รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๑ · ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕

สมชาย แสวงการ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๒๙๑ และเสนอแปรญัตติ ๔ ประเด็น พร้อมเสนอการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญทั่วประเทศ เพื่อให้มีเวลาเตรียมการและประชามติอย่างรอบคอบ และขอให้กรรมาธิการระบุไว้ให้ชัดเจนว่าท่านจะไม่ไปแก้ไขในหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๑๐ หมวด ๑๑ และหมวด ๑๒ หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะเปลี่ยนสาระสําคัญแห่งสิทธิเสรีภาพ ที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องกราบเรียน ท่านประธานเป็นข้อมูลเล็กน้อยนะครับ ผมก็ได้รับการแจ้งจากพี่น้องประชาชนว่า ๑๒ วัน ๑๒ คืนที่ได้รับการชมการถ่ายทอดและรับฟังการถ่ายทอดทางวิทยุรัฐสภาและทาง สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ นั้นประชาชนขอบคุณรัฐสภาครับ และขอบคุณไปยังช่อง ๑๑ ที่ได้เปิดห้องเรียนประชาธิปไตย ไหน ๆ ท่านจะแก้รัฐธรรมนูญซึ่งผมก็กราบเรียนว่าตั้งแต่ วาระที่หนึ่ง วาระที่สองและวาระที่สามนั้นผมยืนยันความไม่เห็นด้วย เหตุผลชัดเจนครับ เพราะว่าท่านแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ มาตราเดียวแต่ยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แบบลูกฆ่าแม่ซึ่งผมถือว่าเป็นการใช้กฎหมายที่เรียกว่าหัวหมอพอสมควร อย่างไรก็ตามครับ ผมเองก็ยังมีความปรารถนาดีลึก ๆ ว่าถึงแม้ผมจะไม่เห็นด้วย ผมก็จะทําหน้าที่ดีที่สุดในการที่ ทําเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ช่วยกันมีส่วนร่วม และผมหวังว่าสมาชิกรัฐสภาก็จะมีส่วนร่วม ทํารัฐธรรมนูญ ซึ่งจะถูกบังคับอย่างไรก็ตามให้ออกมานั้นมีความชอบธรรมมากที่สุดแล้วก็ สามารถอยู่ได้ด้วยกันในสังคมซึ่งปกครองด้วยกฎหมายสูงสุดแบบรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๖๕ ล้านคนจะต้องใช้กฎหมายฉบับนี้ร่วมกัน เพราะฉะนั้นผมได้ขอแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๑๑ และสงวนคําแปรญัตติไว้ใน ๔ ประเด็นครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของการขอให้สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีอายุ ซึ่งผมได้เคย เรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้แล้วว่าให้มีอายุถึง ๒ ปี เพราะบทเรียนของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งมีอายุแค่ ๒๔๐ วัน และบทเรียนของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งมีอายุ ๒๔๐ วันเช่นกันนั้น ขาดเรื่องหนึ่งไปครับ คือขาดร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่จะให้แล้วเสร็จ ตามกําหนดเวลา ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ นั้นผมจึงขอให้ สสร. ที่จะเกิดขึ้นนั้นมีอายุและมีการทํา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาด้วย ภายใน ๑ ปี เหตุผลครับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายซึ่งโดยสากลประชาธิปไตยแล้ว เขาเขียนขึ้นเพื่อที่จะให้กําหนดรายละเอียดซึ่งเป็นการกําหนดที่รัฐธรรมนูญซึ่งจะเขียน โดยยืดหยุ่นอย่างกว้าง ๆ ไม่สามารถบัญญัติได้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้เกิด ความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไม่ต้องมาตีความกันมากมายในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แล้วก็สะดวก ต่อการแก้ไขเพิ่มเติม อีกทั้งเป็นการแก้ง่ายกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมกราบเรียนว่า รัฐธรรมนูญเราแก้ไขมา ๑๘ ฉบับ ทั้งถูกฉีก ถูกแก้นี่นะครับ เราก็อยากเห็นรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะเกิดขึ้น ถึงแม้จะเป็นการบังคับเอานะครับ ก็เป็นกฎหมายที่ได้รับการแก้ไขน้อยที่สุด ในอนาคต เพราะฉะนั้นสิ่งสําคัญก็คือจะต้องมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ชัดเจน

