รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

เจตน์ ศิรธรานนท์ หารือเรื่องร่างกฎหมายที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเสนอ แต่รัฐบาลไม่รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้รัฐบาลฟังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และเสนอกฎหมายที่ได้รับการยอมรับ

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ ผมฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายแล้วก็ท้วงติง แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายหลายฉบับ แต่ความเป็นจริงแล้วถ้าจะโทษต้องโทษ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือ ท่านประธานครับ คณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายซึ่งมีศาสตราจารย์คณิต ณ นคร เป็นประธานนั้น เราก็เป็นผู้ออกแบบ ผมก็ผิดหวังเหมือนกันนะครับ การออกแบบมาคือคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเสนอ ร่างกฎหมายมา ๒๖ ฉบับ ซึ่ง ๕ ฉบับ ไม่ยืนยันเป็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุม ในที่สาธารณะ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับ ครม. พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ รัฐบาลก็ให้เหตุผลที่ดีว่าในกรณีนี้รับร่างที่เป็นร่างของประชาชนที่เสนอทั้งหมด ๗ ฉบับ อีก ๑๙ ฉบับ รัฐบาลก็ทบทวนแล้วก็เห็นว่าจาก ๑๙ ฉบับ รับแค่ไม่ถึง ก็หายไป ๒ ฉบับ เพราะฉะนั้นจาก ๒๖ ฉบับ ก็เลยเหลือ ๒๔ ฉบับ ทีนี้ประเด็นปัญหาก็คือว่า ๒๖ ฉบับ ที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเสนอ แล้วทําไมรัฐบาลถึงไม่รับหมด ทําไมรัฐบาลถึงไม่รับ ๒ ฉบับ ประเด็นปัญหาอยู่ที่ตรงนี้ ฉบับหนึ่งคือ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้ว ผมไม่พูดถึงนะครับ แต่ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง แล้วก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องมีความชัดเจนว่าจะมุ่งนโยบายไปทางด้านไหน ระหว่างการพัฒนาจีดีพี (GDP) การเติบโตของจีดีพี กับผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ตามยุทธศาสตร์ ตามแผน ๑๐ นะครับ ตรงนี้กับสุขภาพรัฐบาลจะเลือกอะไร อันนี้อันที่ ๑ นะครับ แต่ว่าอีกฉบับหนึ่งที่รัฐบาลไม่รับร่าง ก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... รัฐบาลต้องตอบครับ ๒ ฉบับนี้ทําไมถึงไม่รับ เพราะว่าท่านรับหมดทุกฉบับ ๒๔ ฉบับ แต่ ๒ ฉบับไม่รับเป็นเรื่องที่แปลก แล้วก็ต้องอธิบาย ให้มากด้วย เพราะว่าเครื่องไม้เครื่องมือคือตรงคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นเขาก็ยืนยัน เพราะว่าคณะกรรมการชุดนี้ทํางานโดยใช้วิธีการประชาพิจารณ์ฟังความเห็นของประชาคม เป็นหลัก เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่า ๗ ฉบับ ที่เป็นร่างที่เสนอโดยประชาชน รัฐบาล รับทุกฉบับ ท่านประธานครับ ผมขอไปที่ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับที่ ๒๓ กับ ฉบับที่ ๒๔ ซึ่งเป็นร่างที่รัฐบาลรับก็คือ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการ สาธารณสุข พ.ศ. .... เสนอโดย นางสาวสารี อ๋องสมหวัง และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ได้รับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... เสนอโดย คุณหมออรพรรณ เมธาดิลกกุล กับประชาชน ประชาชนทั้งคู่นะครับ ๒ ร่าง ประเด็นปัญหาก็คือว่าร่างทั้งสอง เป็นร่างคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ได้รับ ผลกระทบก็คือผู้ให้บริการ ต่อไปรัฐบาลคงจะต้องมีร่างของ ครม. ซึ่งเป็น ครม. ชุดใหม่ ไม่ใช่ร่างของ ครม. ชุดของรัฐบาลที่แล้ว ครม. ชุดใหม่ก็จะเสนอร่างของ ครม. เป็นร่างหลัก แล้วก็ใช้ร่างของประชาชนทั้งสองร่างนี้ประกบ ตรงนี้อยากจะฝากประเด็นไว้ว่า เมื่อปี ๒ ปีที่แล้วมีการประท้วงของแพทย์ พยาบาล แล้วก็วิชาชีพอื่น ๆ ที่ไม่เห็นด้วย กับร่างกฎหมายฉบับนี้ในประเด็นรายละเอียดของมาตราต่าง ๆ ผมจะไม่เสียเวลาในที่นี้ แต่ผมจะบอกว่ารัฐบาลจะต้องฟังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งประชาชน ผู้ให้บริการ แล้วก็สภาวิชาชีพ ฟังความเห็นให้ตกผลึกก่อน อย่าเพิ่งเสนอกฎหมายโดยที่ไม่ได้รับ การยอมรับ ไม่ได้การรับรองจากผู้ที่เกี่ยวข้อง แพทย์แล้วก็พยาบาลเป็นผู้ที่ทํางานหนัก สนองนโยบายรัฐบาลมาตลอดตั้งแต่ ๒๕๔๕ มาจนถึงปัจจุบัน เหนื่อยนะครับ ซึ่งตรงนี้ รัฐบาลไม่ได้เห็นความสําคัญ แต่เห็นความสําคัญของภาคประชาชน ถูกต้องครับ แต่ว่า ประชาชนจะได้รับบริการที่ไม่มีคุณภาพ ถ้าหากผู้ให้บริการมีปัญหาเหน็ดเหนื่อย มากจนเกินไป ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องฟังความเห็นแล้วก็เสนอเป็นร่างที่ได้รับการยอมรับ แล้วจึง เสนอเข้ามาในสภาอีกชั้นหนึ่งตามขั้นตอนของนิติบัญญัติ ผมฝากไว้เท่านั้นครับ ขอบคุณครับ