รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕

อนุชา บูรพชัยศรี พูดเรื่องร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่สำเร็จและเสนอให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้ที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้นำเสนอต่อรัฐสภา จริง ๆ ผมได้แปรญัตติไว้หลายมาตรามากเลย แต่ผมเห็นเพื่อนสมาชิก ได้มีการอภิปรายในหลาย ๆ เรื่อง แล้วประเด็นก็จะคล้าย ๆ กัน ผมก็เลยไม่ให้เสียเวลา ของรัฐสภาแห่งนี้ เพราะว่าประเด็นก็คงคล้าย ๆ กัน ก็เลยไม่ได้มีการอภิปรายในที่ผ่าน ๆ มา แล้วในหลายมาตราที่ผ่านมาผมก็เห็นว่ามันเป็นในเรื่องของเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ที่มาของ สสร. ก็ดี ในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่เราได้มีการพูดคุยกันมา ๑๔ วัน ๑๔ คืน อย่างที่ ทุก ๆ ท่านพี่น้องประชาชนก็คงได้เห็นจากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์และสื่อมวลชน แล้วก็ ทางสื่อวิทยุอะไรต่าง ๆ มากมาย แต่ที่ผมมีความจำเป็นที่จะต้องลุกขึ้นมาพูดในมาตรานี้ มาตรา ๒๙๑/๑๖ ก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ผมมองดูแล้วประชาชนเขาถามผมมา ตลอดระยะเวลา ๑๔ วัน ๑๔ คืนที่ผ่านมาว่า สิ่งที่อภิปรายกันอยู่นี้เพื่ออะไร ซึ่งมันจะมาจบกัน ตรงนี้ครับว่าหลังจากที่เราอภิปรายในหลายมาตราแล้ว สุดท้ายผมได้ตัดออกทั้งหมดเลย ในมาตรา ๒๙๑/๑๖ นั่นหมายความว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นมานี้ต้องตกไป หรือว่า ทำไม่แล้วเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่จำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเหลือไม่ถึง กึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก สสร. ทั้งหมด หรือในประเด็นที่ ๒ ก็คือสภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๒๔๐ วัน หรือราว ๆ ๘ เดือน ในมาตรานี้ ได้กล่าวไว้ว่า ยังสามารถที่จะให้ดำเนินการเสนอญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อีก ซึ่งก็ทำได้ ๓ ช่องทาง ช่องทางแรกก็คือการที่จะให้คณะรัฐมนตรีเสนอ ช่องทางที่ ๒ ก็คือ ให้เสียง ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ในสภาเสนอญัตติ และช่องทาง สุดท้ายก็คือให้สมาชิกรัฐสภาจำนวน ๑ ใน ๓ นั่นหมายถึงจำนวน ส.ส. และจำนวน ส.ว. รวมกัน ๑ ใน ๓ ของสมาชิกรัฐสภาสามารถที่จะเสนอญัตติเพื่อที่จะให้มีการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อีก ตรงนี้ละครับเป็นสิ่งที่ผมมีความจำเป็นที่ต้องลุกขึ้นมาพูด เพราะมันไม่ใช่เรื่องเทคนิคแล้วครับ มันเป็นเรื่องของความรู้สึกว่าในเมื่อจำนวน สสร. ที่ดำเนินการทำอยู่ ที่เรามีการพูดกัน ผ่านไปแล้วว่า ๙๙ ท่านทั้งหมดให้เวลา ๒๔๐ วันไปดำเนินการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญมา แล้วไม่แล้วเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สสร. ลาออก หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่ ร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ ถ้าใน ๒ ประเด็นนี้ไม่สามารถ ดำเนินการได้แล้ว ผมคิดว่ามันมีปัญหาอย่างมากเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องของ การที่ว่า สสร. อาจจะเห็นไม่พ้องกัน หรือไม่ว่าจะเป็นในช่วงนั้นอาจจะมีปัญหา เหตุบ้านการเมืองที่ทำให้ประชาชนอาจจะไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญในขณะที่ สสร. ดำเนินการอยู่ สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมอยากจะพูดถึงว่าเมื่อรัฐธรรมนูญไม่สามารถดำเนินการได้ ตาม ๒ ประเด็นนี้ คือจำนวน สสร. ไม่ครบ และสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถดำเนินการได้ ให้เสร็จสิ้นตามจำนวนเวลาที่กำหนดแล้ว ผมคิดว่าก็ควรที่จะปล่อยให้การแก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญเป็นในเรื่องของสมาชิกรัฐสภา หรือจำนวน ส.