รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕

เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการรีบเร่งแก้ไข โดยมีความเห็นว่า การร่างรัฐธรรมนูญนี้ทำให้ขั้นตอนหลายขั้นตอนที่ควรทำไม่ได้ เช่น การให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายและแสดงความคิดเห็น และเรียกร้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติภายในเวลาไม่เกิน 60 วัน ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับประชาชนที่จะต้องศึกษารัฐธรรมนูญ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิก วุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ในมาตรา ๒๙๑/๑๓ ดิฉันมีความเห็นว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ค่อนข้างจะรีบเร่งแล้วก็รวบรัดที่จะให้ผ่าน ก็เลยทำให้คิดว่าผู้ที่ เสนอมาเกรงว่าถ้าดำเนินการช้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ก็ไม่สามารถที่จะถูกนำมาบังคับใช้ การรีบเร่งทำให้ขั้นตอนหลาย ๆ ขั้นตอนที่ควรจะทำก็ไม่ได้ทำ เช่นการที่จะทำให้รัฐธรรมนูญ ที่ สสร. ทำมาควรที่จะผ่านเข้ามาในรัฐสภา ให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายแล้วก็แสดงความ คิดเห็น แต่ว่าขั้นตอนนี้ก็จะไม่มี เพราะฉะนั้นในหมวดที่สมาชิกรัฐสภาเป็นห่วงกันมากก็คือ ในหมวด ๒ ซึ่งเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วก็หมวดที่เกี่ยวกับศาลแล้วก็องค์กรอิสระ ก็จะทำให้ไม่สามารถที่จะได้รับทราบหรือได้รับรู้ก่อนที่จะไปทำการออกเสียงประชามติ การที่ท่านไม่เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายหรือได้มีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็น ก็เหมือนกับว่าท่านได้มัดมือชกเพื่อที่จะนำรัฐธรรมนูญภายใต้การควบคุมของท่านหรือเพื่อ วัตถุประสงค์ของท่านไปช่วยใครคนใดคนหนึ่งก็ตามนะคะ แต่ทำให้หลาย ๆ คนคิดว่าการที่ จะไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนหรือทำเพื่อประเทศชาติ ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉันได้แปรญัตติในเรื่องของช่วงเวลาในวันออกเสียงประชามติ ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเสนอมาว่าให้ประชาชนออกเสียงประชามติภายในเวลาไม่เกิน ๖๐ วัน ซึ่งดิฉันเอง มีความคิดว่าเวลา ๖๐ วันไม่เพียงพอสำหรับประชาชนคนทั่วไปที่จะมาศึกษารัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหลายมาตรานะคะ เราก็ยังไม่ทราบว่าจะออกมากี่ร้อยมาตรา แล้วก็ประชาชนคนทั่วไป เขาก็ต้องทำงานทำการเขาจะเอาเวลาที่ไหนมาศึกษารัฐธรรมนูญ แม้แต่สมาชิกรัฐสภาซึ่งอยู่ ในสภาเองก็ยังแปลความหมายของรัฐธรรมนูญหรือว่าความหมายของการที่เราได้อภิปราย ไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นประชาชนที่เขาไม่คุ้นเคยกับรัฐธรรมนูญเขาจะใช้เวลาเพียงแค่ ๖๐ วัน คงจะไม่สามารถที่จะพิจารณาได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด การที่เขาจะมารับร่างรัฐธรรมนูญก็เป็น การเสี่ยง นอกเสียจากว่าจะทำไปตามกันว่ารับหรือไม่รับก็น่าเป็นห่วงประเทศชาติ สิ่งหนึ่ง ที่ดิฉันทราบ ณ ปัจจุบัน ก็คือตอนนี้ประชาชนเริ่มสับสนกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ แล้วก็เริ่มมีกังวล ประชาชนหลาย ๆ คนมีความทุกข์กับสถานการณ์ที่รัฐสภากำลังดำเนินการ อยู่ในขณะนี้ ดิฉันมีโอกาสได้ไปประชุมทางวิชาการได้พบอาจารย์หลาย ๆ ท่าน ท่านอาจารย์ เหล่านั้นก็ถามดิฉันมาว่าตอนนี้รัฐสภากำลังทำอะไรกันอยู่ เขาจะแก้รัฐธรรมนูญไปทำไม ผลออกมาจะเป็นอย่างไร ประเทศชาติจะไปรอดไหม ทุกคนดูมีความทุกข์ ไม่มีความสุข มีกังวล ดิฉันก็ตอบไปว่าดิฉันก็หนักใจ กลุ้มใจ เพราะไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะดู รูปการณ์แล้วก็ยังดูไม่ออกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกมาอย่างไร จะปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือ เปล่า เพราะว่าเริ่มแรกก็ให้อำนาจประชาชน ให้อำนาจกับประธานรัฐสภาแต่เพียงผู้เดียว เพราะฉะนั้นดิฉันเองก็ไม่แน่ใจนะคะว่าผลต่อไป จะเป็นอย่างไร ความทุกข์ยาก ความเป็นห่วงไม่ได้เกิดกับประชาชนเท่านั้น แม้แต่พระสงฆ์ องค์เจ้านะคะ ดิฉันก็ได้ทราบว่าแม้แต่พระสงฆ์ท่านหนึ่ง พระผู้ใหญ่ ขออนุญาตท่านประธาน นำคำปาฐกถาของพระพรหมคุณาภรณ์ ท่าน ป. ปยุตุโต ท่านได้แสดงธรรมทางวิทยุโทรทัศน์ เรื่องตุ๊กตาแป้ง เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคมที่ผ่านมา ข้อความที่ดิฉันตัดตอนมาก็คือเจตนา เอาอะไรกันแน่ บริสุทธิ์หรือว่าเพื่ออะไร เพื่อตัวเองหรือพวกพ้อง หรือเพื่อประเทศชาติ ถึงต้องทะเลาะกัน ขัดแย้งกันขนาดนี้ ท่านประธานคะ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และท่าน ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลท่านคงจะไม่ได้ยินเสียงประชาชนข้างนอกว่าเขามีความเป็นห่วง ประเทศชาติเพียงใด บางคนมีความกลุ้มใจ มีความกังวล ดิฉันอยากให้กรรมาธิการเสียงข้างมาก ฟังเสียงกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและผู้แปรญัตติบ้าง ดิฉันชอบคติธรรมที่ท่านศาสตราจารย์ กนก วงศ์ตระหง่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านอธิบายว่าถ้าท่านอยากจะได้สิ่งที่ท่านอยากได้ ท่านก็ต้องให้สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามที่เขาต้องการด้วย ทำให้ดิฉันคิดถึงพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อหลายปีมาแล้ว ท่านได้ทรงมีพระราชดำรัสว่า อาว ลอส อิส อะ เกน (Our loss is our gain) ดิฉันขอฝากแนวพระราชดำรัสนี้หรือพระราชดำริของ พระองค์ท่านให้กับท่านกรรมาธิการไว้ด้วยค่ะ และถ้าท่านคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก จะยอมฟังเสียงกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และผู้แปรญัตติบ้างท่านก็จะประสบความสำเร็จ แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าท่านไม่ฟังเสียงแปรญัตติเลย ดิฉันก็ขอเรียนว่าท่านจะไม่ประสบ ความสำเร็จในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการด้วย ขอบคุณค่ะ