รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๐ · ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความกังวลเรื่องความแตกแยกในสังคม และเรียกร้องให้การยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีความสมบูรณ์และใช้ได้กับประชาชนทั้งประเทศ เธอจัดลำดับความสำคัญของสิทธิเสรีภาพ ตุลาการ และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และไม่ควรตัดหมวดจริยธรรมออกไปจากร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ เธอยังเสนอข้อเสนอในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในทั่วทุกจังหวัดก่อนที่จะจัดทำร่าง และไม่ควรเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของรัฐ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เพราะว่าดิฉันก็อยากให้จบด้วยความเรียบร้อย เพราะว่าพวกเราก็จะได้ไปพักผ่อนบ้าง วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันจันทร์ ใช่ไหมคะ แล้วเราพบกันอีกทีวันอังคาร ดิฉันเพิ่งเริ่มพูด ท่านก็รู้สึกเป็นห่วงแล้ว ท่านประธานคะ จริง ๆ ก็เป็นเรื่องกังวล เรื่องเป็นห่วง ถึงบรรยากาศของสังคมในปัจจุบันที่มีความแตกแยกค่อนข้างสูง แล้วก็ส่วนที่จะเกี่ยวข้อง กับที่ดิฉันจะขออภิปรายต่อไปในมาตรา ๒๙๑/๑๑ นี้ ก็คงจะมีความเป็นมาเล็กน้อยว่า ท่านประธานเอง หรือท่านกรรมาธิการ หรือท่านผู้ฟังทางบ้าน ก็คงจะพอได้ยินได้ฟังบ้างแล้วว่า ความแตกแยกนี้มันเกือบจะต่อกันไม่ติด แล้วก็ในขณะเดียวกันก็ยังมีการยุแหย่ปลุกปั่น เรื่องต่าง ๆ ให้มีความเคียดแค้น โกรธชัง เกลียดกันมากขึ้น แล้วก็จากความรู้สึกอย่างนี้ ก็สะท้อนออกมาเป็นคำพูดที่เป็นคล้าย ๆ กับแผ่นเสียงตกร่องว่าพวกเขาแม้เขาชนะแล้ว เขาได้ทุกอย่างแล้ว ได้อำนาจแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับ ความยุติธรรม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งก็คิดว่าจริง แล้วก็คิดว่าองค์กรต่าง ๆ ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมและความยุติธรรม ซึ่งจริง ๆ มันไม่ใช่ ศาลตัดสินแล้วไม่ยอมรับ แต่ว่าถ้าศาลตัดสินแล้วถูกใจก็ว่าดี จริง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้น ทั่วไป แต่ว่าเนื่องจากบรรยากาศของสังคมในปัจจุบันทำให้มีบางคนนอกจากสะท้อน แผ่นเสียงตกร่องแล้วนี่นะคะ ก็ยังมีการพูดขนาดไปถึงว่าใครก็ตาม องค์กรไหนก็ตามที่ทำให้ เขาไม่สบายใจหรือไม่พอใจแล้วนี่ ถ้าเมื่อใดมีการแก้รัฐธรรมนูญพวกเขาก็จะยกเลิกองค์กร ต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ค่ะท่านประธานที่เป็นสิ่งกังวลใจ ท่านประธานหรือประชาชนทั่วไป ก็คงได้ยินได้ฟังอยู่ ก่อนที่จะมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาด้วยซ้ำไปนะคะ ท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นจึงเป็นที่มาของเหตุผลที่จำเป็นต้องแปรญัตติ มาตรา ๒๙๑/๑๑ เพื่ออะไรคะท่านประธาน เพื่อให้สภาร่างรัฐธรรมนูญจะได้มีกรอบ ในการยกร่าง ถึงแม้ว่าดิฉันไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก แต่ว่าเมื่อกฎหมายเดินมาถึงนี้แล้ว ดิฉัน ก็อยากจะฝากแล้วก็อยากจะให้การทำร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ให้มีความสมบูรณ์ แล้วก็ใช้ได้ กับประชาชนทั้งประเทศได้อย่างมีความสุขค่ะ

