รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ศุภชัย หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจที่เพิ่มขึ้นของประธานรัฐสภา และเสนอให้เพิ่มมาตราเพื่อคงบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และศึกษาและนำรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นมาปรับปรุง

นายศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

อยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานว่าในการอภิปรายของพวกเราที่มุ่งจะให้ข้อมูลกับประธาน คณะกรรมาธิการหรือเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้มีความสำคัญ การลุกขึ้นประท้วง ของเพื่อนสมาชิก ผมเคารพในการลุกขึ้นประท้วงของท่าน แต่ถ้าเผื่อว่าจะเปิดโอกาสให้พวกเรา ได้ทำหน้าที่ให้สมกับที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน นั่นก็เท่ากับว่าเป็นการให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน แต่ถ้าเมื่อใดลุกขึ้นมาแล้วทำให้ขัดจังหวะรบกวนสมาธิในการทำหน้าที่ ผมถือว่านั่นเท่ากับว่าเรากำลังไม่ให้เกียรติต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อคำวินิจฉัยของท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านประธาน ท่านประธานในหลาย ๆ วาระ หลาย ๆ โอกาสมีเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นประท้วง ท่านประธานยังกรุณารับฟังความเห็นของเขาว่า เขาจะให้ข้อมูลเรื่องอะไร อย่างไร และเช่นเดียวกันในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่เรา กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ผมตัดข้อความหลายข้อความออกก็ดี ผมเพิ่มเติมบางข้อความ เข้าไปก็ดี ก็ชอบที่ท่านประธานจะต้องฟังความเห็นของเพื่อนสมาชิกก่อน ถ้าไม่ฟังแล้ว จะทราบได้อย่างไรว่าเพื่อนสมาชิกมีความเห็นอย่างไรต่อการเพิ่มสาระสำคัญในแต่ละเรื่อง แต่ละประเด็นเข้าไปในแต่ละมาตรา จึงขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานในความเห็น ของกระผมเป็นการเบื้องต้นก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปว่า ในการพิจารณามาตรา ๒๙๑/๑๔ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ สาระสำคัญที่ผม ได้กราบเรียนไปในเบื้องต้น นั่นเท่ากับว่าวันนี้เราให้อำนาจกับประธานรัฐสภาอย่างยิ่งยวด อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมลำดับให้เห็นตั้งแต่มาตรา ๒๙๑/๖ โยงมาถึงมาตรา ๒๙๑/๑๓ ซึ่งให้อำนาจกับประธานรัฐสภาในการกำหนดหลักเกณฑ์ได้มาซึ่งตัวบุคคลที่ทำหน้าที่ สสร. มากถึง ๒๒ ท่าน เท่านั้นยังไม่พอครับ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมาตรา ๒๙๑/๑๓ ท่านประธานคงจะจำได้ว่าในมาตรา ๒๙๑/๑๓ ถ้าเผื่อว่า สสร. ไปทำหน้าที่แล้วได้มาซึ่งร่างรัฐธรรมนูญแล้ว สสร. ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นให้กับประธาน รัฐสภา ประธานรัฐสภาทำหน้าที่ต่อครับท่านประธานที่เคารพครับ ส่งร่างรัฐธรรมนูญนั้น ให้กับ กกต. และ กกต. ไปทำหน้าที่ในการลงประชามติ เพื่อนสมาชิกของเราหลายคนได้ลุกขึ้น ให้ความคิดความเห็นต่อรัฐสภาแห่งนี้บอกว่าทำไมไม่นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น มาผ่านรัฐสภาก่อน ก่อนที่จะไปทำประชามติ ทำไมจึงนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ไปทำประชามติเลย จากนั้นก็นำความขึ้นกราบบังคมทูลตามมาตรา ๒๙๑/๑๔ ท่านประธานที่เคารพครับ พอเราดูลึกลงไปอีก มาตรา ๒๙๑/๑๓ ไม่ผ่านรัฐสภาใช่ไหมครับ ถ้าไม่ผ่านรัฐสภาเราไปดูต่อที่มาตรา ๒๙๑/๑๔ ที่ผมให้ความเห็นต่อท่านประธานว่า ผมตัดออกด้วยเหตุผลอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๒๙๑/๑๔ มีสาระสำคัญ ที่บอกว่าให้นำความในมาตรา ๑๕๐ และมาตรา ๑๕๑ มาใช้โดยอนุโลม นั่นแปลว่าอะไรครับ ท่านประธาน นั่นแปลว่ามาตรา ๒๙๑/๑๔ ซึ่งเป็นมาตราที่บอกกับพวกเราว่า ถ้าเผื่อว่า มีการทำประชามติแล้วขั้นตอนกระบวนการจะเป็นอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเผื่อว่า มาตรา ๒๙๑/๑๔ ให้นำมาตรา ๑๕๐ และมาตรา ๑๕๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาใช้โดยอนุโลม ผมขออนุญาตให้ความเห็นต่อท่านประธาน และตั้ง ข้อสังเกตผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ และขอคำอธิบายจากท่านประธาน คณะกรรมาธิการด้วยครับ ในมาตรา ๑๕๐ ที่ผมกราบเรียนตามความในมาตรา ๒๙๑/๑๔ ที่อ้างถึงเอ่ยถึง มาตรา ๑๕๐ บอกว่าร่างพระราชบัญญัติใดที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายใน ๒๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัตินั้น จากรัฐสภา เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ ข้อความในวรรคนี้เท่ากับว่าเราเปลี่ยนจากนายกรัฐมนตรี เป็นประธานรัฐสภา นั่นตอกย้ำกับสิ่งที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปแล้วใช่ไหมครับว่า ผู้ที่ลงนามในประกาศคณะปฏิวัติ คือหัวหน้าคณะปฏิวัติ และผู้ลงนามในขณะนี้ที่รับสนอง พระบรมราชโองการคือประธานรัฐสภา นั่นเท่ากับตอกย้ำว่าอำนาจของประธานรัฐสภา ล้นเหลือมากตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เท่านั้นไม่พอครับท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราจะไปดูมาตรา ๑๕๑ ร่างพระราชบัญญัติใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทานคืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้น ๙๐ วันแล้ว มิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่ ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิก ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัตินั้น ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระมหากษัตริย์มิได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานคืนมา ภายใน ๓๐ วัน ให้นายกรัฐมนตรีนำพระราชบัญญัตินั้นประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ให้บังคับเป็นกฎหมายได้เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว สาระสำคัญในข้อความมาตรา ๑๕๑ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานมีความสำคัญอย่างไรครับ ท่านประธาน ท่านประธานจำได้ไหมครับ ในมาตรา ๒๙๑/๑๓ ไม่ผ่านรัฐสภานะครับ ถ้าไม่ผ่านรัฐสภาแล้วเมื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลแล้วไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย ทีนี้ย้อนกลับมาสู่รัฐสภา นั่นแปลว่าตอนไปไม่ผ่านนะครับ มีปัญหาแล้วค่อยย้อนกลับมา ตรงนี้ผมจึงขอความกระจ่าง ขอตั้งข้อสังเกตกับท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า ท่านจะ อธิบายกับประเด็นนี้ต่อเพื่อนสมาชิกแห่งรัฐสภาอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้ เป็นประเด็นที่มีความสำคัญมาก แต่ถ้าเผื่อว่าผ่านรัฐสภาไปแล้ว ไปแล้วมีปัญหากลับมาใหม่ ตรงนั้นผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกเห็นชอบด้วย เห็นควรด้วย นี่คือข้อสังเกตที่กระผมอยากกราบเรียน ต่อท่านประธาน

