วิรัช ร่มเย็น อธิบายถึงข้อบังคับในการจัดทำรัฐธรรมนูญ โดยเสนอการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยขอให้เพิ่มระยะเวลาการเตรียมร่างรัฐธรรมนูญให้ยาวขึ้น และเพิ่มวรรคที่ระบุว่า รัฐธรรมนูญที่มีผล จะไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์
ท่านประธานครับ ร่างของ ครม. คือร่าง รัฐบาลที่ส่งเข้ามาที่สภา รัฐสภาเห็นชอบไปให้คณะกรรมาธิการดำเนินการเป็นอย่างนี้ครับ มาตรา ๒๙๑/๑๑
วรรคหนึ่ง สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ภายในกำหนดเวลา ๑๘๐ วัน แปลว่า ๖ เดือน นับแต่วันถัดจากวันประชุม สภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก
วรรคสอง ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญนั้น สภาร่างรัฐธรรมนูญ อาจนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งที่เห็นว่ามีความเป็นประชาธิปไตยสูง มาเป็นต้นแบบ ในการยกร่างก็ได้
วรรคสามบอกว่า การที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือมีการยุบ สภาผู้แทนราษฎรไม่เป็นเหตุกระทบกระเทือนการปฏิบัติหน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามวรรคหนึ่ง
วรรคสี่ ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญสภาร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนในทั่วทุกภูมิภาคด้วย
วรรคห้า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะกระทำมิได้
วรรคหกสุดท้าย ในกรณีที่รัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะ ตามวรรคห้าให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไป
นี่คือร่างของ ครม. ที่ส่งเข้ามาที่สภาแห่งนี้ และสภาเห็นชอบส่งไปให้ คณะกรรมาธิการพิจารณา คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วมีการถกเถียง มีการเสนอแนะ มีการเสนอให้ตัด มีการเสนอให้เพิ่ม แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วย เห็นด้วย ในบางประเด็น ซึ่งผมจะกราบเรียนต่อไปนี้ และหลายประเด็นไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ มาตรา ๒๙๑/๑๑ ร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก บอกว่า วรรคหนึ่ง สภาร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ตรงนี้มีการเปลี่ยนแปลง แต่กว่า จะเปลี่ยนแปลงได้ก็ต้องมีการอภิปรายกันยืดยาวหลายชั่วโมง ท่านประธานครับ ภายใน กำหนดเวลาร่างรัฐบาลบอก ๑๘๐ วัน ๖ เดือน แต่กรรมาธิการทนกระแสไม่ไหวหมายถึง เสียงข้างมากก็แก้เป็นว่า ภายในกำหนด ๒๔๐ วัน ขยับขึ้นเป็นอีก ๒ เดือน เป็น ๘ เดือน นับแต่วันถัดจากวันประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก วรรคสอง เพื่อให้ท่านประธาน ได้ชื่นใจสักเล็กน้อย เหมือนร่างรัฐบาล เห็นไหมครับ ผมก็เอาใจท่านได้ วรรคสาม เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง วรรคสี่ เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ท่านประธานครับ วรรคห้า ต้องขออนุญาตขยายความครับ วรรคห้า ร่างเดิมบอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผล เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ เดิมเป็นอย่างนี้ ถกเถียงกันหลายชั่วโมง ข้ามวันด้วย ท่านประธานครับ กว่าที่กรรมาธิการเสียงข้างมากจะยอมรับความเห็น จริง ๆ ก็เป็น ความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เน้นเสียงข้างน้อยเป็นส่วนใหญ่ เพราะปกติแล้ว อย่างที่หลายท่านอภิปรายมา กรรมาธิการเสียงข้างมากจะเรียกว่ารับโพยหรืออะไรก็ตามแต่ มาจากคนที่เข้าห้องประชุม รับมาแล้วต้องเป็นอย่างนี้ ๆ นะ แล้วผมเรียนท่านประธานหลายครั้ง ในหลายโอกาสที่ผมมีโอกาสอภิปรายแปรญัตติ หลายครั้งมีการพักประชุมเพื่อต้อง ปรึกษาหารือ หลายครั้งวันนี้ตั้งต้นอย่างนี้ พอวันรุ่งขึ้นกลับไปนอนคิด ๑ คืน มีการส่ง โทรสาร โทรศัพท์กัน หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ก็เป็นได้ แล้วเป็นไปแล้ว ท่านประธานครับ ร่างรัฐธรรมนูญที่ผมกล่าวในวรรคห้าเมื่อครู่มีแค่นั้นละครับ แต่หลังจาก มีการอภิปรายด้วยเหตุด้วยผล ปรากฏว่ากว่าที่จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างที่ผมบอก เพิ่มเติมมาครับ กรรมาธิการเสียงข้างมากเพิ่มเติมมาอย่างนี้ครับ หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ นี่สุดท้าย ของเดิม ต่อเติมมาว่า หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ จะกระทำมิได้ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เราบอกด้วยซ้ำไปครับ เสียงข้างน้อยหลายท่านบอกว่า ใส่ไปเลยสิ บอกว่าห้ามเปลี่ยนแปลงในหมวด ๒ ใส่ไปให้กระชับ ให้ชัดไหม ไม่ได้ เสียงข้างมาก บอกหมวด ๒ ไม่ต้องใส่ ผมกราบเรียนครับที่บอกว่า หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติ ในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์จะกระทำมิได้ ขอขยายความครับท่านประธาน ผมไม่เยิ่นเย้อครับ หมวด ๒ ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าไม่ยกตัวอย่าง ไม่เห็นภาพ ผมไม่ยกตัวอย่างที่เกินเลยครับ เอาให้เห็นเป็นประจักษ์ เห็นใจ พี่น้องเจ้าของอำนาจที่อยู่ทางบ้าน ซึ่งติดตามการอภิปรายกันอยู่ หมวด ๒ พระมหากษัตริย์ ที่บอกว่า อย่าขยับนะ อย่าเปลี่ยนแปลงนะ เพราะอะไรครับ เพราะก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่ กรรมาธิการชุดนี้จะดำเนินการจะมีการเริ่มประชุมกันก็มีข่าวว่าจะเปลี่ยนตรงนั้น จะโยกตรงนี้ จะเปลี่ยนแปลงตรงนี้ เราก็เลยเป็นห่วง แล้วถกกันยาวนานมากเรื่องนี้ ท่านประธานครับ นี่คือตัวอย่างที่บอกว่าท่าน สสร. ทั้งหลาย ซึ่งเข้าใจว่าขณะนี้ก็กำลังรับฟังอยู่ ต้องให้ ความสนใจตรงนี้นะ เจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการชุดนี้และเข้าใจว่าเจตนารมณ์ ของรัฐสภาแห่งนี้เห็นเป็นอย่างนี้ครับว่า ในหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ มาตรา ๘ องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ วรรคสองบอก ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ที่ผม ยกตัวอย่างขึ้นมาเพื่อให้เห็นชัดว่าเรื่องอย่างนี้รัฐธรรมนูญทุกฉบับได้บัญญัติไว้ แล้วสภาชุดนี้ กรรมาธิการชุดนี้ก็ยังยืนยัน ท่านประธานครับ มาตรา ๙ ผมยกตัวอย่างไม่มากครับ ท่านประธาน เอาเท่าที่จำเป็น ท่านประธานเชื่อใจเถอะครับ มาตรา ๙ พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ไม่ต้องอธิบายนะ เป็นที่เข้าใจในหัวใจ คนไทยทุกคน มาตรา ๑๐ พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย มาตรา ๑๑ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาฐานันดรศักดิ์ และพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มาตรา ๑๒ พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรี ๑ คน และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน ๑๘ คน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี วรรคสอง คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษาและมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้ ตรงนี้ท่านว่า สสร. ทั้งหลายที่ท่านฟังอยู่นั้นต้องรับฟังด้วยความตั้งใจ มาตรา ๑๓ สุดท้ายแล้ว ท่านประธาน การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ตรงนี้คนไทยทุกท่านทุกคนต้องใส่ใจ วรรคสองบอก ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรี หรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง วรรคสุดท้ายแล้วครับท่านประธาน