วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของประธานรัฐสภาในการลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และรับผิดชอบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยครับ จริง ๆ แล้วผมเกรงว่าเพื่อนสมาชิกเราจะเข้าใจผิดในมาตรา ๒๙๑/๑๔ ผมขออ่านนะครับ มันมีแค่ ๓ บรรทัดจริง ๆ ครับท่านประธาน ก็คือประโยคว่า เมื่อมีประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายและให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๕๐ และมาตรา ๑๕๑ มาบังคับใช้ โดยอนุโลม และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ เฉพาะคำว่า มาตรา ๑๕๐ และมาตรา ๑๕๑ ท่านประธานครับ เอามาบังคับใช้โดยอนุโลม มันเท่ากับว่าขยายไปอีก ๑๘ บรรทัด ผมต้องเรียนกับเพื่อนสมาชิก มันไม่ใช่แค่ ๓ บรรทัดนะครับ ในมาตรานี้ คำว่า มาตรา ๑๕๐ มี ๖ บรรทัด มาตรา ๑๕๑ ตามรัฐธรรมนูญมีอีก ๑๒ บรรทัดเท่ากับสาระที่เราจะต้องถกกัน เพิ่มขึ้นอีก ๑๘ บรรทัด ฉะนั้นหากเพื่อนสมาชิกท่านใดไม่ฟังคำอภิปรายอย่างชัดเจน ไม่อ่าน รัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนจะเข้าใจว่ามีแค่ ๓ บรรทัดเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ มีอีก ๑๘ บรรทัดที่เพิ่มขึ้น มันจึงมีสาระที่เราจะต้องถกกัน แล้วผมก็เชื่อว่าพวกเราเอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขณะเดียวกันเพื่อนสมาชิกเสียงฝ่ายค้านเองก็ต้องการที่จะ ช่วยรัฐบาลดำเนินการไปด้วยความราบรื่น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยัง กรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าผ่านไปแล้วไม่สง่างาม คำถามถามว่า ทำไมไม่สง่างาม เหตุผลคือคำชี้แจงของท่านประธานคณะกรรมาธิการตลอดจนเพื่อนเสียงข้างมาก ที่ชี้แจงมันฟังไม่ขึ้นในหลายประเด็น ซึ่งผมจะไม่เท้าความแล้ว เพราะผมถือว่าผ่านไปแล้ว แต่อย่างน้อยเมื่อวานนี้ที่ผมอภิปรายให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้โปรด ชี้แจงพวกเรา ท่านก็ไม่ชี้แจงในบางประเด็นที่เรามีข้อกังขาอยู่ โดยเฉพาะมติที่ผ่านประชามติ เกณฑ์ในการผ่านท่านก็ยังยืนยันเอาร่างเดิม ท่านไม่สามารถปรับปรุงให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ประชามติ ซึ่งถือว่าเรามีขึ้นมาแล้ว ซึ่งเมื่อวานนี้ผมก็บอกแล้วว่าทำไมท่านเอาแค่ เกณฑ์เดียว ทำไมไม่เอา ๒ เกณฑ์ แต่ท่านก็ไม่ชี้แจง ซึ่งผมก็ไม่ว่าอะไรครับ ถือว่าท่านได้ลงมติ ไปแล้ว แต่ผมย้ำกับท่านว่ามันจึงเป็นเหตุผลที่พวกผมต้องใช้สิทธิท้วงติงเพื่อฟ้องประชาชน มาตรานี้มีแค่ ๓ บรรทัด แต่มันมีประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ แต่อยู่ที่ท่าน เพราะอำนาจ อยู่ที่ท่านทุกอย่าง และแล้วสุดท้ายท่านต้องรับผิดชอบทั้งหมด ผมถือว่าการลงนาม นำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ และเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการนั้น เป็นสาระสำคัญท่านประธานครับ วันนี้ร่างฉบับนี้ให้อำนาจประธานรัฐสภาอีกแล้วครับท่าน จะสังเกตไหมครับว่าตำแหน่งประธานรัฐสภาต้องมารับหน้าเสื่อในการรับผิดชอบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่หลายมาตรามาก เราลองมาดูความสำคัญของการลงนามรับสนอง พระบรมราชโองการนิดหนึ่งครับ ในสาระทางวิชาการเขียนไว้ว่าความจำเป็นที่จะต้องจัดให้มี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการในกิจการซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงกระทำในฐานะประมุขของรัฐ อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์ทรงมีพระบรมราชโองการนั้นตามคำแนะนำ และยินยอมของผู้รับสนองพระบรมราชโองการนั่นเอง และเมื่อเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ทางการเมืองเกี่ยวกับราชการแผ่นดินที่พระมหากษัตริย์ทรงมีพระบรมราชโองการ หรือทรงลงพระปรมาภิไธยนั้น ผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และชี้แจงแสดงเหตุผลในการที่มีพระบรมราชโองการนั้น นี่คือสาระทางวิชาการ ดังนั้น คำถามถามว่าการที่จะต้องมีผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการก็เท่ากับว่าคนนั้นต้องเป็น คนรับผิดชอบท่านประธาน ไม่ใช่เซ็นชื่อทิ้งไว้เฉย ๆ คนนั้นต้องรับผิดชอบ ขณะเดียวกัน ถ้ามีประเด็นทางการเมืองที่จะต้องชี้แจงกับพี่น้องประชาชนคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ ชี้แจงกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๒๙๑/๑๔ ในร่างของรัฐบาล ได้โยนภารกิจให้กับท่านประธานรัฐสภา คำถามถามว่าภารกิจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันเป็นต้นคิดของใคร และใครควรจะต้องเป็นคนดำเนินการ ทุกคนต้องไม่ปฏิเสธนะครับ วันที่มีการนำเสนอเรื่องนี้ก่อนหน้าที่จะเป็นกระแสสังคม พรรคเพื่อไทยรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านก็บอกกับประชาชนว่าเป็นภารกิจที่หาเสียง ไว้กับประชาชน พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้กับประชาชน นายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ในเชิงนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชนนั่นคือนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่ายิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังนั้น ภารกิจในการรับผิดชอบทำความเข้าใจกับประชาชนเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นหลังจาก รับสนองพระบรมราชโองการ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องรับผิดชอบ นี่คือสาระ ทางวิชาการที่เกิดขึ้น แต่ทำไมนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่รับผิดชอบกลับโยนภารกิจนี้ ให้กับท่านประธานรัฐสภา ซึ่งผมถือว่าคือตำแหน่งนะครับ มารับหน้าเสื่อในการรับผิดชอบทั้งหมด มันจึงไม่ถูกต้องครับท่านประธานมีเพื่อนสมาชิกบางคนบอกว่าให้ลองไปเดินดูรอบ ๆ ซิ การลงนามในอดีตที่ผ่านมาประธานรัฐสภารับผิดชอบ ผมว่าอันนั้นเป็นเรื่องของอดีตครับ แต่วันนี้ถ้าเราดูในเรื่องของตรรกและเหตุผล ก็ในเมื่อพรรคเพื่อไทยประกาศว่า จะแก้รัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบในการทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ว่าจะมาโยนภารกิจนี้ให้กับท่านประธานรัฐสภา แล้วผมก็ไม่เข้าใจ เหมือนกันท่านประธานครับ ผมจำได้ว่าตั้งแต่วันแรกที่มีการนำเสนอร่างของคณะรัฐมนตรี ในที่ประชุมแห่งนี้ คนที่มานำเสนอยืนอ่านให้พวกเราฟังก็ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่รักษาการนายกรัฐมนตรี เมื่อถึงวันที่จะต้องลงนามสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งหมายความว่าต้องแสดง ความรับผิดชอบ แต่สิ่งนี้นายกรัฐมนตรีก็ไม่รับผิดชอบอีกกลับมาโยนให้ประธานรัฐสภา ผมจึงไม่เห็นด้วยนะครับ แล้วก็สอดคล้องกับข้อมูลที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน บังเอิญท่านประธาน ก็เคยดำรงตำแหน่งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เขามีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๔๔ (๓) ที่เขียนไว้ชัดเจนว่าอำนาจหน้าที่ ของผู้ตรวจการแผ่นดินก็คือติดตามประเมินผล จัดทำข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ รวมตลอดถึงข้อพิจารณาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในกรณีที่เห็นว่าจำเป็น และผมก็ถือว่าในมาตรา ๒๔๔ (๓) ทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองตามที่ รัฐธรรมนูญได้มอบหมายให้ โดยเฉพาะข้อพิจารณาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในกรณีถือว่าจำเป็น ท่านประธานที่เคารพครับ ทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้ทำหนังสือ ถึงกรรมาธิการในกรณีประเด็นข้อห่วงใย แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคณะกรรมาธิการของเรา โดยเฉพาะเสียงข้างมากไม่ได้ใส่ใจในประเด็นที่องค์กรอิสระที่เขาได้ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และบังเอิญประเด็นนั้นสอดคล้องกับที่ผมแปรญัตติไว้ เพราะผมไม่เห็นด้วยที่จะให้ ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งสอดคล้องกับเหตุผล ที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำหนังสือ ทางผู้ตรวจการแผ่นดินบอกว่าการลงนามรับสนอง พระบรมราชโองการนั้นเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๕ วรรคแรกที่ให้อำนาจรัฐมนตรี และผู้ตรวจการแผ่นดินได้บอกไว้ว่า เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจประธานรัฐสภา ไว้เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ดังนั้นจึงเกรงว่าการแก้ไขครั้งนี้จะขัดรัฐธรรมนูญ ผมก็เลยเรียกร้องไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก อย่างน้อย ๆ ก็มีเหตุผลรองรับ ทั้งเรื่องวิชาการ แล้วก็มิติทางการเมืองและหน่วยงานตามรัฐธรรมนูญก็ได้ทำหน้าที่ ในการเสนอข้อคิดเห็นมายังท่าน ซึ่งผมว่าไม่เสียหายอย่างที่ผมย้ำหลายอย่างมันคือ ความสง่างาม ท่านจะแก้จากประธานรัฐสภามาเป็นนายกรัฐมนตรีที่จะต้องมารับผิดชอบ กรณีถ้าเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นมาที่จะต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนแล้วผมก็อยากจะ กราบเรียนไปยังกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ละเอียดอ่อนมาก มีหลายประเด็น หลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นข้อกังวลของพี่น้องประชาชน ดังนั้นได้โปรด อย่าโยนภาระนี้ให้กับประธานรัฐสภา เพราะผมเชื่อว่าภารกิจของประธานรัฐสภาเขาเยอะ มากเกินไปแล้ว ผมอยากเห็นนายกรัฐมนตรีได้แสดงภาวะผู้นำครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนี้ได้แสดงภาวะผู้นำในการแสดงความรับผิดชอบต่อรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะเกิดขึ้น ถ้ามี ปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นมานายกรัฐมนตรีท่านนี้ต้องเป็นคนชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน และแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาใด ๆ ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นตามมา ผมจึงขอแปรญัตติว่า เปลี่ยนจากประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนอง พระบรมราชโองการครับ ขอบคุณครับ