อีกประการหนึ่งครับท่านประธานครับ กฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จะต้องล้มลงไป จบลงไปเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ยกเลิกไปด้วย เพราะฉะนั้น การที่เขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญและมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมกราบเรียนนะครับว่า มี ๙ ฉบับที่สัมพันธ์กันในคราวนี้ยังมีปัญหาว่าจะต้องถูกล้มไปและยังไม่มีหน้าที่ของคณะใดคณะหนึ่งทํา ผมจึงอยากให้ สสร. ได้ทําตรงนี้ให้แล้วเสร็จ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ ฉบับนั้น ก็ต่อเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็เขียนเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ดังนี้ครับ ขอย่อ ๆ นะครับท่านประธาน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่ง สมาชิกวุฒิสภา ตรงนี้เป็นประเด็นปัญหาครับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน บางฉบับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขียนว่าให้แล้วเสร็จภายใน ๒ ปี มีความชัดเจนครับว่า บางฉบับยังไม่ผ่านจากสภา เพราะฉะนั้นถ้าจะให้รัฐธรรมนูญไม่ต้องถูกตีความแล้วไม่ต้องเกิด ข้อกังขา ผมอยากมอบอํานาจนี้ให้กับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะมาจาก ๗๗ บวก ๒๒ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยหรืออย่างไรก็แล้วแต่ แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องร่างให้เสร็จ เมื่อท่านอยาก ร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ท่านต้องร่างกฎหมายประกอบให้ชัดเจนด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่า เป็นความจําเป็นแล้วก็เมื่อท่านยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ก็ยกเลิกไปด้วย นั่นคือเดทล็อกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนะครับ นี่คือสิ่งที่ผมได้แปรญัตติ และผมหวังว่ากรรมาธิการจะได้พิจารณาในเรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กันด้วย

ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมเสนอให้มีการจัดทํารับฟังความคิดเห็น ของประชาชนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในแต่ละหมวดทุกหมวดแล้วก็ให้ทําทั่วทุกจังหวัด

เหตุผลครับ เมื่อท่านมีเวลาสั้นแค่ ๒๔๐ วัน ถ้าท่านไม่แก้ไข ถึงแม้ว่าจะแก้จาก ๑๘๐ วันเป็น ๒๔๐ วันแล้วก็ตาม ระยะเวลาการจัดทํารัฐธรรมนูญใช้เวลาอีกกี่เดือนครับ ถ้าไม่มีการเตรียมธงไว้ก่อน เขียนกี่เดือน ทําเสร็จกี่เดือน แล้วไปทําให้ประชาชนได้รับฟัง ความคิดเห็นกี่วัน กี่เดือน ผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่กระทบกับพี่น้องทั้ง ๗๗ จังหวัดนะครับ จะทําทั่วทุกภูมิภาคเพียงบางหย่อมคงมิได้ เรื่องนี้กระทบกับทุกคน แล้วรวมถึงจะต้อง ออกประชามติว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ท่านกําลังจะร่างขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของความรอบคอบแล้วก็ให้ระยะเวลากับประชาชน เรียนรู้ร่วมกันในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

ในประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธานครับ ในเรื่องที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไข ไปแล้วก็ตาม ในเฉพาะเรื่องหมวด ๒ ที่บอกว่า จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วย พระมหากษัตริย์จะกระทํามิได้ แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทั้งฉบับ ซึ่งมันเป็นเรื่องกระทบทั้งหมด อย่าลืมนะครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น เขามีที่มาจาก การแก้ไขข้อบกพร่อง จุดอ่อน จุดโหว่ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถึงแม้จะถูกกล่าวหาอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าได้มีส่วนหลายประการและต้องมีหลักประกัน ในอนาคตว่าจะต้องยึดโยงในสิ่งที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่แก้ไขจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ดํารงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเจตนาในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิ ส่งเสริมการขยายสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการลดการผูกขาดอํานาจรัฐและเพิ่มอํานาจประชาชน ไม่ว่าจะเป็น การทําให้การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรมและจริยธรรม เรื่องการทําให้องค์กรตรวจสอบ มีความเป็นอิสระ เข้มแข็งและทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้ผมจึงได้ขอแปรญัตติ และขอให้กรรมาธิการระบุไว้ให้ชัดเจนครับว่าท่านจะไม่ไปแก้ไขในหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๑๐ หมวด ๑๑ และหมวด ๑๒ หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะเปลี่ยนสาระสําคัญแห่งสิทธิเสรีภาพ ที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะเป็นสิ่งที่กระทํามิได้ ผมกราบเรียนครับว่ารัฐธรรมนูญในบทที่ ๑ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานบอกว่าได้ใส่ไว้ในมาตรา ๒๙๑/๕ แล้วนั้นบางส่วน จริงอยู่ครับ ท่านใส่คําว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ นับตั้งแต่ ปี ๒๔๗๕ มาเราก็บัญญัติเช่นนั้น ถ้า สสร. ชุดใหม่หรือชุดใดก็ตามบัญญัติเป็นอย่างอื่น ผมว่า บ้านเมืองลุกเป็นไฟแน่ ไม่ทัน สสร. ร่างเสร็จหรอกครับ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๒ ประเทศไทย มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันนี้ก็ถูกแล้วครับ เพราะว่าบัญญัติไว้เช่นนี้ ในปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา คณะราษฎร์สามารถปฏิวัติเป็นอย่างอื่นได้ แต่ทําไมจึงต้องให้ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขละครับ เหตุผลคณะราษฎร์ก็ทราบดีครับว่าถ้าเปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตย แบบสมบูรณ์แบบ โดยไม่มีเรื่องพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คงจะเกิดเรื่องเกิดราว และประชาชนคงรับไม่ได้ ๒ มาตรานี้ท่านระบุไว้แล้ว แต่ในส่วนที่ผมขอสงวนคือบททั่วไปทั้งหมวด ซึ่งมีเพียงแค่ ๗ มาตรา