รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๑ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕

สมชาย แสวงการ แสดงความไม่พอใจต่อกรรมาธิการที่แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภา และเรียกร้องให้สมาชิกสภาอภิปรายเพื่อให้แน่ใจว่ารัฐธรรมนูญถูกบังคับใช้ตามที่ตั้งใจไว้ และหารือเรื่องการแก้ไขมาตรา ๕ เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สบายใจและความคลางแคลงใจที่อาจเกิดขึ้น

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังถึงข้อบังคับ ข้อ ๙๙ วรรคท้ายนะครับ และให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือที่มีการสงวนความเห็นไว้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมอยู่ในประเด็นทั้งสิ้นครับ แล้วก็ช่วยอ่านที่หน้า ๒๔๑ ด้วยนะครับ ในเล่มที่กรรมาธิการแจกนี่ ผมอยู่ในประเด็นทั้งสิ้นนะครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่า หมวด ๑ บททั่วไป ซึ่งผมขอสงวนไว้นั้นมี ๗ มาตรา ท่านกรรมาธิการเอาไปใส่แล้ว ๒ มาตรา เป็นถ้อยความ อยู่ในมาตรา ๒๙๑/๕ แต่ผมก็ยังไม่สบายใจครับท่านประธาน มันมีอีกหลายมาตราที่เป็นประเด็น และผมคิดว่ายังต้องสงสัยกรรมาธิการว่า สสร. ชุดใหม่ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นใคร ถึงแม้จะ ข่าวลือเล่าอ้างว่าเป็นใครบ้างนั้นผมก็จะพยายามไม่สนใจก็ตามนี่นะครับ

มาตรา ๓ ระบุเรื่องอํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้

มาตรา ๔ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของ บุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง

มาตรา ๕ ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากําเนิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ใน ความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน

มาตรา ๖ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันบังคับใช้มิได้

มาตรา ๗ ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัย กรณีนั้นเป็นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข

ผมไม่ได้ขอมากเกินเลยไปนะครับท่านประธาน ผมขอให้คงกรอบไว้ชัดเจนว่า หมวด ๑ ท่านไม่แตะ ๗ มาตรานี้ เหตุผลที่ผมกังวลก็คือไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอํานาจอธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ดําริไว้ดีแล้วตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาจนถึงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๕ ไม่ว่าเรื่องของศาสนาซึ่งเรายอมรับว่าประชาชน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ผมก็เป็นเด็กวัด ผมก็เคยร่วมเป็นกรรมการเผยแผ่ พระพุทธศาสนา แต่ผมคิดว่าถ้าเรามีพี่น้องที่ศาสนาอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นศาสนาคริสต์ อิสลาม ท่านเราไปบัญญัติว่าให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจําชาติอาจจะเกิดปัญหาขึ้น และอาจจะมีการเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ มาตรา ๕ มาตรา ๒ หรือมาตรา ๓ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องศาสนานี่อย่าไปบัญญัติเลย จะได้ไม่เกิดเรื่องเกิดราวขึ้น รวมถึงมาตรา ๗ ซึ่งก็คือให้อํานาจว่าถ้าเกิดกรณีที่มันไม่สามารถวินิจฉัยได้บางมาตรา บางประเด็นก็ให้ใช้ มาตรา ๗ มาเป็นกรณีพิเศษ ผมเรียนว่ามาตรา ๑ ถึงมาตรา ๗ เป็นเรื่องของสิ่งที่ผมคิดว่า ไม่ได้เกินเลยจากสิ่งที่กรรมาธิการน่าจะพิจารณา ไหน ๆ ท่านก็พิจารณาในเรื่องของ หมวดพระมหากษัตริย์แล้ว หมวด ๑ บททั่วไป ให้เราสบายใจหน่อยได้ไหมครับ เขียนไว้อย่างเดิม ทั้ง ๗ มาตรา ถ้าเป็นเช่นนั้นผมเรียนเลยครับว่าบทนี้ผมสบายใจนะครับ ส่วนหมวด ๒ เรื่องพระมหากษัตริย์ ความจริงแล้วก็มีมาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ซึ่งก็คงไม่ลงรายละเอียด นะครับว่ามีหลายเรื่องที่ผมคิดว่าพสกนิกรชาวไทยและพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะ สีไหนก็ตาม เรามีความจงรักภักดีเหมือนกัน แต่สิ่งที่ผมกราบเรียนว่าเราก็มีความไม่สบายใจ ก่อนที่กรรมาธิการจะยอมบรรจุอันนี้ลงไปนี่มันเกิดเรื่องเกิดราวนอกสภาและในสภา ในสภาก็มีผู้ทักท้วงว่าให้บัญญัติลงไปเสีย จะได้เกิดความชัดเจน ไม่คลางแคลงใจอีก นอกสภาก็มีกลุ่มเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคณะนักวิชาการ ผมขอเอ่ยครับ คณะนิติราษฎร์ เคลื่อนไหวเรื่องมาตรา ๑๑๒ ซึ่งเป็นความพยายามจะเรียกว่าทางวิชาการผสมกับทางการเมือง หรือไม่ก็ตาม มันเป็นประเด็นที่ผมคิดว่ามันทําให้เกิดความไม่สบายใจของคนทั้งประเทศ และผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ มันมีเอกสารที่ต้องเรียนว่าถึงแม้อันนี้จะช้าไปแล้ว นะครับ แต่ว่ามันมีความพยายามของนักวิชาการกลุ่มหนึ่งบอกว่าจะล่า ๒๐๐,๐๐๐ รายชื่อ รื้อมาตรา ๑๑๒ ก็จบไปแล้วครับ ตอนนี้ก็ไม่สามารถรื้อได้ก็ตาม แต่ถ้ารัฐธรรมนูญบัญญัติ ให้ชัดเจนอย่างที่ท่านกรรมาธิการทํานี่ เอาให้ชัดว่าเขียนตรงนี้และรวมถึงอธิบายไว้ใน เจตนารมณ์และอยากให้บันทึกไว้เพราะความพยายามของบุคคลเหล่านี้มีครับ ผมได้เรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าผมเองเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตาม การบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ซึ่งเพิ่งได้รับเอกสารฉบับหนึ่ง รวมทั้งภาพถ่าย วิดีโอ (Video) หลักฐานเกี่ยวกับผู้คนมากมาย ที่มีความเคลื่อนไหว ขอท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวครับแล้วจะพยายามไม่พาดพิงบุคคลใด นะครับ เรามีความเคลื่อนไหวเช่นนี้จริงครับ แล้วผมอยากเรียนท่านสมาชิกรัฐสภาให้ได้ รับทราบว่าขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองมี ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นผู้นิยมชมชอบ ทางการเมืองของบุคคลใดก็ว่าไป อันนั้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่กลุ่มที่ ๒ ครับท่านประธานครับ เป็นกลุ่มที่มีแนวความคิดทางการเมืองในแนวอุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งอยู่ในภาวะซบเซามานานหลังจากนโยบาย ๖๖/๒๓ กลุ่มเหล่านี้เข้ามาเคลื่อนในแนวร่วม และจัดตั้งขยายมวลชนเพื่อหวังผลสําเร็จทางการเมืองร่วมกันนะครับ แล้วมีเป้าหมายต่อสู้ อํานาจรัฐและยึดอํานาจรัฐโดยใช้กองกําลัง ผมไม่เรียนนะครับว่าเป็นกลุ่มไหน แต่ผมเรียนครับว่า หลักการแก้วสามประการที่ระบุไว้ในเอกสารซึ่งเป็นเอกสารราชการ ระบุถึงการใช้พรรคการเมือง มวลชน และกองกําลัง เอกสารเหล่านี้ระบุถึงเจตนาหลายประการครับ ไม่ว่าจะเป็น การเคลื่อนไหวทางหนังสือพิมพ์ การเคลื่อนไหวทางอินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย (Social media) และทีวี (TV) และวิทยุชุมชน หลายครั้งหลายประการมีทั้งระดับปฏิบัติการ ระดับแนวร่วม ระดับผู้บงการ