วรรคสาม ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่น หรือให้ องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง ผมอ่านเท่านี้ละครับ ที่ผมอ่านมาถึงมาตรานี้ เพื่อจะบอก ท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติที่เคารพว่า หมวดนี้ว่าด้วยพระมหากษัตริย์และเกี่ยวข้องกับ องคมนตรีด้วย ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะมีข่าวก่อนหน้านี้เมื่อหลายเดือนก่อน เป็นปีแล้วก็ว่าได้ ในเรื่องขององคมนตรี เพราะฉะนั้นผมนำเรียนให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้รับทราบเพื่อให้ทุกท่าน ได้ทราบว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่พิจารณาอยู่ บัญญัติไว้อย่างนี้ จริง ๆ ต้องการมากกว่านี้ แต่เสียงข้างมากไม่เห็นด้วย แต่ผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมมีสิทธิ แปรญัตติและสงวนไว้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า เมื่อครู่นั้นคือร่างของกรรมาธิการ เสียงข้างมาก แต่สำหรับร่างของกระผม เรียกว่าร่างวิรัช ร่มเย็น ก็ได้ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน วรรคห้าบอกไปแล้ว ผมเพิ่มเติมครับ จริง ๆ แล้ว มี ๖ วรรค ผมเอาวรรคหกไปเป็นวรรคแปด แล้วผมร่างใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็นสิทธิ ส่วนกรรมาธิการเสียงข้างมากจะไม่เห็นด้วย จะไม่เห็นคุณค่า จะไม่เห็นคุณภาพ ไม่เป็นไร ท่านประธานครับ ผมนำเสนอครับ ผมแปรญัตติเพิ่มเติมนอกจากข้างต้นที่ผมได้กล่าวไว้แล้ว ผมยังไม่ได้ให้เหตุผลว่าผมแปรญัตติว่าอย่างไร ขออนุญาตท่านประธานครับ เมื่อครู่ผมอ่านร่าง ของเสียงข้างมาก เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาให้เหมือนกับทุกครั้งที่ผมอภิปรายให้พี่น้องประชาชน ผู้มีอำนาจทางบ้านได้ติดตามอย่างเข้าใจ ผมขออนุญาตครับ ร่างของวิรัช ร่มเย็น ผู้แปรญัตติ เป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน มาตรา ๒๙๑/๑๑ จริง ๆ ผมแปรญัตติเรื่องอื่นด้วย เพราะฉะนั้นในเอกสารที่อยู่หน้าท่านประธาน ผมก็จะลบเครื่องหมายคำว่า ๑๑ แล้วก็ไป เขียนคำว่า ๙ แต่เอาเถอะครับเรื่องนั้นพ่ายแพ้ไปแล้ว ไม่เป็นไร มาตรา ๒๙๑/๑๑ ร่างของผม บอกว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ท่านประธานครับ ครม. บอก ๑๘๐ วัน ๖ เดือน กรรมาธิการเสียงข้างมากบอกขอขยับเป็น ๒๔๐ วัน คือ ๘ เดือน ผมเห็นว่าถ้าจะขยับทั้งทีเอาให้มันมีความรู้สึกว่าเขาได้ทำงาน อย่างสะดวก อย่างตั้งใจ เหตุผลเดียวกับท่านนิพนธ์ละครับ ท่านประธานครับ เรากำหนดไว้ ๑ ปีครับ ผมบอกว่าภายในกำหนด ๓๖๐ วันนับแต่วันถัดจากวันประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งแรก ท่านประธานครับ ต่างกันตรงไหนครับ ผมเรียนว่า ๖ เดือน ขยับมา ๘ เดือน สำหรับกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วผมบอกว่าถ้าอย่างนั้น ๑ ปีเลย ถ้าสภาร่างรัฐธรรมนูญ สสร. เขามีความขยันขันแข็ง เขาทำงานอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เขาทำเสร็จก่อน ที่กำหนดไว้ ๑๘๐ วัน ถ้าเขาแน่จริง เก่งจริง ทำอย่างพิถีพิถัน เขาสามารถ อาจจะทำได้ครับ ก่อนหน้า ๑๘๐ วันก็ได้ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากบอกเอา ๒๔๐ วัน ผม วิรัช ร่มเย็น บอกถ้าอย่างนั้น เอา ๓๖๐ วัน ๑๒ เดือนเลย ๑ ปีเลย ให้โอกาสเขา ทำไมต้องให้โอกาสอย่างนั้นท่านประธาน ผมนำเรียนท่านประธาน ถ้าเราจะไปดูการร่างรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้รวมทั้งเรื่องการทำงาน ของ สสร. ที่ผ่านมา ก่อนที่เขาจะมีการประชุมกันเขาก็ทำงานแบบสภาเรานี่ละครับ ท่านประธาน แบบรัฐสภานี่ละ ตั้งกรรมาธิการ ตั้งอนุกรรมาธิการ ไปศึกษาดูงาน