สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย แปรญัตติเพื่อแก้ไขมาตรา ๒๙๑/๑๖ เพื่อป้องกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดหลักการของความศักดิ์สิทธิ์และความถาวรของรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ประธานสภาและคณะกรรมาธิการศึกษาและตรวจสอบความแตกต่างของรัฐธรรมนูญฉบับนี้กับรัฐธรรมนูญในอดีตทั้ง 17 ฉบับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้ใช้สิทธิแปรญัตติและสงวน คำแปรญัตติไว้สำหรับมาตรา ๒๙๑/๑๖ ซึ่งจากร่างเดิมที่ผ่านความเห็นชอบ ของคณะกรรมาธิการมานั้นสรุปสาระสำคัญของมาตรา ๒๙๑/๑๖ ได้ว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญ ที่จัดทำขึ้นใหม่นี้นั้นตกไปตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหก ก็คือเมื่อร่างรัฐธรรมนูญนั้น มีลักษณะต้องห้ามตามบทบัญญัติของมาตรา ๒๙๑/๑๑ หรือการจัดทำรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จ เพราะเหตุสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดอายุลง ยังให้สิทธิคณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้ง ๒ สภา มีสิทธิ ที่จะเสนอญัตติต่อรัฐสภาเพื่อให้มีมติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้ได้อีก ตรงนี้ละครับ คือประเด็นที่กระผมไม่เห็นด้วย กระผมจึงได้ใช้สิทธิขอแปรญัตติโดยใช้ข้อความใหม่ดังนี้ครับ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นตามหมวดนี้ตกไปทุกกรณีท่านประธานไม่ใช่แต่เฉพาะ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหกเท่านั้นหรือการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จเพราะเหตุ สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ (๑) หรือ (๒) คณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไม่มีสิทธิเสนอญัตติต่อรัฐสภา เพื่อให้ รัฐสภามีมติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อีก เพราะฉะนั้นจากสาระสำคัญที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไปท่านประธานจะเห็นว่าสิ่งที่ผมขอแปรญัตติไว้มีสาระสำคัญแตกต่างไปกับร่าง ของคณะกรรมาธิการโดยสิ้นเชิง ของคณะกรรมาธิการนั้นเมื่อร่างรัฐธรรมนูญตกไป ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๙๑/๑๖ หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดอายุลงยังให้สิทธิ ส.ส. ๑ ใน ๓ หรือ ส.ส. บวก ส.ว. อีกใน ๓ สามารถเสนอญัตติขอจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ได้อีก แต่สิ่งที่ผมขอแปรญัตติไว้นั้นผมเห็นว่าการที่พวกเรามาประชุมกันเพื่อพิจารณาให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นควรเกิดขึ้นในครั้งเดียวครับ และถ้าครั้งนี้มีเหตุที่จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องตกไปหรือสภาร่างรัฐธรรมนูญ ต้องสิ้นสุดอายุลงก็ควรที่จะจบได้แล้วครับไม่ควรที่จะให้สิทธิ ส.ส. ส.ว. รื้อฟื้นเสนอญัตติ ขอจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อีก ด้วยเหตุผลอะไรครับ ผมจะกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่าสิ่งที่ผมแปรญัตติไปนั้นผมมีเหตุผลที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา แม้ว่าท่านพิจารณาแล้วท่านจะยืนยันว่าจะใช้ ร่างเดิมของท่านก็สุดแล้วแต่ แต่กระผมก็มีความจำเป็นที่จะต้องอภิปรายแสดงเหตุผล ประกอบคำสงวนแปรญัตติของผมเพื่อให้ปรากฏเป็นหลักฐานไว้ว่าสิ่งที่ผมใช้สิทธิแปรญัตติ และสงวนคำแปรญัตตินั้นผมอาศัยหลักการอะไร อาศัยหลักคิดอะไรในการที่จะเสนอ คำแปรญัตติดังกล่าวต่อที่ประชุมแห่งนี้
ประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะกราบเรียนเป็นเหตุผลที่ผมใช้แปรญัตติก็คือ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และท่านประธานก็ทราบดีครับว่าประเทศของเรานั้นเป็นประเทศที่ใช้ระบบรัฐธรรมนูญ ที่เป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ที่เรามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ถ้านับเฉพาะรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรก เรามีรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกก็คือ เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ จึงเป็นที่มาที่เราถือว่าเอาทุกวันที่ ๑๐ ธันวาคมของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนเลยที่เขียนว่าสามารถยกเลิกรัฐธรรมนูญได้ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะมีก็แต่เพียงการเปิดโอกาสให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญได้เป็นรายมาตราหรือรายประเด็น เงื่อนไขสุดแล้วแต่รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ จะกำหนดไว้ บางฉบับก็กำหนดกฎกติกาอาศัยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง บางฉบับก็ ๒ ใน ๓ แต่หลักการของรัฐธรรมนูญของประเทศไทยที่เป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ฉบับแรกอย่างที่ผม กราบเรียนท่านประธานครับ มีหลักการตรงกันหมดทุกฉบับ คือแก้ไขได้แต่ไม่ใช่ยกเลิกทั้งฉบับ ทีนี้ที่เรามาประชุมกัน ณ วันนี้นั้นก็ด้วยเหตุผลพิเศษที่คณะรัฐมนตรีและผู้เสนอร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญอีก ๒ ฉบับ ให้เหตุผลไว้ในหลักการและเหตุผลของการเสนอร่าง ถ้าจะเอาฉบับที่ คณะรัฐมนตรีเสนอและสภาแห่งนี้ใช้เป็นฉบับร่างหลักในการพิจารณานั้น ท่านประธานคงจะ จำได้ว่าเหตุผลที่เสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านมาตรา ๒๙๑ เพื่อผ่านไปยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่นั้น พูดเหตุผลไว้ตอนหนึ่งอย่างนี้ว่าเพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่ ให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุมัติ รัฐธรรมนูญโดยการออกเสียงลงประชามติได้ด้วย นี่คือเหตุผลที่เรากำลังขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อเป็นการปรับปรุงโครงสร้าง ทางการเมืองของประเทศขึ้นใหม่ให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าสภาแห่งนี้เห็นชอบตามเหตุผลที่ท่านเสนอแล้วแต่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีอันตกไป ตามเงื่อนไขที่กำหนดในมาตรา ๒๙๑/๑๖ ท่านประธานคิดว่าเราควรจะวนเวียนอยู่กับ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกไหมครับ ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็กำลังจะบอกว่าประเทศนี้ มีปัญหาต้องปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองอยู่ตลอดเวลา ประเทศนี้มีปัญหาเรื่องโครงสร้าง ทางการเมืองไม่มีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นที่จะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็ด้วยเหตุผลที่ท่านเขียนมาอย่างนี้ละครับ เพราะท่านเขียนเหตุผลมาว่า ท่านขอแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และถ้าเรายังคงปล่อยให้มีการสามารถแก้ไขเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญ สร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ร่ำไป ผมจะกราบเรียนท่านประธานครับว่ายิ่งจะมีผลทำให้ระบบการเมืองการปกครองของประเทศนี้ ไม่มั่นคงและไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่ท่านให้เหตุผลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะนำไปสู่ ประสิทธิภาพทางการเมืองที่ดีกว่าเก่า ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุผลประการที่ ๑ ที่ผมกราบเรียน ครับว่า ถ้าเรายังคงเปิดโอกาสให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อยู่ตลอดเวลา โดยบรรจุไว้เป็นกฎกติกาในรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญนี้จะไม่มีความคงทนถาวร และ ณ วันหนึ่ง พรรคการเมืองซึ่งทำหน้าที่เป็นฝ่ายรัฐบาล ณ วันนี้กลับไปทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายค้าน ณ วันนี้ไปทำหน้าที่เป็นรัฐบาล เขาก็จะใช้สิทธิตามช่องทางที่ท่านเขียนเอาไว้ ณ วันนี้ละครับ หวนกลับมาขอเสนอยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยที่จะมีเนื้อหาสาระสำคัญอย่างไรเราก็ไม่ทราบ ท่านประธาน อาจจะหวนกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อีกครั้งหนึ่งก็ได้ นี่หรือคือกลไก ที่จะให้หลักประกันกับประเทศชาติว่าจะนำไปสู่การปรับปรุงประสิทธิภาพทางการเมือง การปกครองที่ดีกว่าเก่า
ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าถ้าท่านประธานเข้าใจหลักการ ในเรื่องของการกำหนดให้มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรเหมือนกับอีกหลายสิบประเทศ ที่เขาใช้กันในโลกนี้ ท่านประธานคงทราบว่าการที่ประเทศชาติมีการปกครองภายใต้ รัฐธรรมนูญที่มีลายลักษณ์อักษรนั้นเขาจะมีหลักการสำคัญอยู่ ๒ ประการ
