รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕

เทพไท เสนพงศ์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีหลักคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน ก็ไม่ควรจะร่างขึ้นมาอีก และเสนอให้เพิ่มมาตรา ๒๙๑/๑๖ เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระภายใน ๕ ปี

นายเทพไท เสนพงศ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๙๑/๑๖ ซึ่งได้มีการแก้ไขและผมได้แปรญัตติและได้สงวนคำแปรญัตติ โดยมาตรา ๒๙๑/๑๖ ผมขออนุญาตตัดหมดทั้งมาตราครับผมขออนุญาตท่านประธาน อ่านร่างเดิมของคณะรัฐมนตรีที่ผมได้ตัดหมดทั้งมาตรานั้นก็คือมาตรา ๒๙๑/๑๖ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นไปตามหมวดนี้ตกไป หรือจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จ เพราะเหตุสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ (๑) หรือ (๒) คณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้ง ๒ สภา มีสิทธิเสนอญัตติต่อรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภามีมติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามความในหมวดนี้ได้อีก การออกเสียง ลงคะแนนให้ความเห็นชอบของรัฐสภาต้องได้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ทั้งนี้บุคคลที่เคยเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญชุดเดิมจะเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ อีกไม่ได้ ความหมายก็คือว่าถ้าหากว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการร่างใหม่แล้วก็มีอันตกไปนะครับ ก็ให้สิทธิกับสมาชิกรัฐสภาจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ เท่าที่มีอยู่มีสิทธิเสนอญัตติ ให้รัฐสภาพิจารณาจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเสียงที่จะขออนุมัติไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่ง ในมาตรานี้ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่าที่ผมไม่เห็นด้วยก็คือว่าผมมีหลักคิด อย่างนี้ครับท่านประธานครับ ถ้าหากว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาใหม่ไม่ได้ผ่าน ความเห็นชอบของประชามติหรือความเห็นของประชาชน ผมคิดว่าเราไม่มีสิทธิที่จะ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาอีก นั่นก็หมายความว่าถ้าหากว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ได้มี การทำประชามติก่อนถามความเห็นของพี่น้องประชาชนก่อนว่าเห็นควรที่จะมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าเสียงประชามติส่วนใหญ่บอกว่าเห็นควรที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กระบวนการหลังจากนั้นถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่และมีร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แล้วก็ถามประชามติ ถ้าประชามติไม่เห็นด้วยผมคิดว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่สามารถที่จะ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาได้ เพราะความเห็นเบื้องต้นของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเห็นว่า ควรที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการเห็นควรที่จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ถ้าหากว่า ไม่มีการทำประชามติถามความเห็นของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าคำตอบของพี่น้องประชาชน ในการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ มันเป็นคำตอบโดยกลาย ๆ ครับ ท่านประธานว่าในการที่ไม่เห็นชอบกับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มันพออนุมานได้ว่า เขาอาจจะไม่เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้นครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมคิดว่าไม่มีความชอบธรรมใด ๆ เลยถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างใหม่ตกไป แล้วจะให้ สมาชิกรัฐสภา ๑ ใน ๓ เสนอญัตติใหม่ขึ้นมา แล้วให้เสียงของรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งเห็นชอบ ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมา โดยมาตรานี้ผมก็เลยขอตัดทั้งหมดครับ ว่าถ้าหากว่า ประชามติไม่เห็นชอบที่จะให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาหรือไม่รับผมคิดว่าต้องตกเลย และจะต้องไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมา ต้องใช้รัฐธรรมนูญเก่า นั่นก็คือว่า เป็นความเห็นในส่วนนี้นะครับ แต่ว่าเมื่อผมตัดในมาตรา ๒๙๑/๑๖ ไปแล้ว ผมก็ได้มี ข้อความใหม่ขึ้นมานะครับ นั่นก็คือว่าผมเพิ่มข้อความก็คือว่า ห้ามมิให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเข้าดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองใด ๆ และเป็นกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญภายใน ๕ ปี นับตั้งแต่ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องเรียนกับท่านประธานครับ ที่ผมได้เขียนบรรจุข้อความใหม่ ในมาตรา ๒๙๑/๑๖ แทนข้อความเดิม เรื่องการห้ามมิให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญดำรง ตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ หรือการไปเป็นคณะกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้ โดยหลักคิดของผมก็คือว่าคนที่มาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. นี่ครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าเป็นคนเขียนกฎหมาย เป็นคนเขียนกติกา เพื่อที่จะใช้เป็นกฎหมาย สูงสุดในการปกครองประเทศ บริหารประเทศ ถ้าหากว่าเราไม่ได้เขียนข้อความนี้ลงไป ผมเกรงว่าจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างคนร่างรัฐธรรมนูญในภายหลังครับ คือเราไม่มี หลักประกันอันใดเลยว่าคนที่ร่างรัฐธรรมนูญจะร่างเพื่อตัวเองหรือไม่ เพราะมันมีคำพูด อยู่แล้วว่าชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็แน่ไซร้เพื่อชนชั้นนั้น อันนี้ชัดเจนครับ ถ้าเราไม่มีข้อบังคับข้อนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ก็สามารถที่จะเขียนกฎหมาย รัฐธรรมนูญเพื่อเปิดช่องให้ตัวเองหลังจากหมดสมาชิกภาพ สสร. แล้วเข้าไปดำรงตำแหน่ง ตามที่ตัวเองเขียนไว้หรือเปิดช่องไว้ ตรงนี้ท่านประธานครับ เพื่อความสบายใจของทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีข้อครหาหรือคำนินทาว่าคนที่มาร่างรัฐธรรมนูญไม่ว่านักวิชาการที่เราเลือกมา ๒๒ คน ซึ่งก็ถูกกล่าวหาแล้วก็กระแนะกระแหนอยู่บ่อยครั้งว่า นักวิชาการส่วนใหญ่ ก็ไม่อยากจะไปลงเลือกตั้ง ก็จะใช้ช่องทางพิเศษเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะฉะนั้น เมื่อนักวิชาการกลุ่มหนึ่งจำนวน ๒๒ คนเข้ามาเป็นส่วนในการร่างรัฐธรรมนูญ หรือสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา ก็อาจจะเปิดช่องให้กับตัวเองในวันข้างหน้าว่าเมื่อหมดจากสมาชิกภาพของการเป็น สสร. แล้วเข้าสู่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ เพราะฉะนั้นเขาอาจจะเขียนกติกาที่เป็นคุณเป็นโทษ หรือให้ประโยชน์กับตัวเอง ผมเห็นว่าถ้าหากว่าการเขียนบัญญัติข้อนี้ลงไป ก็เป็นการ มีหลักประกันว่าคนร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ร่างเพื่อตัวเอง

