บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอข้อเสนอแนะในการแก้ไขระยะเวลาการดำเนินการให้เหมาะสม รวมถึงการลงประชามติ เพื่อให้เหมาะสมกับพระราชบัญญัติ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องทำความเข้าใจกับ ท่านกรรมาธิการก่อนครับว่าคำแปรญัตติของผมนี่มันถูกตีความผิดนิดหนึ่งครับ คือจริง ๆ ผมคงไว้เฉพาะในส่วนวรรคหนึ่งกับวรรคสองเท่านั้นเองครับ วรรคสามกับวรรคสี่นี้ผมตัดทิ้ง ผมยืนยันด้วยเอกสารของผมนะครับ ผมต้องไปขอเจ้าหน้าที่ใหม่อีกครั้งหนึ่งเพื่อดูยืนยันนะครับ เพราะว่าคือประเด็นที่สำคัญที่ผมต้องตัดทิ้งก็คือเรื่องระยะเวลา ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับ ระยะเวลาที่ท่านจะจัดทำ ๔๕-๖๐ วัน ผมก็เลยไปแก้อยู่ในมาตราต่อไปด้วยนะครับว่า ระยะเวลาของผมนี้คือ ๙๐-๑๒๐ วัน อยู่ในมาตราข้างหลังนะครับ ก็ต้องอภิปรายโยงกันด้วย แล้วก็ยืนยันด้วยเอกสารนะครับ ลงวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๕ ผมเขียนในมาตรานี้ไว้นะครับ ผมเขียนเป็นเครื่องหมายคำพูดเปิดแล้วก็มาเครื่องหมายคำพูดปิด ก็คือ “เมื่อประธานรัฐสภาได้รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว หากเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญมิได้มีลักษณะ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้าที่ต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตรงนี้ผมแก้นะครับ ให้ประธานรัฐสภาส่งร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้คณะกรรมการการ เลือกตั้งดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติของประชาชนว่าจะเห็นชอบกับ ร่างรัฐธรรมนูญนั้นหรือไม่” ความหมายของผมก็คือว่าอีกสองวรรค สามวรรคที่เหลือนั้น ผมตัดทิ้งนะครับ ผมแปรญัตติไว้อย่างนี้นะครับ ผมตัดทิ้งในประโยคข้างล่าง ผมก็ขออนุญาต ที่จะได้อภิปรายต่อไปในสิ่งที่ผมต้องการจะเห็นนะครับ ก็คือว่าแน่นอนนะครับ ผมคิดว่าต้อง เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นคนวินิจฉัยนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ได้อภิปรายไปแล้วในมาตราอื่น แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายคนก็พูดเรื่องนี้แล้วนะครับว่าเราควรจะให้ศาลรัฐธรรมนูญต่างหาก ที่จะเป็นผู้วินิจฉัยความขัดแย้งนี้นะครับ ซึ่งตรงกับผู้ตรวจการแผ่นดินซึ่งทำหนังสือมาที่ ท่านประธานรัฐสภาแล้วก็จะมอบให้กับทางกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่อยู่นะครับ เพราะฉะนั้น ผมก็คิดว่าขอให้ท่านคิดสักอีกครั้งหนึ่งว่าท่านจะแก้ไขเป็นไปตามนี้ได้หรือไม่นะครับ
ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่ผมจำเป็นต้องหยิบยกมาพูดต่อก็คือว่าสิ่งที่ท่านได้ระบุ เอาไว้แล้วนะครับ และผมขอตัดทิ้งก็คือระยะเวลาในการประกาศการออกเสียงประชามติ ไม่เกิน ๖๐ วันแต่ไม่น้อยกว่า ๔๕ วันนั้น แน่นอนครับ มีจุดที่แตกต่างจากพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งลงในราชกิจจานุเบกษา ไปแล้ววันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒
ประเด็นแรก คือว่าอยู่ในมาตรา ๙ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ การออกเสียง จะถือว่ามีข้อยุติ อยู่ในมาตรา ๖ (๑) และ (๒) ข้อความก็คือเรื่องของระยะเวลาจะต้อง ไม่น้อยกว่า ๙๐ วันแต่ไม่เกิน ๑๒๐ วัน อันนี้ชัดเจนมากนะครับ ผมคิดว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการจะต้องพิจารณาครับว่าพระราชบัญญัตินี้บังคับใช้ แต่ท่านกำลังแก้ไข เปลี่ยนแปลงหลังจากวันที่บังคับใช้แล้วมันจะขัดแย้งกันหรือไม่ ท่านจะอ้างตามคำอธิบาย เมื่อสักครู่ว่าตอนทำประชามติของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ทำแบบนี้ อ้างแบบนี้ไม่ได้ครับ อ้างแบบนี้ฟังไม่ขึ้นครับ อ้างแบบนี้ไม่เชื่อครับ เพราะนั่นคือสิ่งที่ผ่านไปแล้วและยังไม่มีตัว พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาบังคับใช้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านทำจึงจำเป็นครับ ต้องอ้างอิง ต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ อะไรที่ท่านทำดีกว่า พวกผมยอมรับครับ อะไรที่ท่านทำแล้วด้อยกว่า พวกผมต้องท้วงติงท่านครับ แล้วขอให้ท่านแก้ครับ ถ้าท่านไม่แก้ ท่านอธิบายกับประชาชน สิครับว่าอะไรคือเหตุผลของท่าน อะไรคือผลประโยชน์ของพวกท่านที่ท่านต้องทำแบบนั้น เพราะผมเห็นว่าพวกท่านเร่งรีบเกินไปที่จะไปทำการออกประชามตินะครับ นอกจากนั้นครับ ประธานครับ ยังมีอีก ๒-๓ ส่วนครับ ที่บอกว่ามันไม่เท่ากับตัวพระราชบัญญัตินี้นะครับ เช่น เรื่องของการบังคับว่าจะต้องมีการประกาศหลังจากลงประชามติแล้ว ๑๕ วัน ถูกไหมครับ แต่ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้คำว่า โดยเร็ว สรุปง่าย ๆ นะครับ ผมไม่ออกจะอ่านเพราะว่า ข้อความจะค่อนข้างยาว แต่ตัวของหมวด ๘ การประกาศผลการออกเสียง เขาใช้คำว่า โดยเร็ว ครับ ท่านมีสิทธิอะไรไปบังคับให้หน่วยงานอื่นทำตามอำเภอใจท่าน ต้องทำภายใน วันนั้น ทำในวันนี้ โดยเร็วนั้นแปลว่าก็เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากมีข้อแม้มีข้อขัดข้องก็ต้อง แก้ไขไป คงไม่กำหนดไม่ได้หรอกครับว่า ๑๕ วันต้องจัดการให้เสร็จนะครับ ส่วนระยะเวลา ก็ผิดไปอีกนะครับ ของในพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ นาฬิกา ท่านก็ให้เวลา ๐๘.๐๐-๑๗.๐๐ นาฬิกาอย่างนี้เป็นต้น ท่านเอามาตรฐานอะไรหรือครับ หรือคำอธิบายอะไรละครับมาอธิบายกับพวกผมว่าสิ่งที่ท่านทำดีกว่า พิเศษกว่า เป็นการ พัฒนาการเขียนกฎหมายให้มากยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านเองก็คงจะต้อง ยอมรับว่าเสียงข้างมากได้ออกมาแล้วว่าเป็นแบบนี้ ไหนใครชอบบอกละครับว่าให้ฟังเสียง ข้างมากและยอมรับเสียงข้างมาก ทำไมท่านไม่รับเสียงข้างมากของพระราชบัญญัติ การลงประชามติแบบนี้ละครับ ถ้าท่านไม่ยอมเปลี่ยนแปลงผมขอประณามท่านนะครับว่า นี่คือการที่ท่านทำงานไม่มีมาตรฐาน ท่านจะไม่ยอมแก้ไขในขณะที่พวกเราร้องขอ ผมไม่เคย ได้ยินเสียงสนับสนุนใด ๆ เลย จากสมาชิกที่จะออกเสียงสนับสนุนท่านนะครับ แต่พอสุดท้ายทำไมลงมติแล้วมีคนสนับสนุนมาก ผมก็แปลกใจเหมือนกันนะครับ ทั้งสมาชิกของทาง ส.ส. และ ส.ว. บางท่านก็ลุกขึ้นมา คัดค้านท่านอย่างเต็มที่ ท่านไม่แก้ไข แต่สุดท้ายท่านชนะทุกที แปลกดีเหมือนกันนะครับ ท่านประธานครับ นี่คือปรากฏการณ์ของรัฐสภาในสมัยนี้ครับ ขอบพระคุณครับ