- ๙๘/๑ ร ๑๐/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) พรธิดา ๙๘/๑ *17.54 เพราะว่ามันมีหลายประการ แล้วก็ส่งเป็นลายลักษณ์อักษรไปด้วยแล้วนะคะ ดิฉันมี ๘ ไม่ค่ะ ที่จะฝาก สสร. ที่จะไปร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ ๑ มีค่ะ เพราะฉะนั้นเพิ่มไปทั้งหมด ๙ วรรคค่ะ ๘ ไม่

ไม่ที่ ๑ ในการแก้ไขจัดทำร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่แก้ไขเพิ่มเติมในส่วน ของหมวด ๑ ดิฉันคงไม่ลงรายละเอียดว่าหมวด ๑ คืออะไร คงจะถึงพรุ่งนี้เช้า หมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี่คือไม่ที่ ๑ ค่ะ

ไม่ที่ ๒ ต้องไม่มีการแก้ไขจัดทำรัฐธรรมนูญที่ยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือมีข้อความใด ที่มีลักษณะเป็นการลดอำนาจตุลาการ ต้องคงไว้ตามหมวด ๑๐ หมวดของศาลนั่นเองค่ะ ของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ค่ะท่านประธาน

ไม่ที่ ๓ คือ ๘ ไม่ ๑ มีค่ะท่าน ในการแก้ไขจัดทำร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่ยกเลิก หมวดที่ ๓ แห่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย เท่าที่ดิฉันนั่ง ฟังก็มีสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่ารัฐมนตรี ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิ เสรีภาพกับชนชาวไทยมากที่สุด ก็ขออย่าให้ยกเลิกนะคะ ต้องอย่ายกเลิกหมวด ๓ ค่ะ -------

ไม่ที่ ๔ ในการแก้ไขจัดทำรัฐธรรมนูญต้องไม่ยกเลิกหรือลดอำนาจหน้าที่ ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญหมวด ๑๑ แห่งรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ รายละเอียด ท่านอลงกรณ์ขออภัยที่เอ่ยนามก็ได้อธิบายไปค่อนข้างมากแล้วนะคะ

ไม่ที่ ๕ ต้องไม่ยกเลิกหมวด ๑๒ แห่งรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ว่าด้วย การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ก็ลงรายละเอียดไปค่อนข้างมากว่าพวกเรากลัวตรวจสอบหรือ เปล่า จึงจะไม่กำหนดไว้ว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องโปร่งใส ซึ่งพวกเราก็ ต้องการ

แล้วก็ไม่อีกไม่หนึ่งก็คือหมวด ๑๓ ว่าด้วยจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ สำหรับหมวดนี้ท่านประธาน ท่านประธานคงเห็นเกือบจะ ทุกเมื่อเชื่อวันแล้วว่าจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นอย่างไร แล้วดิฉัน ก็เคยคิดเสมอว่านักการเมืองที่มาทำงานเพื่อสาธารณะ ถ้าไม่มีคุณธรรม จริยธรรม ดิฉันใช้ภาษาชาวบ้านเจ๊งก็ต้องถูกล้มล้างไปแน่นอน เพราะเป็นถึงผู้บริหารประเทศ ไม่ทราบว่าอะไรควร อะไรไม่ควร อะไรผิด อะไรถูก เพราะฉะนั้นหมวดจริยธรรมต้องมีอยู่ แม้ว่าดิฉันเป็นเลขานุการของท่านในคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎรก็จริง แต่เรายังไม่มีบทบาท แล้วเราก็ยังไม่ได้ทำอะไรจริงจัง ซึ่งดิฉันเองก็เข้าใจมากเพราะเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่ามันเป็นจิตสำนึกของบุคคล มันคงสร้างไม่ได้ สอนกันไม่ได้ แต่ว่าถ้าเราพูดไปเรื่อย ๆใส่หัวเด็กไปเรื่อย ๆ ให้เขาซึมเข้าไป ดิฉันก็คิดว่าคนไทย เยาวชนไทยก็คงจะมีคุณธรรม จริยธรรม บ้านเมืองเราก็จะสงบสุขค่ะ เรื่องนี้จำเป็นค่ะท่าน ประธาน แล้วก็มีเรื่องกดบัตรแทนกัน มีเรื่องเมา เรื่องอะไรต่าง ๆ ในสภา ซึ่งคนข้างนอกเขา ก็จะมองว่าพวกเราแม้ว่าจะมีหมวดจริยธรรมในรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีกรรมการที่ท่านเป็น ประธานก็ยังทำอะไรไม่ได้ ดิฉันอดทนแล้วก็คิดว่าต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นดิฉันจึงไม่อยากให้ ตัดหมวดนี้ออกไป