ประการที่ ๑ ก็คือรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดนั้นต้องเป็นกฎหมาย ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ หมายความว่าอย่างไร หมายความว่ากฎหมายอื่นใดก็ตามจะมาขัด หรือแย้งกับรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้ หลักนี้สะท้อนอยู่ดูได้จากมาตรา ๖ ที่บัญญัติอยู่ใน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จึงเป็นที่มาของมาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เขาเขียนว่า กฎหมายใดก็ตามขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ กฎหมายนั้นใช้ไม่ได้ทั้งหมด เหตุผลที่เขาเขียน อย่างนี้ไว้ในมาตรา ๖ ก็คือมาจากหลักความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญ เขาจึงไม่ให้กฎหมาย อื่นใดมาขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ นี่คือหลักที่ ๑
หลักที่ ๒ ก็คือรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์ต้องมีความคงทนถาวร เปลี่ยนบ่อย ๆ ไม่ได้ ยกเลิกสร้างใหม่บ่อย ๆ ไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะมันจะไม่มี ความต่อเนื่องทางการเมืองการปกครองของประเทศนั้น ๆ ที่ใช้รัฐธรรมนูญแบบลายลักษณ์อักษร หลักนี้สะท้อนอยู่ในมาตราไหนของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ในมาตรา ๒๙๑ อย่างไรครับ ที่เขาเขียนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ไม่ให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น วันเวลาเปลี่ยนไป สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไป เราต้องการปรับปรุง ประสิทธิภาพทางการเมืองการปกครองของประเทศให้ดีขึ้น ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้ช่องทางมาตรา ๒๙๑ แก้ไขประเด็นนั้น มาตรานั้น นั่นคือการพัฒนาแบบต่อยอด แล้วจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นคงทนถาวร ดูต้นแบบได้จากประเทศสหรัฐอเมริกา เขาประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาไม่เคยยกเลิกเลยครับ แต่แก้ไขนับสิบ ๆ ครั้ง รัฐธรรมนูญ เขาถึงอยู่ได้ตลอดมาจนทุกวันนี้โดยไม่ต้องยกเลิกและสร้างใหม่ นี่คือเหตุผลประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือหลักเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และความถาวร ของรัฐธรรมนูญ
ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะกราบเรียนเป็นเหตุผลให้ท่านประธานได้รับทราบ ก็คือถ้าท่านประธานได้กรุณาศึกษาและท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณาศึกษา รัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้น ท่านจะพบความต่างของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มีความแตกต่าง กับรัฐธรรมนูญในอดีตทั้ง ๑๗ ฉบับที่ผ่านมาอยู่ประการหนึ่ง ซึ่งความจริงมีความแตกต่าง หลายประการมาก แต่ประการหนึ่งที่มีความแตกต่างคือในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการกำหนด หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพในการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ก็คือผู้ตรวจการแผ่นดินซึ่งเขียนอยู่ในมาตรา ๒๔๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมจะขออนุญาต อ่านสั้น ๆ ให้ท่านประธานได้รับทราบผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๔๔ เขาเขียนอย่างนี้ท่านประธานครับ เขียนว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน มีอำนาจหน้าที่ต่อไปนี้ แล้วเขียนอยู่ใน (๓) ผมไม่อ่านทุกวงเล็บครับ เอาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ ประเด็นที่ผมแปรญัตติคือ (๓) เขียนว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจหน้าที่ติดตามประเมินผล และจัดทำข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญรวมตลอดถึงข้อพิจารณาเพื่อแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในกรณีที่เห็นว่าจำเป็น ทำไมผมถึงต้องหยิบประเด็นนี้ขึ้นมากราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการทั้งคณะ ก็เพราะว่าผมกำลังจะกราบเรียน อย่างนี้ครับว่านี่คือความแตกต่างของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ กับรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ในอดีตทั้งหมดที่กำหนดหน่วยงานรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพในการติดตามประเมินผลการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญว่ามีข้อบกพร่องมีข้อล้าสมัยตรงไหน ให้เป็นหน่วยทำความคิดเห็นเสนอรัฐบาลใน การที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานเห็นไหมครับเพราะฉะนั้นเราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องมา เขียนใส่ในรัฐธรรมนูญฉบับที่เรากำลังจะแก้ไขผ่านมาตรา ๒๙๑/๑๖ ว่าทำรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ตกไป สภาร่างรัฐธรรมนูญหมดอายุแล้วให้ ส.