ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการเตรียมการสำหรับการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องสถานที่ ห้องประชุม และเจ้าหน้าที่ที่จะรองรับการทำงานของสมาชิกสภา และเรียกร้องให้ท่านประธานพิจารณาและเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินการ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องรัฐธรรมนูญและเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เขียนสั้นลงและเน้นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริง ก่อนที่ผมจะอภิปรายท่านประธานได้ใช้มาตรการอย่างนี้กับเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ผมไม่อยากลุกขึ้นประท้วงท่านประธาน เพราะผมเชื่อว่าท่านประธานก็ทำหน้าที่ แล้วก็ มีความกดดันพอสมควร แต่ท่านประธานฟังผมสิครับ ท่านประธานฟังผมให้จบก่อนสิครับ ผมแปรญัตติว่าเวลาที่พิจารณาโดยกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๔๐ วัน จะไม่เพียงพอ ผมกำลังยกเหตุผลให้ท่านประธานฟังอย่างไรครับ เริ่มต้นตั้งแต่เรื่องแรกที่สถานที่ในการ ทำหน้าที่ของ สสร. ยังไม่ได้มีการเตรียมการเลย วัน เวลาที่จะประชุม เจ้าหน้าที่ที่จะต้อง มาทำงานให้กับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ท่านทำหรือยังครับ การพิจารณารัฐธรรมนูญ ทั้งหมดวันนี้มี ๑๖ หมวด ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ถ้าท่านจะไปเอารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ ผมก็เชื่อว่ามีประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ มาตรา ท่านพีระพันธุ์ท่านได้พูดแล้วครับว่า สสร. ทั้ง ๙๙ คนคงจะมาพิจารณาไล่ตามมาตราคงเป็นไปไม่ได้ ท้ายที่สุดผมเชื่อครับว่า ท่านก็ต้องมีการตั้งกรรมาธิการ อาจจะแบ่งไปตามหมวด ๑๖ หมวด แล้วกรรมาธิการต่าง ๆ ก็ลงไปพิจารณาในรายละเอียด ท่านมีห้องประชุมให้เขาไหมครับ มีเจ้าหน้าที่ที่จะรองรับ การทำงานของ สสร. หรือยัง ถ้ายังไม่ได้ทำ นั่นคือปัญหาที่จะเกิดขึ้น นับตั้งแต่วันที่รัฐสภาอนุมัติให้ความเห็นชอบ ซึ่งท่านประธานก็พยายามที่จะดำเนินการ ให้เสร็จภายในเดือนพฤษภาคม เอาละครับเดือนพฤษภาคมนี้เสร็จ มีการเลือกตั้ง สสร. ภายใน ๗๕ วัน ๗๕ วัน ๒ เดือนกว่าได้ สสร. เวลาแค่นี้ไม่ใช่เวลาที่มากในการที่จะเตรียมการ รองรับการทำงานของ สสร. ๙๙ คน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ที่จะมารองรับการทำงาน สสร. อีกเป็นร้อย ห้องประชุม ห้องทำงาน การประสานการติดต่อต่าง ๆ ท่านเตรียมพร้อมหรือยังครับ ถ้าท่านไม่ได้เตรียมพร้อมท่านจะต้องเสียเวลาในช่วงแรกของการดำเนินการให้ความพร้อมกับ สสร. นี่ผมถึงกราบเรียนท่านประธานครับว่าท่านต้องไปคิดแล้ว ถ้าคิดว่าอยากจะทำให้เร็ว ท่านก็ต้องไปคิดออกแบบแล้วว่าท่านจะหาสถานที่อย่างไร จะจัดเจ้าหน้าที่จากที่ไหน มารองรับการทำงานของ สสร. นี่คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ วันนี้ผมเชื่อว่า สสร. ที่เข้ามาคงมีความตั้งใจมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า แล้วสิ่งหนึ่งที่เขาจะพิจารณากันอย่างละเอียดรอบคอบก็คือบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่า บทบัญญัติรัฐธรรมนูญทุกมาตราจะถูกหยิบยกมาพูดจาทำความเข้าใจ และในส่วนไหน ที่ สสร. เห็นว่าวันนี้มันต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ก็ต้องมีการแก้ไข ก็ต้องมีการพูดจากัน