รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๐ · ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะคงหมวดที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ และไม่ยกเลิกองค์กรอิสระที่มีอยู่ พร้อมเสนอแผนการแก้ไขเพื่อให้ประชาชนรับฟังความคิดเห็นและเข้าไปในจังหวัดทุกจังหวัด

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

นี่ครับ ใจเย็น ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมแค่เฉี่ยวผมไม่เข้าไปครับ ท่านประธานครับ ประเด็นอย่างนี้ล่ะครับ เรื่องของการปกป้องผลประโยชน์ของคนคนเดียวหรือไม่ หรือเป็นการต่อสู้ เพื่อระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เรื่องแบบนี้ควรจะถูกพูดคุยในทุกจังหวัดทุกเวทีครับ คราวนี้พอมาดูในสิ่งที่ผมแปรญัตติเอาไว้ในความเห็นของท่านกรรมาธิการครับ ท่านกรรมาธิการก็ใส่ข้อความว่าออกไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วทุกภูมิภาค ประเทศไทยมีหลายภูมิภาคจริง แต่ที่ผมต้องการเสนอคือทุกจังหวัดที่ สสร. นั้นควรจะเข้าไป นำความเห็นแล้วตั้งโต๊ะเสวนา จังหวัดบางจังหวัดที่มีการเผาศาลากลาง ที่มีความไม่เข้าใจ ของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก เขาจะได้มีโอกาสที่จะพูดคุยกันว่าอะไรคือการปกป้อง ประโยชน์ของคนคนเดียว แล้วอะไรคือการต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ในทุกจังหวัด ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้เปลี่ยนแปลง

ประการต่อมาครับ ในเรื่องของระบอบสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งอันนี้ ต้องขอขอบพระคุณทางคณะกรรมาธิการที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว เนื่องจากว่าในวาระที่ หนึ่งมีการถกเถียงกันมากว่าการล้มรัฐธรรมนูญทิ้งทั้งฉบับ แล้วก็ไม่ยกเว้นแม้กระทั่งหมวด ๒ ซึ่งเป็นหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล่อแหลมมากในสถานการณ์ที่บ้านเมือง มีความขัดแย้ง แล้วท่านก็ถูกตำหนิอย่างมากในวาระที่หนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วท่านกรรมาธิการ ก็ปรับให้ ท่านก็ใช้คำว่าก็คือไปเปลี่ยนแปลงหมวดของพระมหากษัตริย์ไม่ได้ซึ่งอันนี้ก็ตรง เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ผมต้องการแล้ว แต่ก็ขอนำเรียนฝากไปยังรัฐบาลในฐานะต้นร่าง อีกครั้งหนึ่งว่าขอให้ดำเนินการหลากหลายเรื่อง อย่าทำงานแบบที่เรียกว่าโยนหินถามทาง ครับ คือถ้าไม่ค้าน ไม่ท้วง ไม่ติงกันนี่ ท่านก็ไหลเลยตามเลยครับ วันนี้พอท้วงไปติงท่านก็ เบรกให้ ยอมให้ ก็ต้องถือว่าเป็นคำชมเชยว่ายอมให้กันซึ่งกันและกันบ้าง แต่ว่าในการ วำ ง แ ผ น รั ฐ บำ ล เ ป็ น ต้ น ร่ำ ง ร ๑๐/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๑๐๓/๒ ท่านวางแผนได้ล่วงหน้าว่าจะเอาหมวดนี้แล้วกันออกไปเลย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมอยากให้ ท่านนั้นก็ใช้ความระมัดระวังสักนิดหนึ่งครับในเรื่องที่สังคมมีความละเอียดอ่อน