ไม่อีกต่อไปนะคะ ต้องไม่เป็นการแก้ไขจัดทำร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะ นิรโทษกรรมบุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งมีความผิดหรือต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลยุติธรรม หรือศาลใด ๆ ไม่ว่าคดีความผิดดังกล่าวอยู่ในกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นใด

ไม่ต่อไปท่านประธาน ดิฉันจะไม่อ่านทั้งหมดที่แก้ไขที่ยื่นญัตติไว้นะคะ ต้องไม่ทำการร่างรัฐธรรมนูญ ก็เตือน สสร. ที่เรากำลังจะมีในอนาคตอันใกล้นี้ว่าต้องไม่ทำ ในลักษณะให้มีผลย้อนหลัง ลบล้างความผิดใด ๆ ซึ่งองค์กรตุลาการหรือองค์กรอื่น ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่มีอำนาจตามกฎหมายได้พิพากษาวินิจฉัยลงมติแล้วว่าบุคคล หรือคณะบุคคลนั้นมีความผิดค่ะ

๑ มีค่ะท่านประธาน ๘ ไม่ ๑ มี ดิฉันเป็นบุคคลคนเดียวที่ท่านประธาน อาจจะเบื่อแล้วที่ดิฉันพูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม นี่พูดด้วยความจริงใจนะคะท่านประธาน ดิฉันทำเรื่องสิ่งแวดล้อมมา ๒๕-๒๖ ปี แล้วดิฉันก็มองว่าเรื่องภาวะโลกร้อน เรื่องสิ่งแวดล้อม มันจะเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ถ้าดิฉันไม่พูดวันนี้ ไม่พูดในที่ประชุมนี้ ไม่พูดในการ ร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ถ้าในอนาคตเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย แล้วรัฐบาลเอาไม่อยู่ แล้วก็ไม่ต้องมาโทษกัน เพราะว่าเตือนแล้ว ดิฉันขอพูดให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่า แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยากให้สมาชิกร่างรัฐธรรมนูญได้เอาคำพูด เอาความตั้งใจ เอาความเป็นห่วงเป็นใยของดิฉันเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพค่ะ โดยต้องจัดให้มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็คือมาตรา ๖๗ วรรคสอง นั่นเอง ที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องดังกล่าวโดยชัดแจ้ง และจะต้องจัดให้มีศาลสิ่งแวดล้อม อันนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ดิฉันขอเสนอที่มีอำนาจหน้าที่เชี่ยวชาญเฉพาะกรณี ข้อพิพาทที่เกิดขึ้น อันเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม วันนี้เองนะคะท่านประธานคะเราได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอธิบายเกี่ยวกับเรื่องเขื่อน แม่วงก์ เราทราบว่าเรามีอุทกภัยหนัก