อนุชา บูรพชัยศรี อภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญที่ยังไม่แล้วเสร็จ หากไม่สามารถดำเนินการได้ควรใช้เวลาของรัฐสภาในการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ไม่ควรที่จะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง และควรแก้ไขให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ไม่ควรที่จะแก้ไขเพื่อแก้โทษหรือเพื่อการนิรโทษกรรมบุคคลใด ๆ
ไม่นานครับท่านประธาน เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมยังอยู่ในประเด็นนะครับ เพราะว่าสิ่งที่ผมกำลังอภิปราย ผมกำลังพูดว่าถ้ารัฐธรรมนูญ ที่ สสร. ได้ไปร่างขึ้นมาไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ในระยะเวลาที่กำหนด เราควรที่จะต้อง ดำเนินการอย่างไรต่อ ผมถึงตัดมาตรานี้ออกไปทั้งหมดอย่างไรครับ ผมถึงบอกว่าถ้าเรา ตัดมาตรานี้ออกไปทั้งหมดนั่นหมายความว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเสนอญัตติเข้ามาใหม่ สิ่งที่ ผมกำลังจะอธิบาย ก็คือไม่ได้นอกประเด็นครับ กำลังจะบอกว่าเราใช้เวลาของรัฐสภา ท่านประธานก็รู้อยู่ ท่านก็พูดอยู่ตลอดเวลาว่าเราใช้เวลาของรัฐสภาอยู่มาก ประชาชนก็เฝ้าดูอยู่ แล้วเขาก็เฝ้าดูเราอยู่ ถ่ายทอดสดมาเป็นระยะเวลา ๒-๓ อาทิตย์ เขาก็อยากเห็นครับว่า ถ้าเกิดสมมุติว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าเกิด สสร. ไปดำเนินการแล้วไม่สามารถดำเนินการได้ต่อ ที่ผมบอกว่าผมไม่ได้อยู่นอกประเด็นเลย เพราะว่าในมาตรานี้พูดบอกว่าสามารถที่จะให้ คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิก ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิ เสนอญัตติต่อรัฐสภา เพื่อให้มีมติในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามความในหมวดนี้ได้อีก ตรงนี้ที่ผมถึงบอกว่าผมไม่ได้ออกประเด็นเลย ผมอยู่ในประเด็นว่าทำไมถึงไม่ควรที่จะต้องมี มาตรานี้ เพราะว่าเราใช้เวลาของรัฐสภาไปพิจารณาแก้ไขในเรื่องของปัญหาพี่น้องประชาชน จะดีหรือไม่ แล้วผมก็แค่ยกตัวอย่างกฎหมายเท่านั้นเอง ที่มีผ่านสภาไปเรียบร้อย ท่านประธานก็อยู่ เรื่องของ กอช. เรื่องของการที่เราสามารถที่จะให้กับทางด้านผู้ที่สูงอายุ เขาได้รับเงินออมตอนที่เขาเกษียณอายุ กรรมาธิการหลายคนที่อยู่ในคณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมมองไปก็ยืนอยู่หลายคนครับ เคยไปออกทีวีกับผมด้วย สนับสนุนเรื่องของ กอช. มาแล้วด้วยนะครับ แต่ ณ วันนี้ผมก็อยากเห็นหลาย ๆ ท่าน ออกมาพูดเหมือนกันว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราควรจะผลักดัน แทนที่เราจะเอาเรื่องของ สสร. เรื่องของรัฐธรรมนูญกลับมาพูดกันใหม่ แค่นั้นเองละครับ ไม่ได้ออกนอกประเด็นเลยนะครับ แต่ไม่เป็นอะไรครับเมื่อมีการทักท้วงผมก็จะรักษามารยาทอย่างที่ท่านประธานพูด ก็คือ ในส่วนของสภากำลังดำเนินไปได้ดีครับ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะบอกว่าจากการที่เรา ได้มีการเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้ามาในรัฐสภาก็ทำให้เกิดรอยร้าวในสังคมบ้าง