ส. ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ นั่นหมายความว่าไม่ว่าจะเป็นประชาชนก็ดี หรือว่าจำนวนสมาชิก ที่มีอยู่ใน สสร. ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังดำเนินการ ซึ่งประเด็นนี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ซึ่งผมคาดการณ์ไม่ได้ในอนาคต แต่ผมก็ต้องบอกครับว่า ผมเองก็ได้รับการเรียกร้องจากประชาชนตลอดระยะเวลา ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา จริง ๆ มากกว่า ๒ อาทิตย์ เราคุยกันมา ๑๔ วัน แต่จริง ๆ ใช้เวลานานมากกว่า ๒ อาทิตย์ แต่เขาก็บอกหลาย ๆ ท่านก็บอกว่าในเมื่อให้โอกาสอย่างนี้แล้วสมควรหรือไม่ที่จะต้องยุติ ในการที่ไม่จำเป็นที่จะต้องมีมาตรา ๒๙๑/๑๖ เพื่อที่จะให้ ๓ ช่องทางในการดำเนินการ ยื่นให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีก หลาย ๆ ท่านอาจจะมองว่าที่ผ่านมาพวกเรา ในซีกฝ่ายค้านอาจจะพูดนอกประเด็นในเรื่องของของแพงหรืออะไรต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้ว ถ้ามีการให้โอกาสในการที่จะจัดทำร่างรัฐธรรมนูญออกมาโดย สสร. ที่จัดตั้งขึ้นมาแล้ว ผมคิดว่าในส่วนของสมาชิก ส.ส. หรือสมาชิกรัฐสภาก็เถอะ นั่นหมายถึงรวมถึง ส.ว. ด้วย ในเมื่อเราปล่อยให้ สสร. ไปดำเนินการแล้ว ๒๔๐ วันไม่เสร็จ ผมคิดว่าประชาชนควรที่จะ ได้รับในการที่จะไปแก้ไขปัญหาของเขาอย่างอื่นบ้าง ยังมีปัญหาอีกมากมาย ยังมีกฎหมาย อีกมากมายที่ต้องดำเนินการเพื่อให้ประเทศชาติสามารถที่จะเดินต่อไปได้ ในเรื่องของ การแข่งขันของประเทศเรา เราจะเข้าอยู่ในประชาคมอาเซียน (ASEAN) เออีซี (AEC) อีกไม่นาน ยังมีอีกหลายเรื่องครับท่านประธานที่ผมอยากจะเสนอว่าถ้ามันตกไป เราเอาประเด็นอื่น ขึ้นมาพูดคุยกันได้หรือไม่ จริงครับรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป็นกฎหมายสูงสุด ที่กฎหมายฉบับอื่นจะต้องสอดคล้องแล้วอยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐธรรมนูญ แต่ผมคิดว่า ถ้าเกิดสมมุติว่ารัฐธรรมนูญตกไปแล้วเราไปดูเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชนอย่างอื่น เราไปดูในเรื่องของกฎหมายอื่น ๆ ที่ยังต้องออกมา มีกฎหมายอยู่อันหนึ่ง ผมยกตัวอย่าง ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ ๒ สมัยนี้ สมัยที่แล้วผมมีความภาคภูมิใจ ที่ผมสามารถที่จะช่วยผลักดันกฎหมายหลายฉบับมาก กฎหมายฉบับหนึ่งที่ผมมี ความภาคภูมิใจมากก็คือ เรื่องของกฎหมายกองทุนการออมแห่งชาติ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า กอช. ที่เราจะมีเงินให้กับทางด้านผู้ที่จะเกษียณอายุในอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ต้องเรียนว่าขณะนี้ กฎหมายได้ออกมาแล้ว แล้วสมาชิกจริง ๆ แล้วจะต้องรับสมัครตั้งแต่ ๘ พฤษภาคมที่ผ่านมา ในขณะที่เรากำลังพูดถึงรัฐธรรมนูญนี่ละครับ ผมเองก็อยากที่จะเห็นในส่วนของกฎหมายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่บังคับใช้แล้วแล้วยังไม่สามารถดำเนินการได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของที่รัฐบาล ผมไม่ทราบว่าติดประเด็นปัญหาอะไร กฎหมาย กอช. จริง ๆ ต้องรับสมัครแล้ว ๓๖๐ วัน แต่ ณ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการ