วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะตามวรรคห้า และเรียกร้องให้ไม่ให้ที่ประชุมรัฐสภาเป็นผู้วินิจฉัย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในวรรค สุดท้ายที่ผมได้พยายามเรียกร้องไปยังคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก นั่นคือเรื่องการที่ให้ รัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคห้า ซึ่งวรรคห้าก็คือวรรคที่ว่าด้วย ที่เกี่ยวข้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐ ซึ่งผมกำลังจะย้ำให้กับเพื่อนกรรมาธิการรับรู้ว่าถ้าบังเอิญ ท่านใช้เสียงข้างมากในการโหวตเป็นเหมือนเดิม ผมจึงเรียกร้องให้ท่านกลับไปเพิ่มเติม ในมาตรา ๓ ด้วย เพิ่มใน (๑๙) เพื่อให้อำนาจที่ประชุมรัฐสภาสามารถเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อการวินิจฉัยตามวรรคนี้ แต่ถ้าท่านเปลี่ยนแปลงตามที่ผมแปรญัตติ ท่านก็ไม่ต้องกลับไป แก้ไขในมาตรา ๓ เพราะคำแปรญัตติของผม ผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วยกับการที่ให้ ที่ประชุมรัฐสภามาวินิจฉัยประเด็นนี้ เพราะผมกำลังจะโยงให้เห็นว่าที่ประชุมของรัฐสภาเหมาะสำหรับ และเหมาะอย่างยิ่งในการ วินิจฉัยความต้องการของประชาชน เพราะผมก็พยายามย้ำให้กับเพื่อนสมาชิกและพวกเรา ทุกคนว่าทุกคนมีฐานะเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ยิ่งหลาย ๆ ท่านเป็น ส.ส. เขต ลงไป พบปะพี่น้องประชาชน รับรู้ความต้องการของประชาชน ดังนั้นที่ประชุมแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ ที่เหมาะที่สุดในการวินิจฉัยความต้องการของประชาชน คำถามถามว่ารัฐธรรมนูญทั้งเล่ม ท่านประธานจะให้สมาชิกรัฐสภามาวินิจฉัยว่าขัดหรือมีลักษณะตามวรรคห้า ก็คือว่าด้วย การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดจน การเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐ ผมกล้าพูดนะครับท่านประธาน ตัวผมเองยังอ่านรัฐธรรมนูญ ไม่ครบทุกบรรทัดเลยครับ แล้วผมก็เชื่อว่าเพื่อนสมาชิกน้อยคนมากที่จะอ่านรัฐธรรมนูญ ครบทุกบรรทัด คำถามถามว่าในเมื่อเรายังไม่สามารถอ่านรัฐธรรมนูญครบทุกบรรทัด เราจะ มานั่งวินิจฉัยสิ่งเหล่านี้หรือ ผมถึงคิดว่าบุคคลที่เหมาะสมที่จะต้องมาทำหน้าที่นี้ ซึ่งขณะนี้ ในกลไกได้ถูกสร้างขึ้นในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็คือสิ่งที่เรียกว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานอย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลชุดนี้ตลอดจน เสียงข้างมากบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์แบบที่สุดและมีสิ่งที่เรียกว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ในเมื่อเรามีศาลรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติก็เขียนไว้ชัดเจนว่าศาลรัฐธรรมนูญก็มีหน้าที่ ในการวินิจฉัยสิ่งที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญโดยตรงอยู่แล้ว เราทำไมไม่ให้เกียรติ ศาลรัฐธรรมนูญในเมื่อ สสร. ทำหน้าที่ในการร่าง ยกร่างขึ้นมาใหม่ และประเด็นนี้ตามวรรคห้า สิ่งที่พวกเราหวาดระแวง สิ่งที่พวกเรากังวลใจถ้าเราให้องค์กรที่เป็นองค์กรกลางในการ วินิจฉัย ผมว่าสังคมจะคลายความแคลงใจและคลายความหวาดระแวง