ไม่มากก็น้อยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าเรายังคงมาตรา ๒๙๑/๑๖ ในร่างฉบับนี้อีก ผมกำลังมองว่ามันไม่แค่เพียงจะสร้างรอยร้าวอย่างเดียว มันจะเป็นการสร้างรอยแยกให้กับ สังคมเรา นั่นหมายความว่าถ้าเกิดสมมุติว่าไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จ เราก็ยังจะใช้ เรียกว่า ดันทุรังทำอีกให้ได้นะครับ ถึงแม้มาตรานี้จะพูดก็แล้วแต่ว่า จะให้ สสร. ที่เคยอยู่ ไม่สามารถกลับมาเป็นใหม่ได้ ผมก็ยังมองละครับว่าสาระสำคัญก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังไม่แล้วเสร็จ หรือไม่สามารถเดินต่อไปได้ก็ยังจะเอากลับเข้ามาทำอีก ผมไม่อยากเห็น รอยแยกในสังคมครับ ปัจจุบันเรามีรอยร้าว ผมคิดว่ามันก็แย่พออยู่แล้ว ถ้าเมื่อไรที่เกิด รอยแยกในสังคมผมคิดว่าบ้านเมืองเราคงลุกเป็นไฟอีกรอบหนึ่งแน่นอนเลยนะครับ นอกเหนือจากนี้แล้วผมก็มองว่าสิ่งหนึ่งที่ผมได้เพิ่มเติมขึ้นมานอกเหนือจากที่ผมได้ตัดออก ทั้งหมดแล้ว ผมยังได้เพิ่มเติมขึ้นมาด้วยว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นการจัดทำเพื่อแก้โทษ หรือเพื่อการนิรโทษกรรมบุคคลใด ๆ ซึ่งมีความผิดไม่ว่าคดีความผิดดังกล่าวจะอยู่ในกระบวนพิจารณาคดีในขั้นใด สิ่งนี้ที่ผมเพิ่มขึ้นมาก็เช่นเดียวกันครับ ผมเคยอภิปรายไว้ในหลายครั้งเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญว่ารัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้แต่สุดท้ายแล้วถ้าแก้ไขแล้วประชาชน ได้ประโยชน์ไม่มีใครขัดข้องครับและไม่มีใครจะสร้างความขัดแย้งได้ถ้าพี่น้องประชาชน เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ แต่ที่ผมต้องเพิ่มในส่วนของตรงนี้ขึ้นมาเพราะว่า ณ ตอนนี้ ยังมีความกังขาอยู่ว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่สามารถดำเนินการภายในระยะเวลา ๘ เดือนไปแล้ว ยังจะต้องเอากลับเข้ามาเพื่อที่จะทำอีกทำเพื่อใคร ถ้าทำเพื่อประชาชนแล้วคงไม่มีปัญหาครับ แต่ในมาตรานี้ก็คือว่า ผมแปรญัตติเอาไว้ว่าถ้าทำเพื่อแก้โทษหรือเพื่อการนิรโทษกรรม บุคคลใด ๆ ซึ่งมีความผิดไม่ว่าคดีความผิดดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนพิจารณาคดีในขั้นใด ชั้นใด อันนี้ไม่สมควร ซึ่งผมก็คงไม่อยากจะให้เพื่อนสมาชิกประท้วงผมผมก็คงจะ ไม่ยกตัวอย่างอะไรทั้งสิ้นท่านประธานก็ทราบดีอยู่ ว่าผมอภิปรายในสภาก็ไม่เคยคิดที่จะ พาดพิงใครจะพูดด้วยหลักการและเหตุผล เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะฝากไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานสภาว่าผมอยากจะให้ตัดมาตรานี้ ออกไปตามเหตุผลที่ผมพูดถึงอยู่ สรุปก็คือว่าถ้าไม่สามารถดำเนินการได้ตามระยะเวลา ที่กำหนดเราควรใช้เวลาของเราไปแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เขาเลือกเราเข้ามาแก้ไข ปัญหา แล้วสุดท้ายก็คือถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทำเพื่อประชาชน เถอะครับอย่าทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ขอบพระคุณท่านประธานครับ