ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา โดยระบุว่าควรพิจารณาแนวทางในการอภิปรายและพิจารณารัฐธรรมนูญมาตรา 153 ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายทุกฉบับที่หมดอายุหรือหมดอายุสภา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสนับสนุนกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชนที่มีรายชื่ออย่างน้อย 10,000 ชื่อ และเสนอให้จัดกลุ่มกฎหมายที่ไม่มีข้อขัดแย้งเข้าเป็นกลุ่มเดียวกัน และแยกกลุ่มกฎหมายที่มีข้อขัดแย้งหรือข้อสงสัยออกเป็นกลุ่มแยก
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๑ การให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบและยังดําเนินการ ไม่แล้วเสร็จตามมาตรา ๑๕๓ วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
ผมขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้นะครับ เบื้องต้นผมขออนุญาต ท่านประธานว่าคณะรัฐมนตรีได้เสนอพร้อมกับแนบเอกสารที่เป็นรายชื่อกฎหมาย ๒๔ ฉบับ เข้ามาอยู่ในระเบียบวาระ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมจะกราบเรียนท่านประธาน และผมจะ อภิปรายก็อยู่ในกรอบของ ๒๔ ฉบับนี้เท่านั้นนะครับ เพราะว่าถ้าผมเองจะไปถามถึง กฎหมายที่ค้างอยู่ในระเบียบวาระของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ สมัยที่ผ่านมา ๒๐๐ กว่าฉบับครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าถ้าไปถามถึงเรื่องเหล่านั้นก็น่าจะเป็น การอภิปรายนอกประเด็นไป เราจะไม่แล้วเสร็จละครับ น่าจะเป็นนอกประเด็น จริงอยู่ครับ อาจจะมีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันได้กรณีถ้าใน ๒๔ ฉบับมันมีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพัน ผมขอความกรุณาท่านประธานได้พิจารณาในประเด็นนี้ครับ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีโอกาส อยู่ในสาระของ ๒๔ ฉบับได้เลย นั่นประการแรกสุดครับท่านประธาน
ประการที่ ๒ ในเรื่องของแนวทางการพิจารณา ผมกราบเรียนท่านประธานว่า โดยภาพที่ผ่านมา วิธีปฏิบัติเท่าที่ผ่านมาโดยส่วนใหญ่แล้วก็พิจารณารวมเหมือน ท่านประธานได้กรุณาขอความเห็นจากท่านสมาชิกรัฐสภา มีบางปีที่มีความเห็นต่าง ก็แยกการพิจารณาเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มไหนที่สมาชิกมีความเห็นไม่แตกต่างก็นํามาลงมติรวม แต่ถ้ากลุ่มไหนฉบับใดที่มีความเห็นต่างก็อาจจะแยกไปลงมติไป เพื่อความสะดวก และความรวดเร็วของท่านสมาชิกที่จะใช้เวลา ผมขอหารือท่านประธานแล้วก็ขอกราบเรียน ใน ๒ ประการนี้เป็นเบื้องต้นก่อนท่านประธานครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในกฎหมาย ๒๔ ฉบับที่ท่านรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้นําเสนอพร้อมกับ ให้เหตุผลประกอบ ผมเองต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายเพิ่มเติมในฐานะ ที่มีส่วนร่วมในการพิจารณาเป็นคณะทํางานที่จะพิจารณากลั่นกรองว่าสิ่งที่คณะรัฐมนตรี เสนอเข้ามานะครับ สมาชิกเสนอเข้ามาให้ความเห็นมา ฉบับใดควรที่จะได้รับการร้องขอ จากคณะรัฐมนตรีเพื่อจะให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ ท่านประธานครับ โดยเนื้อใน ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ กฎหมายทุกฉบับตกไปครับ ตกไปครับ เพราะสมัยรัฐสภา หมดอายุไป สมัยสภาหมดอายุไป แต่ว่าสามารถที่จะพิจารณาต่อได้ครับ กรณีถ้า ครม. ร้องขอและรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ต้องบวกกัน ๒ ประการนะครับ ครม. ร้องขอ และรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าแนวทาง การอภิปราย แนวทางการพิจารณานะครับ อยากจะขอท่านประธานว่าถ้าเราจัดกลุ่มง่าย ๆ ของ ๒๔ ฉบับแล้วเป็นแนวทางไว้ จะทําให้ท่านสมาชิกได้มีโอกาสได้พิจารณาในประเด็น ที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้องค่อนข้างง่าย ท่านประธานครับ ส่วนตัวผมเองผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมใช้แนวทาง ๓ แนวทางครับ
แนวทางที่ ๑ กฎหมายที่ถูกร้องขอมาจาก ครม. ที่ผมคิดว่าสมาชิกรัฐสภา แห่งนี้สมควรให้การสนับสนุนที่จะให้ความเห็นชอบพิจารณาต่อไปได้ กลุ่มแรกสุดคือ กลุ่มที่ถูกเสนอโดยภาคประชาชนที่เขาเข้าชื่อเสนอกฎหมายไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ ชื่อ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ใน ๒๔ ฉบับนะครับ อยู่ในวาระรอการพิจารณาในวาระแรก ๗ ฉบับ ผ่านการพิจารณาไปแล้ว ๒ ฉบับ อยู่ในชั้น ของกรรมาธิการ รวมทั้งหมด ๙ ฉบับครับ ๙ ฉบับตรงนี้ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ทุกท่านจะได้ให้ความเห็นชอบว่าถ้าเป็นกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชน ๙ ฉบับ เราเห็นพ้องต้องกันว่าไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ก็เร็วขึ้นครับ ๙ ฉบับ มีตั้งแต่ ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๑๗ ในเอกสาร ขออนุญาตอ้างอิงตัวเลขนะครับ เพราะชื่อมันยาว ฉบับที่ ๑๙ ฉบับที่ ๒๐ ฉบับที่ ๒๑ ฉบับที่ ๒๒ ฉบับที่ ๒๓ และฉบับที่ ๒๔ เป็นกฎหมายที่ถูกเสนอ โดยภาคประชาชน เราเอากระบวนการวิธีการเสนอกฎหมายเป็นหลักในการพิจารณาครับ เนื้อหาสาระดูเป็นบางส่วนเท่านั้นเอง แต่ว่าเท่าที่เสนอมาและค้างอยู่ในสภาทั้งหมด ในสมัยที่ผ่านมา ๙ ฉบับ เราให้ความเห็นว่า ครม. ควรจะให้ความเห็นที่จะขอมาทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เราให้เกียรติของเจ้าของอํานาจอธิปไตยที่แท้จริง คือพี่น้องประชาชน ซึ่งมีกระบวนการการเสนอกฎหมายที่ยุ่งยากมาก ซึ่งยุ่งยากมากครับ กว่าที่จะรวบรวมรายชื่อได้ กว่าที่จะตรวจสอบรายชื่อ พอถึงสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้วใช้เวลา ไม่น้อยกว่า เฉพาะตรวจสอบรายชื่อนะครับ ๓ เดือน กว่าจะเสนอกฎหมายได้ ๑ ปีครับ เพราะฉะนั้นถึงแม้จะรออยู่ในวาระพิจารณาในวาระแรก ถ้าปล่อยให้กฎหมายตกไป ก็เข้าไปสู่กระบวนการใหม่ กว่าที่ภาคประชาชนจะมีโอกาสได้เสนอกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้อง ใช้เวลา ใช้งบประมาณ ใช้สรรพกําลังหลาย ๆ อย่าง ซึ่งถ้าปล่อยให้ตกไป ผมเชื่อว่ามันเป็น การลิดรอนอํานาจของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ๙ ฉบับแรก กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ผมคิดว่าน่าจะไม่เป็นประเด็นในการที่จะพิจารณาในชั้นของรัฐสภาของเรา
กลุ่มที่ ๒ ท่านประธานครับ เป็นกลุ่มกฎหมายที่ถูกเสนอโดยคณะรัฐมนตรี ที่ผ่านความเห็นชอบของหน่วยงานแล้วสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เนื้อหาสาระไม่มี ข้อขัดแย้ง ไม่เป็นประเด็นที่จะทําให้เกิดความแตกแยกในสังคม กฎหมายหลายฉบับ เป็นเรื่องดีครับ แต่ว่าสาระเมื่อพิจารณาแล้วมีความเห็นต่างค่อนข้างมาก ตรงนั้นเองครับ ผมเห็น ครม. ส่งมาจะไม่มีกฎหมายกลุ่มพวกนั้น เพราะฉะนั้นกลุ่มที่ ๒ ถ้าจัดกลุ่มอย่างนี้ ผมก็คิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของเราก็จะให้ความเห็นได้ง่าย ให้ความเห็นในกลุ่มนี้นะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น ในฉบับที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ ครม. เสนอเข้ามา กฎหมายฉบับนี้ขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาครับ ใกล้เสร็จครับ ครม. เสนอ เป็นกฎหมายแก้ไขปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม ตรงนี้สาระสอดคล้องเป็นความต้องการ แล้วสอดคล้องกับนโยบาย นี่คือยกตัวอย่างท่านประธานครับ เป็นกลุ่มที่ ๒
กลุ่มที่ ๓ เป็นกลุ่มที่เราให้ความเห็นที่ผ่านองค์กรรัฐอิสระ หรือองค์กร ตามรัฐธรรมนูญที่เขาเสนอกฎหมายเข้ามา เราให้เกียรติ ให้โอกาสเขา ในฐานะที่เขาเป็น ผู้ได้รับโอกาสให้เสนอกฎหมายได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๙ มาตรา ๑๔๐ นะครับ ท่านประธาน ตรงนี้เองเราก็ให้ความสําคัญ โดยเฉพาะเรื่องการจัดตั้งศาลนะครับ และถ้ากรอบอย่างนี้แล้วผมคิดว่าการพิจารณาน่าจะง่ายและสะดวก และใช้เวลาไม่นาน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ส่วนมติจะลงอย่างไรนั้นก็ขึ้นกับความเห็น ของท่านสมาชิกครับ แต่ความเห็นผมนะครับ เราควรจะจัดกลุ่มฉบับใดที่ไม่มีข้อสงสัย ไม่มีข้อขัดแย้ง เรารวมเป็นอีก ๑ กลุ่มเลย ฉบับใดที่มีข้อสงสัย มีข้อทักท้วงมากใน ๒๔ ฉบับ เราก็แยกออกมา อาจจะแยกลงเป็นรายฉบับในกลุ่มนั้นก็ได้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