สุทัศน์ เงินหมื่น หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้เพิ่มระยะเวลาการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั้งยังชี้แจงว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ควรแก้โทษหรือนิรโทษกรรมบุคคลใด ๆ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมได้เป็น กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้ขอแปรญัตติแก้ไขและเพิ่มข้อความ แต่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่ได้เห็นชอบด้วย กระผมได้สงวนความเห็น ซึ่งกระผมจะอภิปรายเป็นลำดับทีละวรรค พร้อมกับการแก้ไข รวมทั้งเหตุผลประกอบสั้น ๆ ท่านประธานครับ ในวรรคแรก กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ให้เวลาในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ โดยกำหนด ระยะเวลาไว้ เดิม ๑๘๐ วัน แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากก็มาแก้เป็น ๒๔๐ วัน กระผมเห็นว่า รัฐธรรมนูญเป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวกับโครงสร้างของประเทศ ระยะเวลาดังกล่าวนั้นน่าจะ ไม่เพียงพอ ควรจะให้เวลามากกว่านั้น เพราะสาระสำคัญในรัฐธรรมนูญนั้น โดยหลักทั่วไป จะประกอบไปด้วยหมวดต่าง ๆ คือ หมวดว่าด้วยบททั่วไป หมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ หมวดว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หมวดว่าด้วยหน้าที่ของชนชาวไทย และหมวด ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หมวดว่าด้วยรัฐสภา หมวดว่าด้วยการเงินการคลัง และงบประมาณ หมวดว่าด้วยคณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรตามรัฐธรรมนูญ การตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ ตลอดจนจะต้องมีการพูดถึงการปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งนั่นก็เป็นหลักทั่วไปของการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นระยะเวลา ดังกล่าวนั้นน่าจะไม่เพียงพอต่อการที่จะให้ สสร. มาทำหน้าที่กำหนดโครงสร้างของประเทศใหม่ จึงได้ขอแก้ไขเป็น ๓๖๕ วัน ข้อความจะเป็นอย่างนี้ครับ สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ๓๖๕ วัน นับแต่วันถัดจากวันประชุม สภาร่างรัฐธรรมนูญในครั้งแรก และขณะเดียวกันกระผมได้ขอแก้ไขในการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นเมื่อ สสร. ได้จัดทำแล้ว จะต้องมีการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ในร่างเดิมของกรรมาธิการเสียงข้างมากของรัฐบาล เสียงข้างมากให้มี การจัดทำการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วทุกภูมิภาค กระผมขอแก้เป็นทั่วทุกจังหวัด ทั้งนี้เพราะว่าเรามี สสร. อยู่ประจำจังหวัดแล้ว ถ้าอยากจะได้รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน อย่างแท้จริง กระผมได้ขอแก้ไขให้มี สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ๒๐๐ คน แต่ก็ไม่สามารถชนะเสียงข้างมากได้ กระผมจึงเห็นว่าควรจะให้มีการจัดทำรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนทุกจังหวัดเพื่อจะได้ทราบเจตนารมณ์อันแท้จริงของประชาชน
นอกจากนั้นแล้วท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้ขอเพิ่มวรรคห้า วรรคหก วรรคเจ็ด วรรคแปด วรรคเก้า ซึ่งกระผมขอเพิ่มเติมมานั้น เพราะความกังวลของกระผมเอง และความหวาดระแวงของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ท่านประธานคงได้ยินการอภิปราย อย่างต่อเนื่องที่ผ่านมา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความกังวลของกระผมนั้น เหตุที่มีความกังวล เพราะว่าเป็นการนำเสนอร่างที่ไม่ปกติ นำเสนอร่างซึ่งน่าจะขัดกับมาตรา ๒๙๑ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นอนุญาตให้มีการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น ตามบทบัญญัติมาตรา ๒๙๑ ไม่ได้มีการอนุญาตให้มีการร่างใหม่แต่ประการใด แต่เราได้เสนอ กฎหมายฉบับนี้โดยรัฐบาล แทนที่จะให้อำนาจหน้าที่ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจหน้าที่ของ ส.