ประการต่อมาซึ่งเป็นประการสุดท้าย นั่นก็คือผมเองได้ขอแปรญัตติเอาไว้ ไม่อยากให้ท่านแตะต้องในหมวดที่ ๑ ของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ฉบับปัจจุบันครับ หมวด ๑ ก็จะเป็นหมวดทั่วไป ซึ่งก็พูดในเรื่องทั่วไปว่าประเทศไทยนั้นต้องมีการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นอาณาจักรเดียวแบ่งแยก ไม่ได้ ก็ว่ากันไปเป็นบททั่วไปครับ แต่ว่ามีข้อความหนึ่งซึ่งผมคิดว่าคงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ ทำไมท่านไม่ใส่หมวด ๑ ลงไปเป็นหมวดที่ไม่มีการแก้ไขนี้นะครับ แล้วทำให้ผมระแวงอีกแล้ว ครับ ผมระแวงในวาระที่หนึ่งก็คือเรื่องของหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ไปแล้วว่าอยากให้ ท่านกันออก แล้วเขาว่าตำหนิท่านวันนั้นหลายวันนั้นนะครับจนสุดท้ายท่านก็ยอมให้ คราวนี้ เราก็ตำหนิท่านอีกครับเพราะว่าในหมวด ๑ นั้นมันมีคำ ๆ หนึ่งครับก็คือองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ คือถ้าท่านไม่แตะหมวด ๑ ก็แปลว่าท่านจะไม่ยุ่งกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญครับ แต่พอท่านเลือกที่จะมีการแก้ไขหมวด ๑ ด้วย ชักเสียวแล้วครับว่าท่านนั้นจะยกเลิกองค์กร ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะองค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายอันน่าสนใจครับ คงจะไม่ต้องพูด ถึงขนาดว่าแต่ละตัวมีลักษณะการทำงานอย่างไร แต่ต้องเล่าว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้เสี่ยงต่อการถูกยกเลิกสูงมากครับ กกต. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการ แผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน แล้วก็องค์กรอัยการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทั้งหลายเหล่านี้เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ครับ เพราะฉะนั้นผมระแวงครับว่าท่านจะมีการยกเลิกองค์กรตามรัฐธรรมนูญตามที่ผมได้ กล่าวมาแล้วหลากหลายองค์กร ผมจะไม่เถียงเลยครับถ้าท่านจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการ ทำงานของเขาบ้างให้ดีขึ้นเพราะว่าหมวดท้าย ๆ ผมเห็นด้วยว่าองค์กรอิสระบางองค์กร อำ นำ จ ก็ เ ย อ ะ เ กิ น ไ ป ค รั บ ร ๑๐/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ศิริรัตน์ ๑๐๓/๒ ท่านก็มีสิทธิที่จะแก้ได้ไม่เป็นอะไรครับ แต่พอท่านเอาหมวด ๑ ไม่รวมหมวด ๑ ไปด้วยนี่ ผมระแวงครับว่าท่านนั้นมีโครงการในการที่ยกเลิกองค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร ครับ เหมือนกับที่เราเคยระแวงว่าท่านจะทำอย่างไรกับหมวดของพระมหากษัตริย์ ------------

- ๑๐๔/๑ ร ๑๐/๒๕๕๕ (ส. นิติบัญญัติ) ภาวดี ๑๐๔/๑ เป็นไปได้ไหมครับถ้าหมวด ๑ ไม่เหนือบ่ากว่าแรงของท่านนัก แล้วท่านทำด้วยใจบริสุทธิ์จริง ๆ จะทำแบบที่ผมได้แปรญัตติเอาไว้ก็คือว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่จะมีการร่างในอนาคตนี้ไม่แตะ หมวด ๑ ก็คือหมวดทั่วไป ซึ่งแน่นอน นั่นหมายความถึงจำนวนขององค์กรอิสระ หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องไส้ในครับ ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ต่าง ๆ ท่านเห็นว่า การทำงานมากไป น้อยไปอย่างไร ท่านจะไปปรับในไส้ในด้านหลังก็เชิญ แต่ว่าความเป็นอยู่ ขององค์กรพวกนี้น่าจะคงมีอยู่ ท่านทำได้ไหมครับ ซึ่งหมวด ๒ ท่านก็ทำไปแล้วชัดเจน ในเรื่องของหมวดพระมหากษัตริย์ว่าจะไม่แตะต้อง นี่ละครับนี่เป็นการถามหาซึ่งความจริงใจ แล้วนี่เป็นการถามท่านอีกครั้งว่าการกระทำของท่านนั้นเป็นการโยนหินถามทางไปก่อน หรือไม่ อย่างไร ถ้ามีความจริงใจก็ขอให้ช่วยปรับแก้อย่างที่ผมได้ทำการแปรญัตติเอาไว้ก็คือ คงหมวด ๑ เป็นหมวดทั่วไป หมวด ๒ สถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นแบบเดิมไม่ต้องไปแตะ ต้อง ส่วนหมวดอื่นท่านจะทำการแก้ไขอย่างไรเป็นอำนาจของ สสร. ก็สุดแล้วแต่ที่ท่านจะ บัญญัติครับ ขอบพระคุณครับ