ส. ส.ว. มีสิทธิเสนอญัตติเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ได้อีก เพราะถ้าเราเขียนอย่างนั้นมันก็ส่อไปในทางที่จะขัดกับมาตรา ๒๔๔ อย่างไรครับ เพราะมาตรา ๒๔๔ เขาเขียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นคนมีหน้าที่ ไม่ใช่ ส.ส. และ ส.ว. มีหน้าที่ ถ้าเราไปเขียนซ้ำซ้อนอย่างนั้นจะมีคำถามขึ้นมาทันทีเลยว่ารัฐสภาแห่งนี้ในฐานะ ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเป็น ๑ ใน ๓ ของคนที่ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของปวงชนชาวไทยนั้น เราเองทำหน้าที่ในการเคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมเรียนแล้วละครับว่า ต้องมีหลักความเป็นศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวด้วย รัฐธรรมนูญจะศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ศักดิ์สิทธิ์ ขึ้นอยู่ด้วยกับพวกเราด้วยนะครับท่านประธาน ก็คือพวกเราให้ความเคารพกฎหมาย รัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน ทีนี้มาตรา ๒๔๔ นั้นเขาเขียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นคนทำหน้าที่ในการเสนอความคิดเห็นว่ารัฐธรรมนูญควรแก้หรือไม่ควรแก้ แต่เราไปเขียน ใส่มาตรา ๒๙๑/๑๖ ให้ ส.ส. ส.ว. เสนอญัตติในการสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่ได้ ตลอดเวลา ตรงนี้คือประเด็นที่ผมจะกราบเรียนครับว่าส่อไปในทางที่จะขัดกับมาตรา ๒๔๔ ของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่และอาจจะทำให้ถูกมองว่าพวกเราไม่ใช้กลไก ที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้เดิมนั้นให้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาการเมืองการปกครอง ของประเทศด้วยซ้ำไปว่ามีประเด็นปัญหาอะไรน่าจะฟังความคิดเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะที่เป็นองค์กรอิสระ แล้วมีหน้าที่โดยตรงตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในการประเมินผลบังคับใช้รัฐธรรมนูญ
สุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่ามาตรา ๒๙๑ นั้น เราพูดกันหลายครั้งมากเลยท่านประธานว่าเป็นมาตราที่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่มาตราของการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทีนี้เมื่อเรามาถึงจุดที่เรากำลังจะพิจารณา ปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ควรที่จะเป็นเรื่อง เฉพาะครั้งนี้ เฉพาะครั้งที่เราต้องการที่จะช่วยกันปรับปรุงกลไกของบ้านเมืองเสียใหม่ ตามเหตุผลที่เมื่อสักครู่ผมกราบเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบ ที่ถูกเขียนอยู่ใน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ซึ่งผมเชื่อว่าด้วยกลไกของระบอบประชาธิปไตย หลังจากนี้เมื่อเราพิจารณาเสร็จ เสียงข้างมากเห็นชอบ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องยอมรับครับ แล้วก็เพื่อนำไปสู่การปรองดอง แต่เหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อเหตุผล เฉพาะครั้งนี้มีเหตุผล มีความจำเป็นอยู่อย่างนี้ ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่สามารถผ่านได้ ก็ควรจะจบครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๒๙๑ นั้น ไม่ได้บอกว่าให้สามารถจัดทำ รัฐธรรมนูญได้ใหม่ ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเป็นปัญหาอยู่แล้ว แต่พอเราไปแก้แล้วเขียนว่า ทำใหม่แล้วไม่ผ่าน ให้เสนอญัตติใหม่ได้อีกนั้น ผมเห็นว่ายิ่งขัดกับเจตนารมณ์ของมาตรา ๒๙๑ ที่มีอยู่เดิมด้วยซ้ำไปครับท่านประธาน
ทั้งหมดก็จะเป็นเหตุผล ๔ ประการที่ผมได้กราบเรียนให้ทราบ จึงเป็นที่มา ที่ผมใช้สิทธิแปรญัตติมาตรา ๒๙๑/๑๖ เป็นว่า ถ้ารัฐธรรมนูญที่ยกร่างใหม่ตกไปแล้ว สภาร่างรัฐธรรมนูญหมดอายุแล้ว ส.ส. ส.ว. คณะรัฐมนตรีเสนอญัตติขอยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ได้อีกครับ ขอบพระคุณครับ