วรงค์ เดชกิจวิกรม ระบุประเด็นที่สังคมหวาดระแวง ได้แก่ ความไม่ไว้วางใจต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การแทรกแซงกระบวนการตุลาการและองค์กรอิสระ รวมถึงความกังวลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การนิรโทษกรรมบุคคลบางกลุ่ม
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย วันนี้ผมมีการเสนอคำแปรญัตติในมาตรา ๒๙๑/๑๑ ไปยังคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากและเพื่อนสมาชิกรัฐสภาเพราะผมเชื่อว่าถ้าท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก และเพื่อนสมาชิกสภาของเราได้รับฟังด้วยเหตุด้วยผล ผมคิดว่ามันมีบางประเด็นที่ท่าน อาจจะต้องมีการปรับปรุงหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพราะอย่างเมื่อวานนี้ท่านประธานครับ เราได้พิจารณามาตรา ๒๙๑/๘ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมถือว่าเสียงข้างมากอาจจะดื้อไปนิดหนึ่งครับ ท่านประธาน ถ้าท่านมีการปรับปรุงแก้ไขสักนิดหนึ่งครับ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้รัฐธรรมนูญ ของเราสมบูรณ์ขึ้น อันนี้แค่ฉบับแก้ไขเท่านั้นครับ แค่ มาตรา ๒๙๑ มาตราเดียว ความรู้สึก ของผมเองที่ได้มีการปรึกษานักกฎหมายมหาชนที่มีความรู้ ความชำนาญเรื่องรัฐธรรมนูญ เขาก็จะบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เรายกมือโหวตผ่าน ๆ ไปนั้น มันค่อนข้างจะเป็นฉบับ แบบลวก ๆ ที่กล้าพูดว่าฉบับลวก ๆ เมื่อวานนี้ผมก็เกรงใจท่านประธานของผมครับ ก็คือ ท่านประธานสามารถที่ท่านได้ลุกขึ้นชี้แจงผมในกรณีมาตรา ๒๙๑/๘ ผมไม่เห็นด้วย แต่ผม ยังไม่มั่นใจเพราะว่าผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่หลังจากที่ท่านขึ้นชี้แจงกรณีเรื่องศาลฎีกา ที่เราเรียกร้องว่าท่านจะต้องเพิ่มเติมเข้ามา ผมยกโทรศัพท์ปรึกษานักกฎหมายมหาชน เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญที่ดีมันจะต้องร้อยเรียงเชื่อมโยงกันหมด แต่การที่เสียงข้างมาก ไม่เอาคำวินิจฉัยของศาลฎีกามาใส่เพิ่มเติมในกรณีขาดคุณสมบัติ มันผ่านไปได้ก็จริง แต่มันทำให้รัฐธรรมนูญนี้ไม่สวยงามเหมือนกันครับ ในมาตรานี้ผมก็มีมุมที่จะเสนอกับท่าน ที่จะต้องมีการเพิ่มเติมแก้ไข เพราะว่าฉบับนี้มันถูกร้อยโยงไปเกือบทุกมาตรา ถ้ามี จุดบกพร่องอะไรขึ้นมาหรือมีการปรับปรุงแก้ไขขึ้นมาปุ๊บ มันก็จะถูกย้อนกลับเชื่อมโยงไปสู่ มาตราแรก ๆ ที่เรายกมือผ่านไปแล้ว ท่านฟังต่อไป
