แต่มีข้อแม้นิดหนึ่งซึ่งมีข้อแม้ต่างจาก มาตรา ๒๙๑/๑๘ ถึงมาตรา ๒๙๑/๒๖ เพราะมาตรา ๒๙๑/๑๘ ถึงมาตรา ๒๙๑/๒๖ นั้น มีข้อสงสัยว่าขัดด้วยหลักการหรือไม่ แต่มาตรา ๖ นี้ไม่มีอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น การขอแปรญัตติและขออภิปรายในวันนี้ก็ด้วยความมั่นใจและสนิทใจ ท่านประธานครับ ๑๔ วันกับ ๑๓ คืนที่ผ่านมา มีหลากหลายอารมณ์เหลือเกิน ในบางครั้งเราก็มีรอยยิ้ม บางครั้งก็อ่อนล้า บางครั้งเข่าอ่อนแต่บางครั้งก็ต้องสะดุ้ง เนื่องจากว่าเราในสภาแห่งนี้ เราใช้อารมณ์กันบ้าง เราใช้วาจาที่ปะทะกันบ้าง นั่นคือความหลากหลายความคิดที่กําลังหา วิธีการหลอมรวมเพื่อให้เป็นหนึ่ง นี่คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย เสมือนหนึ่ง กับดอกไม้ที่หลากสี ความสวยงามจะปรากฏ เพราะฉะนั้นต้องอดทนและต้องอดทนเพื่อจะ ได้สิ่งที่ดี ๆ และงามมาใช้ในประเทศชาติต่อไป ท่านประธานครับ กระผมขอแปรญัตติ เพิ่มเติมในหัวข้อดังต่อไปนี้ในมาตรา ๖ ดังนี้ มาตรา ๖ เพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย ห้ามมิให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือดํารงตําแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งจะมีการได้มาเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือฉบับใหม่ ท่านประธานครับ ไม่แปลกเลย ถ้ากระผมเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือเป็น สสร. กระผมเข้ามาทําหน้าที่ในฐานะผู้ร่วมกันยกร่างกฎหมายฉบับหนึ่งก็คือ กฎหมายรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับ ถ้าไม่ให้เงื่อนไขกีดกันในการใช้สิทธิทางการเมืองสําหรับผม ผมก็ย่อมที่จะหาโอกาสถ้าผมจะคิด ท่านประธานครับ ถ้าผมจะคิดเพื่อให้เกิดประโยชน์ ทับซ้อนจากการไปยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขอยกตัวอย่าง อย่างเช่นถ้าสมมุติว่า ผมไม่มีวุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ในขณะเดียวกันนั้นในบทที่ว่าด้วยคุณสมบัติของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ในขณะที่ผมไม่มีวุฒิผมก็อาจจะเขียน หรือร่วมกันเขียนร่วมกันยกร่างกับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญบอกว่าไม่ต้องจํากัดวุฒิ อย่างนี้ทําให้ผมซึ่งมีความตั้งใจหลังจากที่ผมได้เสร็จภารกิจในการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว หลังจากนั้นผมก็สามารถที่จะสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา อันเกิดมา จากน้ํามือและแนวความคิดของผมร่วมกับคณะที่ผมไปร้องขอจากสมาชิกด้วยกัน นี่คือ ตัวอย่างที่ ๑

ตัวอย่างที่ ๒ ถ้าสมมุติในขณะนี้เราได้กําหนดให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น อายุไม่ต่ํากว่า ๓๕ ปี ผมมีสิทธิที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ แต่ผมอาจจะไม่มีสิทธิที่จะสมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภาเนื่องจากตามกฎหมายฉบับเก่า คือรัฐธรรมนูญฉบับเก่าได้กําหนดให้สมาชิกวุฒิสภาต้องมีอายุไม่น้อยกว่า ๔๐ ปี ถ้าเป็นอย่างนี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพราะผมมีความตั้งใจที่จะสมัครสมาชิกวุฒิสภา แนวคิด ของผมและมือของผมร่วมกับคณะของผม อาจจะเขียนว่าอายุ ๓๕ ปี พอเสร็จภารกิจ ผมก็ไปสมัครสมาชิกวุฒิสภาได้ อย่างนี้ล่ะครับ

อีกประการหนึ่ง ผมอาจจะไม่สมัครเอง แต่พี่ชายผมจะสมัคร พี่ชายซึ่งยังไม่มี คุณสมบัติ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องหาวิธีเพื่อที่จะให้พี่ชาย น้องชาย พ่อ หรือแม่ผมมีโอกาส สมัครได้เพราะผมเป็นผู้ไปกําหนดคุณสมบัติ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๖ นี้กระผมขอแปรญัตติ ว่า สสร. นั้น ห้ามมิให้สมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก ไม่ใช่ ๕ ปี ไม่ใช่ ๓ ปี แต่เป็นสมัยแรกของการประกาศใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตัวอย่างเช่นเมื่อ กกต. ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ประธานวุฒิสภา ประธานวุฒิสภาพิจารณาเห็นว่า ชอบแล้วก็ทูลเกล้าทูลกระหม่อมเพื่อเสนอลงพระปรมาภิไธยประกาศในราชกิจจานุเบกษา นับจากวันนั้นเป็นต้นไป ถ้าเกิดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือมีการเปิดรับสมัคร สมาชิกวุฒิสภา สสร. ชุดดังกล่าวไม่มีสิทธิที่จะไปสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา อาจจะเป็นครึ่งปี อาจจะเป็น ๑ ปี อาจจะเป็น ๒ ปีก็ได้ อย่างเช่น สมาชิกวุฒิสภาหมดวาระภายใน ๒ ปี ก็หมดสิทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบสภาภายใน ๑ ปี หลังจากประกาศใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็หมดสิทธิเช่นเดียวกัน ตรงนี้ล่ะครับ ท่านประธาน กระผมใคร่ขอวิงวอนไปยังท่านคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ก็ให้ถือว่าเป็น ครั้งที่ ๕ หลังจากจํานวน สสร. หลังจากวุฒิสภา สสร. หลังจากข้อต้องห้าม สสร. อะไรต่าง ๆ จนถึงมาขณะนี้เป็นครั้งที่ ๕ ที่ขอวิงวอนให้คณะกรรมาธิการได้โปรดช่วยกันพิจารณาอีก สักครั้งหนึ่ง ไม่ใช่จะไปกีดกัน สสร. แต่ สสร. นั้น มีสิทธิที่จะเป็น สสร. เพราะฉะนั้นถ้าตนเอง มากําหนดคุณสมบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์กับตนเองนั้นไม่น่าจะชอบตามระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนวิงวอนอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย เพราะว่าวาระนี้ มาตรานี้ เป็นมาตราสุดท้ายจริง ๆ ได้โปรดพิจารณาอีกครั้งหนึ่งครับ ขอขอบคุณมากครับ