รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

เจะอามิง โตะตาหยง พูดถึงปัญหาการร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณาของรัฐสภา โดยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่หยิบยกกฎหมายเพียง 24 ฉบับจาก 293 ฉบับที่ค้างการพิจารณา และไม่พิจารณากฎหมายที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ เช่น พระราชบัญญัติอาหารฮาลาลและพระราชบัญญัติว่าด้วยซะกาต

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้อ่านเรื่องการขอความเห็นเกี่ยวกับ การร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณาของรัฐสภา กระผมขออนุญาตท่านประธาน อันดับแรก คือหดหู่ใจและผิดหวังกับรัฐบาลที่ได้หยิบยกกฎหมายที่ได้ค้าง ๒๙๓ ฉบับในสมัยรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์มาบรรจุไว้ในระเบียบวาระเพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาวันนี้เพียง ๒๔ ฉบับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านคงจะทราบครับว่าการทํากฎหมายกระบวนการการทํา กฎหมาย ๑. ต้องผ่านคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาใช้ระยะเวลาเท่าไร ใช้งบประมาณ ของรัฐไปเท่าไร ๒๙๓ ฉบับที่รัฐบาลไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาทําให้รัฐสูญเสียงบประมาณ ไปอีกจํานวนเท่าไร วันนี้ต้องกลับมาพิจารณาใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้รัฐบาล ยืนยันแค่ ๒๔ ฉบับ ถามว่ากฎหมายอีก ๒๙๓ ฉบับนี้รัฐบาลก่อนหน้านี้ที่ได้ทําไว้มันไม่มี ความหมายอะไรเลยหรือ หรือว่าเป็นเพราะกฎหมายที่ทํามาโดยมือของรัฐบาลของ พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ รัฐบาลนี้ถึงไม่หยิบยกขึ้นมาพิจารณา สิ่งเหล่านี้ครับที่เราเป็นสมาชิกในฐานะสมาชิกรัฐสภามีความหดหู่ใจและละเหี่ยใจกับ ความคิด ถ้าใช้ความคิดในกรอบความคิดของตัวเองไปวางกรอบในการวางนโยบายในการที่ จะนํากฎหมายให้เป็นไปตามทิศทางของตัวเอง กระผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่า กฎหมายทั้งหมดนี่ในการร่างกฎหมายถ้าผ่านกระบวนการของคณะกรรมาธิการจะมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสัดส่วนของพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาล ก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรอยู่ในสภานี้ละครับ ช่วยกันพิจารณา บางส่วนก็ต้องผ่านจากการขอความคิดเห็นจาก ภาคประชาชน ใช้กระบวนการในการไปทําประชาพิจารณ์ ไปพูดคุยในพื้นที่ในภาคประชาชน ใช้งบประมาณไปเท่าไร วันนี้รัฐบาลถ้ากลับไปทําลายงบประมาณที่ได้ทําไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แล้วก็ต้องขึ้นมาพิจารณาใหม่อีก เพียงแต่ว่าต้องการว่ากฎหมายที่จะผ่านคือต้องผ่านในมือ ของตัวเองและตัวเองเป็นผู้เสนอ อันนี้กรอบความคิดที่สมาชิกรัฐสภาอย่างกระผมสามารถ ที่จะแสดงความคิดเห็นว่ามันเป็นอย่างนี้ใช่หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ พร้อมกับ ๒๙๓ ฉบับ ที่ไม่ได้หยิบยื่นขึ้นมานี่นะครับ มันมี ๒ ฉบับ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกกระผมซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและในฐานะสมาชิกรัฐสภา ได้นําเสนอกฎหมายอยู่ ๒ ฉบับ ที่รัฐบาลนี้ก็ไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณา นั่นคือ พระราชบัญญัติอาหารฮาลาล ผมขออนุญาตลงลึกนิดเดียวครับ พระราชบัญญัติเรื่อง กฎหมายฮาลาล ประเด็นมันก็คือว่าหลักการและเหตุผลที่มีความจําเป็นต้องเสนอกฎหมาย อาหารฮาลาล เพราะว่าวันนี้ประชากรซึ่งเป็นมุสลิมอยู่ในประเทศนี้มีจํานวนหลายสิบล้านคน หลายล้านคน มันมีอยู่ช่วงหนึ่งครับท่านประธาน มีการนําบรรจุอาหารที่ไม่ฮาลาล ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการศาสนาอิสลาม มีเนื้อสุกรไปเจือปนในอาหาร ทําให้มีผลกระทบต่อ พี่น้องมุสลิมในประเทศ และยังไม่มีกฎหมายอะไรเลยที่ไปควบคุม จะสามารถเอาความผิดกับ ผู้ที่ได้กระทําในลักษณะที่ผิดบทบัญญัติด้านศาสนา ที่สําคัญที่สุดก็คือวันนี้อาหารฮาลาล ในประเทศไทยนําสู่โลกสากล ซึ่งเป็นโลกมุสลิม ๑,๖๐๐ ล้านคน พอทราบว่าอาหารฮาลาล ในประเทศไทยมันมีสิ่งเจือปนโดยมีเนื้อสุกรอยู่ในอาหารทําให้ต่างประเทศหลายประเทศ ไม่มีความเชื่อมั่นต่ออาหารฮาลาลในประเทศไทย เลยไม่สั่งอาหารฮาลาลจากประเทศไทย นี่มีผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ ในรายละเอียดผมจะไม่ลงลึกไปมากกว่านี้ แต่ผมอยากจะถาม ประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ขอทราบเหตุผลพระราชบัญญัติว่าด้วยอาหารฮาลาลมีเหตุผล อะไรที่ท่านไม่หยิบยกขึ้นมา และอีกหนึ่งกฎหมายคือกฎหมายซะกาต กฎหมายซะกาต ในความหมายซะกาตก็คือ การที่ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามจะต้องมีการบริจาคทานประจําปี หมายถึงทรัพย์สินส่วนหนึ่งซึ่งมุสลิมจะต้องจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิที่จะได้รับเมื่อครบรอบปี ในความหมายก็คือ ในประเทศไทยประชากรซึ่งเป็นมุสลิมอยู่ในประเทศไทยจะต้องเสียภาษี เป็นภาษีปกติและเงินซะกาต เงินซะกาตในหลักการก็คือว่าถ้ามีกฎหมายว่าด้วยซะกาต ก็หมายถึงว่ากระบวนการในการจัดการเงินภาษีจากเงินซะกาตจากพี่น้องมุสลิมจะสามารถ ควบคุมและดูแลเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ซึ่งกฎหมายนี้ก็ยังไม่มีในประเทศนี้ ในประเทศที่มีมุสลิมประชากรทั่วโลกเขาจะมีกฎหมายเหล่านี้อยู่ในการควบคุม แล้วก็ให้ สอดคล้องว่าด้วยกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชบัญญัติซะกาต ผมจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังทางรัฐบาลว่าหลักใหญ่อยู่ ๘ ประการ ที่ผู้ที่มีสิทธิที่จะได้รับ ก็เข้าในหลักเกณฑ์ทั่วไปละครับ ผู้ที่จะได้รับสิทธิเงินซะกาต ๘ ประเด็น แต่ผมจะพูดสั้น ๆ คนที่มีสิทธิที่จะได้รับคือ ผู้ยากจน ผู้เดินทางไกล ผู้กําพร้า สร้างศาสนสถาน ก็หมายถึงว่าในประเทศนี้เราจะได้มีเงินทุนส่วนหนึ่งจากซะกาตนี้มาช่วย ในทางรัฐบาลด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตถามผ่านไปทางรัฐบาลว่า ขอทราบเหตุผลร่างกฎหมาย ๒ ฉบับที่กระผมได้เรียนต่อท่านประธาน ขอทราบเหตุผลว่า เป็นเหตุผลเพราะอะไรที่ท่านไม่นําขึ้นมาพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