ส. และ ส.ว. กลับให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ สสร. เหมือนกับเรา มอบให้ สสร. มาเป็นตัวแทนช่วงของพวกเราไปร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นนี้คงไม่จบครับ คงจะต้องมีการตีความในอนาคต เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วความหวาดระแวงว่าบรรดา สสร. ที่เข้ามานั้นจะมาเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไร นั่นเป็นความกังวลที่สุด โดยเฉพาะเหตุการณ์ ข้อมูลข้อเท็จจริงหลายประการได้ทำให้มีความกังวลว่า สสร. เหล่านั้นเกิดมามีแนวความคิด หรือเกิดที่จะมาปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศอะไรจะเกิดขึ้น สภาพสังคมไทย เป็นสภาพสังคมที่เป็นอย่างนี้มาเป็นระยะเวลายาวนาน หลายกลุ่มบุคคลที่เคยมีการต่อสู้ ในทางการเมือง แต่วิพากษ์หรือวิเคราะห์สังคมไทยผิด การต่อสู้ดังกล่าวนั้นล้มเหลว โดยเหตุนี้ กระผมจึงเห็นว่าเราควรจะกำหนดจำกัดอำนาจของ สสร. ให้อยู่ในกรอบที่ ไม่กระทบกระเทือนต่อสภาพสังคมไทย อยู่ในกรอบที่ไม่กระทบกระเทือนต่อองค์กร ซึ่งเป็นองค์กรที่ถูกต้องแล้ว และมีการกลั่นกรองแล้ว อยู่ในกรอบของความถูกต้อง ของบ้านเมือง กระผมจึงได้ขอเพิ่มข้อความในวรรคห้า กระผมเพิ่มข้อความว่า การจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนของหมวด ๑ และหมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ หมวด ๑ คืออะไรครับ หมวด ๑ คือบททั่วไป บททั่วไปจะกล่าวถึงการเป็นรัฐของไทย ซึ่งหมวด ๑ ได้ระบุไว้ชัดเจนครับว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ และในมาตรา ๒ ของหมวด ๑ ได้ระบุไว้ว่าประเทศไทยมีการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๒ เรื่องนี้เป็นข้อกังวล ของประชาชนทั้งประเทศ และเป็นข้อกังวลของกระผมเองด้วยเช่นเดียวกัน โดยเหตุนี้กระผม ไม่แน่ใจว่าคนที่จะมาเป็นสมาชิก สสร. นั้น จะเป็นใคร มาจากไหนเราไม่ทราบ กระผม จึงขอให้บรรจุข้อความนี้ไว้กระผมไม่ได้กังวลโดยไม่มีเหตุมีผล ท่านประธานครับ กระผม มีเหตุผลพอสมควรและมีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องกังวลในเรื่องนี้ เกี่ยวกับ ราชอาณาจักรไทยนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ ที่กระผมกังวลตรงนี้ ท่านประธาน คงทราบเหตุการณ์ในจังหวัดภาคใต้ ก็ได้มีการต่อสู้ทั้งเรื่องยาเสพติด ทั้งเรื่องแบ่งแยก ดินแดน และเรื่องความคิดอย่างอื่น ท่านประธานคงได้ยิน และมีผู้มีบทบาทสำคัญ ในบางพรรคการเมืองเสนอแนวความคิดที่จะให้รัฐปัตตานีเป็นรัฐอิสระ และเร็ว ๆ นี้เอง ได้มีท่านผู้หนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นคณะทำงานของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์และจุดพลุออกมาว่าจะนำแนวความคิดยกร่างพระราชบัญญัตินครรัฐปัตตานี ขึ้นมา เมื่อเร็ว ๆ นี้เองครับ แต่เป็นที่น่ายินดีไม่ได้รับการตอบรับจากสังคมและจากประชาชน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวความคิดดังกล่าวนั้นมีบุคคลสำคัญของสภานี้ด้วยครับ กระผมไม่ขอเอ่ยชื่อท่าน แต่นั่นก็คือผู้ที่จุดพลุเสนอความคิดเห็นเรื่อง พ.ร.บ. นครรัฐปัตตานีขึ้นมา กระผมจึงกังวล ในเรื่องนี้ครับ ความกังวลดังกล่าวนั้นจะต้องมีข้อห้ามไม่ให้ สสร. มาคิด มาปฏิบัติ ในส่วน เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์นั้นก็เช่นเดียวกันท่านประธาน ในหมวด ๒ ซึ่งเป็นหมวดว่าด้วย พระมหากษัตริย์ ในหมวดนี้จะพูดถึง จะบัญญัติถึงเรื่องพระมหากษัตริย์ องค์รัชทายาท องคมนตรีและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ท่านประธานครับ ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ยุคปัจจุบันนี้ได้มีการหมิ่นเบื้องสูงมาก กระผมได้ฟังจากผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ในภาคเหนือ ท่านบอกผมว่าไม่เคยมียุคสมัยใดเลยที่มีการหมิ่นเบื้องสูงเท่ากับยุคนี้ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏก็คือมีเว็บหมิ่นมากมาย และขณะเดียวกันกระผมยังกังวลต่อครับ มีอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งอยู่ต่างประเทศ มีคดีเกี่ยวกับมาตรา ๑๑๒ อัยการสั่งไม่ฟ้อง แล้วขณะเดียวกันครับท่านประธาน และมีคดีอีกหลายคดีประมาณ ๓๐ คดีที่เกี่ยวกับ การหมิ่นเบื้องสูง อยู่ในการดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ แล้วกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ระบุว่าความผิดตามมาตรา ๑๑๒ นั้น เป็นความผิดที่เกิดมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ท่านประธานครับ แต่ขณะเดียวกันทางกรมราชทัณฑ์กลับไม่ได้มองว่าความผิดดังกล่าวนั้น เป็นความผิดที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองจึงไม่เอานักโทษในกรณีผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ไปขังไว้ในเรือนจำพิเศษของกรมราชทัณฑ์แต่ขังไว้ในเรือนจำปกติ จนมีเหตุที่ทำให้นักโทษบางท่านรับสารภาพ เพราะต้องการที่จะให้คดีถึงที่สุดเพื่อมารับ พระราชทานอภัยโทษ กระผมกังวลในส่วนนี้ครับจึงได้ขอเพิ่มข้อความดังกล่าวนั้นเข้ามา
ในวรรคหก ท่านประธานครับ กระผมได้เพิ่มข้อความว่าการจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่มีผลกระทบต่อองค์กรอิสระ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๕๐ เป็น องค์กรหลายองค์กรที่เริ่มเกิดขึ้นเมื่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ องค์กรเหล่านั้นเป็นองค์กรที่ ตรวจสอบอำนาจรัฐและเป็นองค์กรที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านประธานครับ ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้มากเท่ากับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ องค์กรดังกล่าวนั้น เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๙ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามมาตรา ๒๔๔ คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ตามมาตรา ๒๕๐ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินตามมาตรา ๒๕๓ ส่วนองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ คือองค์กรอัยการ ตามมาตรา ๒๕๕ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามมาตรา ๒๕๖ และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ องค์กรเหล่านี้เป็นองค์กรที่มีประโยชน์โดยการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเป็นองค์กรที่เป็นหลักประกันในด้านการดูแลสิทธิเสรีภาพของประชาชนและความมั่นคง ของรัฐ กระผมจึงเห็นว่าถ้าเราเขียนข้อห้ามไม่ให้ สสร. ที่จะมาใหม่นั้น มาเปลี่ยนแปลงหรือ ทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลกระทบต่อองค์กรทั้งหลายเหล่านั้นก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง
ในวรรคเจ็ด ท่านประธานครับ กระผมขอเพิ่มข้อความว่า การจัดทำ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นการจัดทำเพื่อแก้โทษ หรือเพื่อการนิรโทษกรรมบุคคลใด ๆ ซึ่งมีความผิดไม่ว่าคดีดังกล่าวอยู่ในกระบวนพิจารณา คดีในชั้นใด ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหลายที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้น อาจารย์กฎหมายเคยสอนผมว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการใช้กฎหมายแก้ปัญหา ถ้าสมมุติว่า ได้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อแก้โทษหรือนิรโทษกรรมบุคคลใด ๆ ซึ่งคดีอยู่ระหว่าง กระบวนการพิจารณาหรือคดีตัดสินไปแล้วนั้น กระผมมีคำถามและเป็นคำถามที่จะต้อง ฝากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ สมมุติมีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแก้โทษหรือเพื่อ นิรโทษกรรมบุคคลใด ๆ แล้ว ท่านคิดอย่างไร ท่านประธานครับ สมมุติมีการนิรโทษกรรม บุคคลที่ไปบุกสนามบินสุวรรณภูมิ ขอประทานโทษ กลุ่มบุคคลเสื้อเหลือง สมมุติมีการนิรโทษกรรม กลุ่มบุคคลที่ยึดทำเนียบรัฐบาล