แล้วก็รุนแรงเมื่อปี ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นทุกคนก็จะหา วิธีทำอย่างไรจะทำให้ป้องกันน้ำท่วม ภัยแล้งได้ แต่ว่าเท่าที่มาอธิบายแล้วเราก็พบว่ามันไม่ ผ่านการประเมินทางสิ่งแวดล้อมและทางสุขภาพ ซึ่งดิฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ครม. ได้อนุมัติ ไปเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ ในหลักการให้สร้างเขื่อนแม่วงก์ แล้วก็มีงบประมาณถึง ๑๓,๒๓๐ ล้านบาทจากเงินกู้ แต่ในข้อเท็จจริงตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๕ ท่านประธาน คะ มีการทำการประเมินผลทางสิ่งแวดล้อมมา ๓๐ ปีค่ะท่าน ยังไม่ได้ผ่านเลยค่ะ ยังไม่ได้ ผ่านการประเมินสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แต่ ครม. ก็รีบด่วน เร่งเป็นมติของ ครม. อันนี้ดิฉัน ก็คงจะต้องตามเรื่องไปที่ ครม. แล้วอีกประการหนึ่งนะคะท่านประธาน ดิฉันเข้าใจว่า อยากจะได้เขื่อนที่จะกักเก็บน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วม แต่ปรากฏว่าคนที่ศึกษาจริง ๆ เขื่อนนี้ ไม่ได้ช่วยแก้น้ำท่วมหรือน้ำแล้งเลย ที่ท่วมปี ๒๕๕๔ ที่บริเวณนี้ไม่ท่วมค่ะ เพราะมีอีก ๒ เขื่อน คือเขื่อนเล็ก ๆ อีก ๒ เขื่อนอยู่แล้ว ไม่ได้แก้ปัญหาเลยนะคะ นอกจากนั้น ฟ้องท่านประธานค่ะ มติ ครม. ออกมาฉบับหนึ่งให้ราชการมีหัวข้อเรื่องของเขื่อนแม่วงก์ แต่ฉบับที่ไปสู่สาธารณะไม่ใส่ให้ค่ะ ดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมมี ๒ มาตรฐาน นี่ขนาดมติ ครม. นะ คะ เข้าไปดูเว็บไซต์ก็ไม่มี ก็ต้องใช้กฎหมายข้อมูลข่าวสารที่จะขอข้อเท็จจริงว่ามติ ครม. เกี่ยวกับเรื่องเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งมันจะทำลาย สูญเสียอุทยานเขื่อนแม่วงก์ที่สวยงามมาก มีภูเขา ที่สูงเป็นชื่อกะเหรี่ยงที่เขาเรียกว่าโนโกจู สูงถึง ๑,๙๐๐ เมตร แล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวมี สัตว์ มีสิ่งต่าง ๆ มีทรัพยากรธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่ มีทุ่งหญ้าที่เขาเรียกว่าไร่ร้างที่จะให้สัตว์ ป่าได้มาอาศัยนะคะ นี่เป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวชีวิตของคนเรา แล้วมันจะอยู่กับเราตลอดไปค่ะ ท่านประธาน ดิฉันพูดไว้อีกครั้งหนึ่งว่าถ้า สสร. ที่จะร่างรัฐธรรมนูญไม่ให้ความสำคัญกับเรื่อง นี้ แล้วต่อไปรัฐบาลจะเอาไม่อยู่จริงๆ ค่ะ นี่ก็เป็นส่วนที่ดิฉันเพิ่มมานะคะท่านประธาน