ไปศึกษา เหตุผล เข้าไปแต่ละพื้นที่ ท่านประธานอย่าลืมนะครับ ที่เขาเขียนไว้ชัดเจน เขาบอกว่า วรรคสี่ ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนในทั่วทุกภูมิภาคด้วยครับ ทุกภูมิภาคนะ ไม่ใช่ทุกจังหวัด หมายถึงทุกจังหวัด แต่ไม่ใช่เฉพาะภาค ทุกภูมิภาค เพราะฉะนั้นเวลาที่บอก ๑๘๐ วัน วันนี้ตกไปแล้ว เสียงข้างมาก บอก ๒๔๐ วัน ผมบอกว่าถ้าอย่างนั้น ๑ ปีเลย ๓๖๐ วัน ทุกภูมิภาคมันจะได้ถ้วนทั่ว เราคาดหวังกันใช่ไหมท่านประธาน ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะอยู่ยงคงกระพัน อนาคต จะเป็นจริงหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ปัจจุบันนี้ทุกหัวใจทุกดวงใจบอกว่าต้องให้อยู่ยงคงกระพัน ไม่ให้เหมือนกับรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ไม่ได้บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับอื่นไม่ดีนะ ดี ทุกฉบับละครับ ผมคิดว่าคนร่างก็ร่างมาอย่างดี ผมนำเรียนท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลของผมในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหนึ่ง ผมเฉลยไปแล้วนะครับ ผมบอกเมื่อครู่ครับท่านประธานว่าผมแปรญัตติเพิ่มไปจาก เสียงข้างมาก เสนอแล้ว ท่านประธานคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอประทานอภัยทราบ กันดี ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านสามารถ แก้วมีชัย ขอประทานอภัยต้องเอ่ยนาม ท่านประธานครับ ท่านก็บอกว่าเอาละใครจะเสนอแปรญัตติที่แตกต่างไปจากกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ช่วยไปเสนอที่สภาใหญ่ ผมก็มาเสนอไปที่สภาใหญ่ รวมทั้งเพื่อนกรรมาธิการ ก็มาเสนอ แต่หลายครั้ง ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ท่านก็ไม่ค่อยจะให้ โอกาสครับ พอไปที่กรรมาธิการเขาบอกให้มาพูดในนี้ พอไปพูดในนี้ ในนี้ก็บอกเอาคุณจะพูด เฉพาะที่แปรญัตติสิ ไม่ต้องเอาเหตุผลเลยหรือครับ นี่ผมเผื่อแผ่ไปยังเพื่อน ๆ อีกหลายคน ซึ่งบางฉบับหลังจากนี้จะเป็นฉบับที่ยาว ผมเรียนท่านประธานไว้ก่อนอย่าตกใจนะ ของผมนี่ พ็อกเก็ตบุ๊คนะท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติเพิ่มเติม แต่กรรมาธิการ เสียงข้างมากไม่เห็นชอบ ไม่เห็นด้วย ผมบอกว่าวรรคหกผมขออนุญาตว่าร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงอำนาจศาลตามหมวด ๑๐ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ตามหมวด ๑๑ อันมีผลให้ศาลและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมีอำนาจลดลงจะกระทำมิได้ ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติอย่างนี้ เพราะก่อนหน้านี้และก่อนหน้าวันนั้นก็มีข่าวว่า สมาชิกรัฐสภาบางท่านคิดวิธีการ หลายท่านไปออกทางโทรทัศน์ เห็นชัดเป็นประจักษ์ บางท่านไปออกโทรทัศน์แล้ว ไปแสดงความคิดเห็นต่อหน้ามหาประชาชนแล้ว เป็นกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยท่านประธาน แต่ไม่ค่อยจะพูดจาแสดงความคิดเห็นอะไร ท่านประธานครับ ผมไม่เอ่ยชื่อเพื่อสงวนเวลาจะได้ไม่ต้องประท้วง หมวด ๑๐ ผมขยายความครับ อยู่ในวรรคหกนี่ครับ หมวด ๑๐ ท่านประธานครับ ว่าด้วยศาล ศาล คือศาลรัฐธรรมนูญ และศาลยุติธรรม ถ้าจะเอ่ยให้ถูกกระบวนการก็บอกศาลยุติธรรมและศาลรัฐธรรมนูญ ผมจะ ไม่เยิ่นเย้อครับ ทั้งศาลยุติธรรมและศาลรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญหลาย ๆ ฉบับ ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เขาวางหลักไว้ดีแล้ว เขาเขียนไว้ดีแล้ว บัญญัติไว้ดีแล้ว ประเทศไทย มีความอบอุ่นใจเพราะมีที่พึ่งสุดท้ายในกระบวนการยุติธรรมคือศาล ผมจะไม่เอารายละเอียดล่ะว่า เกิดเรื่องอะไรที่ไหน อย่างไร เอาเป็นว่าอย่าไปแตะต้อง หรืออย่าทำให้อำนาจของศาลลดลงนะ เพราะผมมีเงื่อนไข ถ้าควรจะทำให้ดีขึ้น สมบูรณ์ขึ้น ยิ่งใหญ่ขึ้นแล้วอำนวยความยุติธรรม มากขึ้น ท่านประธานครับ ก็ทำได้ เพราะสุดท้ายผมบอกว่าอันมีผลให้ศาลและองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญมีอำนาจลดลง เมื่อครู่บอกว่า เริ่มด้วยศาล ผมบอกถึงหมวด ๑๑ เพื่อให้ พี่น้องประชาชนเจ้าของอำนาจที่อยู่ทางบ้านได้เข้าใจชัดเจน หลายท่านอาจจะเปิด รัฐธรรมนูญไปด้วย หมวด ๑๑ องค์กรตามรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน ผมคิดว่าเขาร่างไว้ดีแล้ว เหมาะสมแล้ว ถ้าจะปรับปรุงขยับเขยื้อนอะไรก็อย่าให้อำนาจของเขาลดลง ให้ทำในทางที่ สูงส่งดีขึ้น เจริญขึ้น อย่าทำให้ลดลง หมวด ๑๑ องค์กรตามรัฐธรรมนูญประกอบด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ที่หลายคน รังเกียจรังงอนนักหนา ท่านประธานครับ เวลาเขามารายงานประจำปีพูดจากระแนะกระแหน หารู้ไม่ว่าที่ตัวเองมานั่งอยู่ในสภาตอนนี้ทั้งข้างบนข้างล่าง ก็เพราะ กกต. เขาทำตามหน้าที่เขา ท่านประธานครับ นอกจาก กกต. แล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดิน นอกจากผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ป.ป.ช. นั่นเอง เสร็จแล้วคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน ท่านประธาน ผมหมายความว่าถ้า สสร. ในอนาคตหรือว่าที่ สสร. ฟังอยู่ ถ้าท่านจะไปแตะต้อง ไปดำเนินการช่วยกรุณาดำเนินการในส่วนที่ให้ดีขึ้น ให้เจริญขึ้น ให้สมบูรณ์ขึ้น อย่าไปลดอำนาจตามที่ผมได้แปรญัตติไว้ อันมีผลให้ศาลและองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญมีอำนาจลดลง จะกระทำมิได้ ผมใช้คำนี้ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นแล้ว ผมสดับตรับฟังข่าวคราวแล้ว จริง ๆ ในเวลาที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ดำเนินการประชุมกัน มันก็คล้าย ๆ สภาใหญ่นี่ละครับ หามรุ่งหามค่ำเหมือนกัน ตอนเที่ยง ท่านประธานครับ หลายท่านบอกว่าอย่าพูดได้ไหม คำว่า เร่งร้อน เร่งเร้า รีบเร่ง ถ้ามันเป็นความจริง ทำไม จะพูดไม่ได้ท่านประธาน ผมไม่กลัวอะไรอยู่แล้วถ้าเป็นความจริง ท่านประธานสามารถ ก็ท่านมีความสามารถจริง ๆ ละครับ ท่านบอกว่ากินข้าวไปด้วยประชุมไปด้วย ก็ไม่แปลกครับ หลายคณะกรรมาธิการก็ดำเนินการอยู่ ผมแปรญัตติเพิ่มวรรคเจ็ด ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผล เป็นการนิรโทษกรรม พูดถึงนิรโทษกรรมหลายคนก็ขยับกันที เอาอีกแล้วจะกล่าวพาดพิงอีกแล้ว ฟังก่อน ฟังก่อน ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลในการนิรโทษกรรมบุคคล ซึ่งได้กระทำความผิดในคดี ที่มีโทษทางอาญา ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาแล้วจะกระทำมิได้ พออ่านจบก็ อ๋อ ท่านประธานครับ มันมีข่าวจริง ๆ ว่าในระหว่างที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ชุดที่มีท่านสามารถเป็นประธานกำลัง ดำเนินการประชุมอยู่ ก่อนหน้านี้ก็มีคณะกรรมาธิการเหมือนกันครับ เป็นคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ผมพูดเท่านี้สภาแห่งนี้ เข้าใจหมดทั้งข้างล่างข้างบน ก็มีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้าง ความปรองดองแห่งชาติ ผลเป็นอย่างไร ประชุมกันอย่างไร มีการตอบโต้ โต้ตอบกันอย่างไร ท่านประธานทราบดีครับ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติเสร็จเรียบร้อย ส่งเรื่องไปแล้ว กำลังรอ ผมบอก ท่านประธานเลยครับ ที่ต้องแปรญัตติมาตรานี้ วรรคนี้ เพราะผมมั่นใจว่า คำว่า กรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ คงจะมีการออกจะเป็น อะไรก็ตามแต่ครับ บทบัญญัติอะไรที่จะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่