ผมก็ขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียน ท่านประธานว่า สสร. ที่เข้าใหม่มา ในฐานะที่ผมเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนในการที่จะทำให้ สสร. เกิดขึ้น ผมก็มีสิทธิที่จะตั้งข้อสังเกตไปยัง สสร. ที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดว่า ในการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญของท่านนั้นท่านอย่าไปเขียนรัฐธรรมนูญให้มันเยอะเลยครับ แต่ท่าน ต้องเขียนหลักกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องชาวไทย ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานครับว่าท่านประธานไปอ่านดูบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในปัจจุบันนี้สิครับ สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยท่านไปจำแนกมากเกินไป ท่านไปจำแนกแม้กระทั่ง ความเสมอภาค สิทธิส่วนบุคคล สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน เสรีภาพในการศึกษา สิทธิเสรีภาพในการได้รับการบริการสาธารณสุขและบริการของรัฐ สิทธิในการได้รับข้อมูล ข่าวสารการร้องเรียน สิทธิในการชุมนุมและการสมาคม สิทธิชุมชน เขียนไว้เยอะมากเลยครับ พอเขียนไว้เยอะความศักดิ์สิทธิ์ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมันเสียไปครับ แล้วท่านประธาน ไปดูให้ดีนะครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่ในหลายเรื่องผมก็เห็นด้วยครับว่าน่าจะมีการ หยิบยกให้มาแก้ไข ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ครับ มาตรา ๒๖ การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐ ทุกองค์กรต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้ ผมเรียนเลยครับ ฝาก สสร. เลยครับ เขียนรัฐธรรมนูญอย่างนี้ไม่ได้ครับ การใช้อำนาจขององค์กรรัฐทุกองค์กรไม่ใช่ต้องคำนึงครับ ต้องปฏิบัติการให้เป็นไปตาม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญรับรอง ให้คำนึงเท่านั้นละครับ คำนึง นี่หมายถึงอะไร คำนึงก็หมายถึงว่าให้เฝ้าพิจารณาด้วย ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ แต่ถ้าบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใจความสาระสำคัญหลักเรายกขึ้นมาเลยครับ ประชาชนชาวไทยทุกคน ย่อมได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน เขียนสั้น ๆ แค่นี้ละครับ วันใด เวลาใดก็ตามที่ใครไปละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลอื่น เขาใช้กระบวนการในการที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรที่จะตีความรัฐธรรมนูญ ปกป้องสิทธิเสรีภาพของเขา ผมเรียนท่านประธานนิดเดียวครับ หลายคนที่มีโอกาส อ่านรัฐธรรมนูญในต่างประเทศมากมาย ท่านประธานรู้ไหมครับเขาเขียนสั้น ๆ อย่างนี้ละครับ พอเวลามีเจ้าหน้าที่ของรัฐไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเขาหยิบยกมาตราแค่นี้ละครับ แล้วไป อธิบายในศาลว่าสิ่งที่ทำมันละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างไร ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ไม่ใช้เวลาครับท่านประธาน ตำรวจในเมืองนอกเวลาเดินไปอยู่ ๆ อยากจะตรวจค้นใคร ทำไม่ได้ แล้วยิ่งถ้าไปตรวจค้นคนที่ ๑. สมมุติเป็นคนต่างชาติเป็นฝรั่งกับอีกคนหนึ่งคนหัวดำ เห็นคนหัวดำ แล้วก็ขอตรวจบัตรแล้วตรวจค้น ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ครับ เพราะความเป็นมนุษย์มันเท่าเทียมกันไม่ว่าจะชนชาติใด ผิวสีใด