แล้วก็ในการแก้ไขวรรคสี่ก่อนค่ะท่านประธาน ดิฉันเพิ่ม ๙ วรรค ๘ ไม่ ๑ มี วรรคสามดิฉันก็เห็นด้วยแล้วค่ะ ดิฉันไม่เห็นด้วยว่าการที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ หรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรไม่เป็นเหตุให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของสภาร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๙๑/๗ ซึ่งก็ได้อภิปรายไปมากแล้ว ดิฉันก็ฟังเหตุผล แล้วท่านคณะกรรมาธิการก็ฟังเหตุผล ท่านประธานก็ฟังเหตุผลแล้ว แต่ท่านใจจืดใจดำ มากเลยนะคะว่า ถ้าพวกเราตายไป ๕๐๐ คน คนที่เราตั้งเขา เขายังอยู่แล้วทำงาน แล้วก็มีคนอธิบายต่อเนื่องไปว่า ส.ว. มีหน้าที่ทำอะไรได้บ้างตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ทำเพื่อที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย ดิฉันไม่ลงรายละเอียด แต่ท่านประธาน คณะกรรมการท่านเข้าใจ แล้วดิฉันก็ฟัง เรียนรู้ ท่านประธานเองก็คงทราบว่าถ้าสภา ผู้แทนราษฎรไม่มีแล้วก็ยังให้สภาร่างรัฐธรรมนูญยังอยู่กับวุฒิสภา ซึ่งดิฉันไม่เห็นด้วยวรรค สาม

วรรคสี่ ก็เห็นด้วยแต่ยังไม่ทั้งหมด เพราะว่าในการจัดทำแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ นั้นสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในทั่วทุกจังหวัดด้วย ซึ่งประธานสามารถก็ได้อธิบายแล้วว่าก็จะตั้งกรรมาธิการไปรับฟังอะไรที่ต่าง ๆ ดีค่ะ แต่ดิฉันคิดว่าควรจะมีการรับฟังความคิดเห็นก่อนที่จะร่าง อยากให้ สสร. ได้ใช้โอกาสนี้รับฟัง ความคิดเห็นสะท้อนชีวิตของคนไทยในชนบทให้มากกว่านี้ก่อนที่จะร่าง นั่นคือวรรคสี่

วรรคห้า เมื่อดิฉันมีเพิ่มหมวดต่าง ๆ แล้วดิฉันจึงไม่ได้แก้ไขเหมือนกับ ของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในการแก้ไขจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลในการเปลี่ยนแปลง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดิฉันเพิ่มนะคะ หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของรัฐจะกระทำมิได้ อันนี้ก็ความหมายใกล้เคียงกัน ดิฉันก็ไม่ได้พูดถึงข้อบัญญัติเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ซึ่งดิฉันได้พูดไว้ในวรรคอื่น ๆ ไปแล้ว

วรรคหก ดิฉันเกือบจะเหมือนกับกรรมาธิการในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยซึ่งท่านได้อธิบายไปแล้ว ตอนแรกดิฉันก็สงสัยว่าถ้าสภาแห่งนี้มีความรู้ความสามารถ มากอย่างนี้ทำไมหลาย ๆ อย่างเราไม่ทำเอง ทำไมเรามอบให้ท่านประธานแล้วเราก็ให้คนอื่น ไปทำไปวินิจฉัย เราบอกว่าเรารัฐสภาเรามี ๖๕๐ คน เราเก่งกว่าคนอื่นมาก เราไม่ต้องส่งตุลา การศาล เราไม่ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเรามีความรู้ความสามารถ อย่างนี้ดิฉันก็เลยสงสัยว่าหลาย ๆ อย่างในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ทำไมจึงไม่ให้รัฐสภาที่มี คนมีความรู้ความสามารถถึง ๖๕๐ คน ได้มีอำนาจ ได้มีสิทธิในการแก้ไข ในการทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามวรรคห้า ดิฉันเพิ่มต่อว่า หรือขัดต่อหลักประเพณีแห่งการปกครอง ของประเทศ ขัดต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไป ดิฉันเพิ่มตอนท้ายว่า ขัดต่อหลักประเพณีแห่งการปกครองของประเทศ ขัดต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม จึงให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตกไป ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านประธานคงไม่ต้องกลุ้มใจแล้วค่ะ