ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เสนอความเห็นชอบพิธีสารฉบับที่สอง เพื่อแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย เพื่อเพิ่มการส่งออกตู้เย็นและครองส่วนแบ่งตลาดในอินเดีย โดยพิธีสารฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดภาษีที่ผ่านประเทศที่สามที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร และเพิ่มการส่งออกสินค้าบางประเภท รวมถึงการเจรจาที่ได้มาจากการเจรจาจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สมาชิกรัฐสภา ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอเสนอพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย ให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ดังมีรายละเอียดเรื่องเดิมปรากฏอยู่ในเอกสาร ประกอบการพิจารณา โดยมีสาระสําคัญของพิธีสารฉบับที่สอง สรุปได้ดังนี้
การจัดทําพิธีสารฉบับที่สองเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้ง เขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย เป็นผลสืบเนื่องจากไทยและอินเดียได้เคยลงนามกรอบความตกลง ว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๖ และได้ลงนามพิธีสาร แก้ไขกรอบความตกลงดังกล่าวเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๗ เพื่อจัดทํารายการสินค้าเร่งลดภาษี จํานวน ๘๒ รายการ ครอบคลุมสินค้า เช่น เงาะ มังคุด ทุเรียน ลําไย อาหารทะเลแปรรูป สิ่งของทําด้วยเหล็ก เม็ดพลาสติก กระปุกเกียร์ เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น โดยได้มีการลดภาษีศุลกากรของสินค้าดังกล่าวเป็นร้อยละ ๐ ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นต้นมา อย่างไรก็ดี ภายใต้ข้อบทกฎถิ่นกําเนิดสินค้า ชั่วคราว สําหรับรายการสินค้าเร่งลดภาษีทั้ง ๘๒ รายการ ไม่ได้มีถ้อยคํารับรองการสั่งซื้อ สินค้าที่ออกโดยประเทศที่สามที่มิใช่ภาคี หรือที่เรียกว่า เธิร์ด คันทรี อินวอยซิ่ง (Third Country Invoicing) ทําให้การซื้อขายสินค้าเร่งลดภาษีผ่านประเทศที่สามไม่สามารถได้รับ สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรได้ ผู้นําเข้าจึงต้องเสียภาษีนําเข้าทั่วไปที่อัตราปกติ เพื่อเป็นการ แก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงมีการจัดทําพิธีสารฉบับที่สองนี้ขึ้น ซึ่งเป็นการดําเนินการตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ ที่ให้คณะกรรมการการเจรจาการค้าไทย-อินเดีย ซึ่งมีกระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักดําเนินการจัดทําพิธีสารและจัดทํากรอบการเจรจา ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกรอบการเจรจา ไปเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ และรัฐสภาให้ความเห็นชอบกรอบการเจรจา เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๔
ต่อมาเดือนกันยายน ๒๕๕๔ ไทยและอินเดียได้สรุปผลการเจรจาจัดทําพิธีสาร ฉบับที่สองเพื่อแก้ไขกรอบความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย โดยพิธีสาร ฉบับที่สองมีรายละเอียดครอบคลุมเนื้อหา ๒ ประเด็น ดังนี้
๑. การเพิ่มระเบียบพิธีปฏิบัติให้รองรับการซื้อขายผ่านประเทศที่สาม หรือเธิร์ด คันทรี อินวอยซิ่ง สําหรับสินค้ากลุ่มเร่งลดภาษี แต่จะไม่มีผลย้อนหลังไปก่อนที่ พิธีสารฉบับที่สองจะมีผลบังคับใช้
๒. การเพิ่มรายการสินค้าตู้เย็น ๒ ประตู พิกัด ๘๔๑๘.๑๐ ไว้ในรายการ เร่งลดภาษี โดยไทยและอินเดียจะลดภาษีศุลกากรของสินค้าดังกล่าวเหลือร้อยละ ๐ ณ วันที่พิธีสารฉบับที่สองมีผลใช้บังคับ รายการพิจารณาถิ่นกําเนิดสินค้าจะใช้เกณฑ์ การเปลี่ยนพิกัดศุลกากรระดับ ๖ หลัก ควบคู่กับสัดส่วนมูลค่าเพิ่มในประเทศร้อยละ ๔๐
ทั้งนี้ การเพิ่มระเบียบพิธีปฏิบัติให้รองรับการซื้อขายผ่านประเทศที่สามหรือ เธิร์ด คันทรี อินวอยซิ่ง จะส่งผลให้การซื้อขายสินค้าเร่งลดภาษีผ่านประเทศที่สามนั้นได้รับ สิทธิยกเว้นภาษีศุลกากร โดยเฉพาะการนําเข้าสินค้า วัตถุดิบ หรือชิ้นส่วนจากประเทศอื่น เพื่อนํามาประกอบหรือผลิตเป็นสินค้าสําเร็จรูปในประเทศไทย ทําให้ต้นทุนการนําเข้าสินค้า ถูกลง ส่งผลต่อความได้เปรียบในการแข่งขันในด้านราคาของผู้ประกอบการในประเทศ รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งอื่น ๆ ในตลาดส่งออกของไทย
สําหรับรายการสินค้าตู้เย็น ๒ ประตู พิกัด ๘๔๑๘.๑๐ ปัจจุบันอินเดีย เก็บภาษีนําเข้าทั่วไปในอัตราร้อยละ ๑๐ และไทยเก็บภาษีนําเข้าทั่วไปในอัตราร้อยละ ๓๐ ทั้งนี้ การเพิ่มรายการสินค้าดังกล่าวไว้ในรายการเร่งลดภาษีจะส่งผลให้ไทย-อินเดีย สามารถ ลดภาษีศุลกากรสินค้าดังกล่าวเป็นร้อยละ ๐ ทันทีที่พิธีสารฉบับที่สองนั้นมีผลบังคับใช้
เมื่อพิจารณาตลาดสินค้าตู้เย็นในอินเดีย จะพบว่ามีปริมาณความต้องการ สูงมากและมีกําลังซื้อมหาศาล การดําเนินการลดภาษีศุลกากรสินค้าดังกล่าวนั้น จะทําให้ ไทยได้รับประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น เป็นเครื่องมือที่จะผลักดันให้ไทยสามารถขยายการส่งออก สินค้าตู้เย็นสู่อินเดีย และสามารถที่จะครองส่วนแบ่งตลาดในอินเดียมากขึ้น รวมทั้งได้เปรียบ คู่แข่งจากประเทศอื่น ๆ
เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ซึ่งกําหนดให้หนังสือใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรือ งบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ จะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา กระผม จึงขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบพิธีสารฉบับที่สอง เพื่อแก้ไขกรอบ ความตกลงว่าด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย ที่นําเสนอนี้ ขอบคุณครับ