รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

เจริญ ภักดีวานิช หารือเรื่องการสนับสนุนรัฐบาลในการเปิดเสรีการค้าระหว่างไทยกับเปรู โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการลดภาษีและการเปิดเสรีการค้า และเสนอแผนการขนส่งสินค้าเกษตรไปยังประเทศเปรู พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการเพิ่มสายการเดินเรือและวางแผนการกระจายสินค้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออก

นายเจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา พัทลุง

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนรัฐบาลในการทําพิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ สาธารณรัฐเปรูเพื่อเร่งเปิดเสรีการค้าและอํานวยความสะดวกทางการค้า ด้วยเหตุผลอยู่ ๓-๔ ประเด็น ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะอ่านเอกสารหลักใหญ่อยู่ ๓-๔ ข้อ

ประการแรก ก็คือเจตนาของคู่การค้า ทั้ง ๒ ประเทศพยายามที่จะลดภาษี การค้าระหว่างคู่ภาคีเพิ่มขึ้น

ประการที่ ๒ ทั้ง ๒ ประเทศต้องการเห็นความก้าวหน้าในการเจรจาด้าน การค้าระหว่างคู่ภาคี

ประการที่ ๓ ทั้ง ๒ ประเทศต้องการเร่งเปิดเสรีการค้าระหว่างคู่ภาคี

เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีก็แจ้งต่อสมาชิกรัฐสภาว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของสินค้า อาจจะลดหรือยกเลิกภาษี ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าอาจจะยกเลิกภาษีหรือเป็น ๐ อีก ๕ ปีข้างหน้า นี่คือรัฐมนตรีได้กราบเรียนท่านสมาชิกรัฐสภาให้ทราบ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเราเองมีความจําเป็นต้องหาตลาดรองในการที่จะส่งสินค้า เนื่องจาก ตลาดหลักของเราค่อนข้างมีปัญหา ซึ่งผมจะกราบเรียนท่านประธานครับ

ในปี ๒๕๕๔ นั้นเราตั้งเป้าว่าเราจะส่งสินค้าไปต่างประเทศเติบโตประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านยูเอส (US) หรือ ๖ ล้านล้านบาท แต่เนื่องจากว่า ประเทศหลักนั้นหลายประเทศมีปัญหา ไม่ว่าญี่ปุ่นก็ตาม ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ประมาณ ๒๑,๐๐๐ ล้านยูเอส อเมริกาประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านยูเอส อียู (EU) ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านยูเอสเหมือนกัน ๓ กลุ่มนี้มีปัญหา ท่านประธานจะติดตามข่าว อียูเองก็มี ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจกระทบจากเศรษฐกิจ อเมริกาก็มีปัญหา ญี่ปุ่นก็มีปัญหาเศรษฐกิจตามที่ รัฐมนตรีกราบเรียน มีเพียงจีนประเทศเดียวเท่านั้นที่ค่อนข้างมั่นคง เราตั้งเป้าไว้ประมาณ ๒๔๕,๐๐๐ ล้านยูเอส เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ รัฐบาลเองจําเป็นต้องเร่งไปสู่ตลาด อเมริกาใต้ ตลาดแอฟริกา หรือตลาดตะวันออกกลาง สําหรับอเมริกาใต้ ๑๐ เดือนที่ผ่านมา ท่านประธานครับ เราสามารถส่งสินค้าไปได้ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านยูเอส ใน ๔-๕ ประเทศ ก็คือ เปรู ชิลี แล้วก็โบลิเวีย เอกวาดอร์ ๔ ประเทศนี้เราสามารถส่งไปได้ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านยูเอส จะเห็นได้ว่ามีโอกาสเติบโตอีกมาก แล้วประกอบกับทั้ง ๒ ประเทศ ก็คือ ทั้งเปรู แล้วก็ทั้งไทย ต้องการกระจายสินค้าไปสู่ภูมิภาค เราต้องการยึดฐานเปรูกระจายไปสู่ ชิลี โคลัมเบีย หรือไม่บราซิล ขณะเดียวกันเปรูก็ต้องการกระจายสินค้าจากไทยไปสู่อาเซียน ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ ประเทศจึงมีความจริงใจในการเจรจาร่วมภาคีการค้าด้วยกัน การเปิดเสรีทางการค้าผมมีปัญหาที่จะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีจะได้เข้าไปดูแล