แต่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าการใช้ที่ประชุมรัฐสภาเนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้ใช้หลักของ เสียงข้างมาก ซึ่งผมเห็นด้วยครับ คือผมขอทำความเข้าใจกับท่านประธานว่าในเมื่อเสียงข้างมาก มาวินิจฉัยความถูกต้อง ผมต้องย้ำว่าหลายอย่างที่หลายคนสับสนกับคำว่า เสียงข้างมาก กับคำว่า เผด็จการ เสียงข้างมากเวลาวินิจฉัยสิ่งที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวม ระหว่าง ๑ กับ ๒ อันไหนดีกว่ากัน มันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมทั้งคู่ ถ้าเลือก ๑ อันนี้เขาเรียกว่า ประชาธิปไตยเสียงข้างมาก แต่ถ้าวินิจฉัยอะไรก็แล้วแต่ และเรารับรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ ไม่เหมาะสม เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มันเป็นประโยชน์แค่คนบางกลุ่ม แต่ถ้าไปยกมือ ให้สิ่งเหล่านั้นเขาเรียกว่า เผด็จการรัฐสภา ดังนั้นการยกมือของที่ประชุมรัฐสภาคือเสียงข้างมาก มันจึงไม่ถูกต้องเสมอไป ผมจึงอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่านอกจากข้อคิดเห็น ที่ผมเสนอไปยังท่านประธาน เราจะเห็นหนังสือจากองค์กรอิสระองค์กรหนึ่ง คือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งท่านประธานก็เคยดำรงตำแหน่งตรงนี้ เราก็ถือว่าองค์กรนี้ ก็เป็นองค์กรอิสระที่ดูแลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และองค์กรนี้ก็มีหน้าที่ในการดูแล ถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญ ในเมื่อองค์กรนี้ก็มีหนังสือถึงคณะกรรมาธิการแล้ว ข้อเสนอแนะกรรมาธิการ รวมทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยก็จะมีโอกาสได้อ่านด้วยว่า เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะต้องวินิจฉัยว่าสิ่งเหล่านี้ขัดต่อวรรคห้าหรือไม่ ควรจะเสนอให้ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย ในเมื่อองค์กรอิสระก็เสนอมา พวกเราสมาชิกรัฐสภาหลายคน ก็มองว่าเราไม่เชื่อที่ประชุมแห่งนี้ ผมเรียนด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานมันเป็นเรื่องของจิตวิทยาครับ เวลาพวกเราทุกคนเป็นนายโน่นนายนี่ วิธีคิด จะอิสระมาก เขาเรียกเสรีชนคิด ส่วนใหญ่คนธรรมดาคิดมักจะคิดสิ่งนั้นถูกต้องเสมอ แต่เวลา เป็นพรรคการเมืองมีพวกขึ้นมา ที่ต้องโหวต บางครั้งความคิดของตัวเองที่คิดอย่างอิสระ กับคิดภายใต้หลักของมติพรรคมันจึงไม่ไปด้วยกัน มันจึงทำให้พี่ ๆ ของผมหลายท่านที่เป็น คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากความเป็นตัวเองหายไปเลยท่านประธาน ทำให้วิธีคิดในการ ตัดสินใจแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มันจึงดูลุกลี้ลุกลน ผมจึงเรียกร้องว่าในกรณีที่รัฐสภาวินิจฉัยว่า ร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคห้า ให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไป จึงขอแปรญัตติเป็น ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคห้าให้ร่างรัฐธรรมนูญ เป็นอันตกไป สิ่งเหล่านี้จะควรมิควรก็แล้วแต่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้โปรดพิจารณา และสิ่งที่พวกผมเสนอกับพวกท่านเป็นสิ่งที่เสนอด้วยความบริสุทธิ์ใจ พวกผมไม่เคย ได้ประโยชน์ใด ๆ กับสิ่งเหล่านี้ครับ ขอบคุณครับ