ในประเด็นที่ผมจะนำเสนอ ซึ่งเนื่องจากว่ามันมีหลายวรรค ในวรรคแรกก็คือ เรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลา ๒๔๐ วันนับแต่วันถัดจากวันประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก ตรงนี้ผมว่าความเห็น ของเพื่อนสมาชิกเราคงจำได้ บังเอิญท่านประธานท่านไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการ เหมือนพวกผมครับ ผมอยู่ด้วยกันมาเป็นเดือนครับ เราถกกันมาตั้งแต่วันแรกจนกระทั่ง ถึงวันสุดท้าย เห็นด้วยกันน้อยมาก มีความเห็นขัดแย้งกันเยอะพอสมควร แล้วก็มีหลายสิ่ง หลายอย่างที่เราก็มีความรู้สึกว่า ที่ประชุมของคณะกรรมาธิการเราใช้เสียงข้างมากลากไป โดยเฉพาะเรื่องการกำหนด ระยะเวลาในการทำหน้าที่ของ สสร. ผมต้องย้ำกับท่านประธานกรรมาธิการเสียงข้างมาก และเพื่อนสมาชิกว่า การร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับครั้งนี้ไม่เหมือนอดีตที่ผ่านมา ที่ผม กล้ายืนยันว่าไม่เหมือนอดีตที่ผ่านมา อดีตที่ผ่านมามันเป็นการเห็นพ้อง ท่านบอกว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่สังคมยอมรับเนื่องจากว่ามีกระแสสังคมเห็นพ้อง การร่างมันง่าย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถึงอาจจะมีกลุ่มบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย แต่ทุกคน ก็เห็นพ้องว่าอยากจะเร่งให้มีรัฐธรรมนูญออกมาโดยเร็ว ดังนั้นกระแสสังคมในการต้านไม่มีครับ ถึงจะมีในตอนทำประชามติซึ่งเป็นการต่อสู้กันอย่างเต็มที่ แต่มันก็เป็นกระบวนการในช่วง การทำประชามติ แต่สิ่งที่ผมจะต้องเตือนสติท่านประธานสามารถของผมไว้นะครับ เพราะว่า อย่างไรผมก็ยังเคารพท่านอยู่ เราต้องยอมรับว่าการร่างครั้งนี้มันอยู่บนความรู้สึกของสังคม ที่หวาดระแวงไม่ไว้วางใจ ดังนั้นเมื่อสังคมหวาดระแวงการกำหนดระยะเวลาสั้น ซึ่งตอนแรก ท่านกำหนดระยะเวลาไว้แค่ ๑๘๐ วัน มันคือระยะเวลา ๖ เดือน ท่ามกลางที่คนหวาดระแวง มันไปได้ยาก วันนี้จริงอยู่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ แก้ไขจาก ๑๘๐ วันมาเป็น ๒๔๐ วัน ผมก็เรียนกับท่านประธานโดยตรงว่า ๒๔๐ วัน เป็นคำเสนอของผม ใจผมต้องการให้มากกว่านั้นแต่ผมมีความรู้สึกแล้วกรรมาธิการชุดนี้ เสนออะไรก็ไม่เอาสักอย่าง ก็ลองขยับไปสัก ๒ เดือน เพราะจริง ๆ แล้วผมสนับสนุน ท่านนิพนธ์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วยกัน คือท่ามกลางที่คนกำลังหวาดระแวงมันต้องมี ระยะเวลาในการทำความเข้าใจกัน อันนี้คือตรรก ท่านประธาน อะไรก็แล้วแต่ที่คนเข้าใจกัน มองหน้าพยักหน้า โอเค (OK) เพราะว่าเข้าใจกัน แต่วันนี้สังคมหวาดระแวงในการแก้ไข รัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะเราก็เคยพูดกันในชั้นกรรมาธิการแล้วว่าสังคมหวาดระแวงอยู่ ๔ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ คือหวาดระแวงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์
ประเด็นที่ ๒ สังคมหวาดระแวงเรื่องการแทรกแซงกระบวนการตุลาการ
ประเด็นที่ ๓ สังคมหวาดระแวงเรื่องการแทรกแซงองค์กรอิสระ และ
ประเด็นสุดท้าย สังคมก็หวาดระแวงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การนิรโทษกรรมของบุคคลบางกลุ่ม ดังนั้นเมื่อสังคมหวาดระแวงท่านประธานครับ