ปัญหาแรกท่านประธานครับ เนื่องจากการขนส่งไกลใช้เวลาประมาณ ๓๖ วัน ถึง ๖๐ วัน เพราะฉะนั้นต้นทุนในการขนส่งค่อนข้างสูงมาก เพราะฉะนั้นสินค้า เกษตรของเราบางรายการเกือบจะส่งไปขายที่นั่นได้ยากมาก เพราะอะไร เพราะว่ามันไกล ค่าใช้จ่ายแพง ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ตู้หนึ่งประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ยูเอสนะครับ ซึ่งมันแพงมาก สายการเดินเรือก็มีแค่ ๖ สายเท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีช่วยดูว่า ๖ สายการเดินเรือนั้นเราจะเพิ่มได้อย่างไร ถ้าเราไม่เพิ่ม โอกาสที่เราจะเพิ่มสินค้าไปขาย ที่เปรูค่อนข้างยาก ท่านประธานครับ ในรอบปี ๒๕๕๓ เราสามารถส่งสินค้ามูลค่าทางสินค้า ไปที่เปรูประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านยูเอส ไปได้ดุลการค้าอยู่ประมาณ ๒๐๓ ล้านยูเอส ซึ่งก็ค่อนข้างมาก และโอกาสเติบโตมาก เพราะว่าเปรูเองก็มีฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง ประเทศเขา ๑๐ กว่าปีแล้วที่อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจเติบโตติดต่อกัน ๑๑ ปี เพราะฉะนั้น ผมคิดว่ารัฐบาลต้องให้ความสําคัญตลาดนี้ ซึ่งจะเป็นตลาดรองที่สําคัญอย่างยิ่งในการที่เรา จะส่งสินค้าไปขาย กระผมมีข้อเสนอกับท่านรัฐมนตรี ๓-๔ ข้อ ต่อไปนี้

ประการแรก ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีต้องวางแผนเรื่องการกระจายสินค้า เพราะว่าตรงนี้ถ้าสินค้าเราไม่มีศูนย์กระจายสินค้าที่เปรูโอกาสที่เรากระจายไปชิลีก็ดี หรือโบลิเวียก็ดีค่อนข้างยาก อยากให้ท่านดูแผนว่าขณะนี้เรามีแผนหรือยังที่จะกระจายสินค้า ถ้าเผื่อท่านรัฐมนตรีจะได้ไปดูแผนการกระจายสินค้า ศูนย์กระจายสินค้าของประเทศจีนนี่ครับ ค่อนข้างดี ถ้าเผื่อท่านไม่เริ่มตัวนี้ โอกาสที่เราจะเพิ่มมูลค่าในการส่งออกค่อนข้างยาก

ประการที่ ๒ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีผ่านทางท่านประธานก็คือ ผมสังเกต และติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โอกาสของผู้ประกอบการระหว่างไทยกับเปรูพบปะกัน มีไม่มากนัก เพราะฉะนั้นถ้าเราพบปะน้อย โอกาสที่นักลงทุนหรือผู้ประกอบการของเปรู จะรู้สินค้าของเราเพิ่มเติมนอกจากรถยนต์ ตู้เย็น สินค้าหลักที่เราส่งปัจจุบันนี้แล้ว โอกาสสินค้าอื่นที่เรามีศักยภาพที่จะไปขายค่อนข้างยาก นอกจากให้พบปะแลกเปลี่ยน ระหว่างผู้ประกอบการทั้ง ๒ ประเทศแล้วก็คือ การจัดงานแสดงสินค้า เท่าที่ผมติดตามดูรู้สึก มีน้อยมากหรือเกือบไม่มี การจัดแสดงสินค้าของไทย ผมดูตัวอย่างที่จัดที่รัสเซียก็ดี หรือที่จีน ค่อนข้างดี เพราะฉะนั้นประเทศเหล่านี้อีก ๑๐ ปี ๕ ปี มีโอกาสเติบโตสูงมาก

ประการที่ ๓ ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางรัฐมนตรี เรื่องของ การขนส่งต้องมีแผนชัดเจน ที่ผมกราบเรียนข้อมูลท่านประธานไปแล้ว

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากกราบเรียนท่านประธานครับ ผมสังเกตและติดตามดูว่า ในความร่วมมือนั้นมีการพูดถึงการท่องเที่ยว แต่นักท่องเที่ยวจากเปรูมาเมืองไทยก็ยังน้อยมาก ปีหนึ่ง ๒,๐๐๐ กว่าคน อยากให้ท่านรัฐมนตรีร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ทําแผน เพราะว่าประชาชนเขาค่อนข้างมีศักยภาพ รายได้เฉลี่ยที่มีฐานะดีค่อนข้างมาก ถ้าเผื่อเราสามารถเพิ่มนักท่องเที่ยวจากเปรูได้ปีหนึ่งจาก ๒,๐๐๐ กว่าคน ๒,๒๐๐ กว่าคน เป็น ๑๐,๐๐๐ คนหรือ ๒๐,๐๐๐ คน ก็จะช่วยทําให้เศรษฐกิจของเราดียิ่งขึ้น ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางรัฐมนตรีเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ขอบคุณมากครับ