ท่านประธานที่เคารพครับ มาถึงประเด็นที่ผมมีข้อสังเกตและประสงค์จะให้มี การเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ ผมได้เพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๒๙๑/๑๔ ผมเพิ่มเติมข้อความว่า ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้คงบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญในหมวด ๑ บททั่วไป หมวด ๒ พระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ผมประสงค์จะให้เพิ่มเติมข้อความนี้ขึ้นมาเพราะว่ามันจะไปผูกโยงกับมาตรา ๒๙๑/๑๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรคห้าครับ ถ้าผูกโยงกับวรรคห้า นั่นแปลว่าผมประสงค์จะให้ ท่านประธานรัฐสภาแบ่งเบาภาระของท่าน ถ้าเมื่อใดที่เราระบุลงไปเลยว่าหมวด ๑ หมวดทั่วไปก็ดี หมวด ๒ หมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ก็ดี มันนิ่ง มันไม่ขยับ ถ้าไม่ขยับ ความกังวลใจของเราว่ามันจะไปกระทบต่อวรรคห้า นั่นแปลว่าเรากังวลใจน้อยลง ไม่ต้องทำให้ พี่น้องประชาชนกังวลใจ ถ้าไม่ทำให้พี่น้องประชาชนกังวลใจ ผมขออนุญาตเพิ่มเติม ต่อท่านประธานอีกนิดเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญของประเทศญี่ปุ่น ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่ามีทั้งหมด ๑๐๓ มาตรา ๑๒ หมวด ท่านประธานที่เคารพครับ ๑๐๓ มาตรา ๑๒ หมวด คนร่างไม่ใช่คนญี่ปุ่น หากแต่คนร่างคือนายพล แมคอาร์เธอร์ และนายพล วิทนีย์ พร้อมกับคนอเมริกันอีก ๒๕ คน เขาใช้มาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๙๐ ยาวมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ถ้าเขาใช้ยาวมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ขณะนี้เขาแก้ ๒ มาตรา เท่านั้นครับ เขาแก้ข้อความสำคัญ ๒ เรื่อง นั่นคือแก้เรื่องกองกำลังป้องกันตนเองเป็นกองทัพ นั่นแปลว่าเขากำลังจะเสริมสร้างศักยภาพของประเทศเขาให้มีความมั่นคงแข็งแกร่ง และแก้เรื่องที่ ๒ คือแก้ให้สถาบันพระมหากษัตริย์เข้มแข็งยิ่งขึ้น จากเดิมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ เขาแก้ให้เป็นประมุขสูงสุดของประเทศ แก้ให้เป็นตัวแทนของประเทศ ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าไปอย่างนั้น เราเชื่อว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นประเทศ ที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขคล้ายกับเรา เขาเดินหน้าไปอย่างนั้น ไฉนเลยของเรา เราจะไม่ทำให้พวกเรานิ่งในขณะที่เรากำลังจะ ปรับปรุงกฎหมายครั้งใหญ่ของประเทศ ผมจึงกราบเรียนเรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เราช่วยกันดูนิดหนึ่งครับ แล้วสร้างการมีส่วนร่วม สร้างความเห็นพ้องของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงจะเป็นของคนไทย ทุกคนครับขอบพระคุณครับ