ส่วนในอีกประเด็นหนึ่งที่ผมบอกว่าคนที่เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ทั้งมาจากการเลือกตั้งแล้วก็สรรหา ก็ไม่ควรที่จะเข้าดำรงตำแหน่งในฐานะ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญด้วย ๕ ปี เพราะในร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ มีองค์กรอิสระจำนวนมากมายหลายองค์กรครับ และคณะกรรมการองค์กรอิสระแต่ละท่าน ล้วนแล้วแต่มีบทบาท มีความสำคัญในการที่จะทำงานตามบทบาทหน้าที่ขององค์กรอิสระ ที่จะไปวินิจฉัยเรื่องต่าง ๆ ที่มีอยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ถ้าเราเปิดโอกาสให้สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญมีโอกาสเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการองค์กรอิสระได้ ก็จะถูก วิพากษ์วิจารณ์เช่นเดียวกันครับว่าเขาเหล่านั้นเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมา ตั้งองค์กรอิสระขึ้นมา เพิ่มองค์กรอิสระขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองเข้าไปเป็นกรรมการองค์กรอิสระหลังจากที่ หมดจากตำแหน่งแล้ว ทั้งหมดทั้งปวงครับ ผมคิดว่าเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ไม่มีส่วนได้เสีย ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และเพื่อเป็นความบริสุทธิ์ใจและสบายใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผมเห็นว่า ควรที่จะบรรจุในมาตรา ๒๙๑/๑๖ ให้ชัดเจนครับ เราไม่ต้องการที่จะเรียกหาสปิริท (Spirit) หรือมารยาททางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้นครับท่านประธาน เพราะในยุคนี้ท่านประธาน ก็ทราบนะครับ เราเรียกร้องเราหามารยาททางการเมืองค่อนข้างยากในสังคมปัจจุบัน แม้แต่ เรามีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแล้วก็ตาม แค่มีช่องเล็กช่องน้อย คนบางคน คนบางพวก คนบางกลุ่ม ก็พยายามที่จะหาวิธีการใช้ช่องโหว่ของกฎหมายนิด ๆ หน่อย ๆ เพื่อประโยชน์ ของตนเอง ในประเทศนี้มีนักกฎหมายแบบศรีธนญชัยนี่เยอะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น เราจำเป็นต้องเขียนให้รัดกุม ให้รอบคอบ ปิดช่องว่าง ปิดรูรั่วให้หมด เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในภายหลัง ผมจึงจำเป็นที่จะต้องตัดมาตรา ๒๙๑/๑๖ แล้วก็บัญญัติใหม่ขึ้นมาโดยข้อความว่า ห้ามมิให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ และกรรมการ ในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญภายในระยะเวลา ๕ ปี นับตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ผมคิดว่าเป็นเหตุผลที่สมควรที่จะใช้บังคับสำหรับคนที่เสียสละหรือแสดงเจตนารมณ์ที่จะมา ร่างรัฐธรรมนูญในการบริหารประเทศครับ ท่านประธานครับ ผมก็คงมีประเด็นเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณครับ