รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องการยกเลิกกฎหมายที่ช่วยเหลือคนพิการ โดยไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกนี้ และเรียกร้องการสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาคนพิการที่ถูกตัดออก

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ เป็นประเพณีปฏิบัติโดยขั้นตอน ตามกฎหมายอยู่แล้วว่า กฎหมายที่ถ้ามีการยุบสภาหรือมีการเปลี่ยนสมัยของสภาผู้แทนราษฎรไป ก็ต้องมีกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีนั้นจะต้องทําการหยิบยกขึ้นมา แล้วก็ต้องผ่าน ครม. สุดท้ายแล้วก็จะนําไปเลือกว่ากฎหมายฉบับไหนที่ค้างอยู่ระหว่างการพิจารณาบ้าง แล้วก็นํามา ผ่านเข้า ครม. เลือกเสร็จเรียบร้อยก็ส่งมายังรัฐสภา ซึ่งวันนี้ก็ถึงในขั้นตอนที่ ครม. ได้คัดสรร แล้วว่ากฎหมายฉบับไหนที่เห็นด้วยกับรัฐบาลในอดีตก็เอามาเสนอต่อ ก็ดูว่ากฎหมาย ในเรื่องของภาคประชาชนที่เสนอมารัฐบาลนี้ก็ขานรับทั้งหมด ซึ่งก็เห็นด้วยแล้วก็สอดคล้อง ครับ เพราะว่ากว่าจะรวบรวมรายชื่อให้ครบ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อของภาคประชาชนนั้น มีความยากลําบาก ต้องขอขอบพระคุณรัฐบาลที่ได้ดําเนินการแบบนั้นครับ ซึ่งถ้าพวกผมเอง เป็นรัฐบาลก็คงจะดําเนินการในลักษณะเดียวกัน แต่มีกฎหมายหลายตัวที่ท่านนั้น ได้เอาออกไปครับ แล้วขั้นตอนปฏิบัติต้องมาเริ่ม ๑ สตาร์ท (Start) กันใหม่ เริ่มกันใหม่ อันนี้แหละคือสิ่งที่ผมไม่เข้าใจว่าทําไมท่านถึงดําเนินการแบบนั้น ได้รับคําชี้แจงจากรัฐบาลว่า ส.ส. เองสามารถที่จะเข้าชื่อแล้วก็เสนอชื่อเป็นกฎหมายได้อยู่แล้ว ก็อยากจะให้เสนอกันใหม่ ท่านพูดเหมือนกับท่านไม่ได้อยู่ในวงการการเมืองเลยครับ กฎหมายกว่าจะมาเรียงลําดับ เสนอชื่อจนกระทั่งพิจารณาออกเป็นกฎหมายใช้เวลาเป็นปีครับ ท่านทําให้กฎหมายหลายฉบับ ที่ผ่านกระบวนการมาตั้งเยอะแล้วครับ ย้อนกลับไปเริ่มใหม่ แล้วมันมีกฎหมายอยู่ฉบับเดียว ซึ่งผมจะไม่เปลืองเวลาสภาแห่งนี้ กฎหมายฉบับนี้เป็นฉบับที่ผมเสนอครับ แล้วท่านก็ได้ยกเลิก มันไปครับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. .... ท่านครับ กฎหมายฉบับนี้พูดในเรื่องเนื้อหาสาระในการช่วยเหลือคนพิการ ไม่ว่าจะเป็นการให้ คณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีโดยตําแหน่ง นั่งเป็นประธาน มีอํานาจในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือคนพิการที่ไม่ได้มีทะเบียนบ้าน ที่ไม่ได้ อยู่ในทะเบียนราษฎร์นะครับ นั่นหมายความว่าปกติวันนี้ช่วยคนพิการก็ช่วยกันอยู่ในวง ของคนพิการที่อยู่ในทะเบียนบ้านครับ แต่กฎหมายฉบับนี้จะเพิ่มให้ท่านสามารถเข้าไปดูแล คนพิการที่ไม่ได้อยู่ทะเบียนราษฎร์ได้ด้วย ทําไมถึงบอกว่าไม่ได้อยู่ในทะเบียนราษฎร์ครับ คนพิการพูดตรง ๆ ครับ ท่าน ส.ว. ท่านพูดดีมากครับ เป็นคนแรกที่ถูกลืมและคนสุดท้าย ที่ถูกจําได้ ท่าน ส.ว. มณเฑียรท่านบอกแบบนั้นครับ นี่คือสิ่งที่น่าเสียใจนะครับ เวลาคนพิการ บางคนเกิด คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ไปแจ้งให้อยู่ในทะเบียนครับ ก็คือเกิดกันแบบตามมีตามเกิดแหละ พูดกันตรง ๆ นี่ครับ กฎหมายฉบับนี้ก็จะเปิดโอกาสให้สามารถที่จะเข้าไปดูแลคนพิการ ที่ไม่ได้อยู่ในข้อมูลทะเบียนราษฎร์ได้ โดยให้คณะกรรมการท่านที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านเป็นประธานเข้าไปดูแลได้ และถ้าผมเข้าใจไม่ผิดครับ มาวันนี้จนถึงการดํารงตําแหน่ง ๔ เดือนกว่าของท่านไม่เคยเข้าไปประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการเลย

ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ยังมีการเพิ่มบทบาทขององค์กรคนพิการ ให้ช่วยเหลือคนพิการได้เพิ่มมากขึ้น มีเรื่องเกี่ยวกับการมอบอํานาจของทะเบียนกลาง หรือทะเบียนจังหวัดให้สามารถมอบอํานาจต่อไปเพื่อให้ทําบัตรคนพิการได้เร็วสะดวก มากยิ่งขึ้น เรื่องดีเยอะมาก จริง ๆ ผมเสียดายมากนะครับ เรื่องนี้ท่าน ส.ว. มณเฑียรที่ท่าน ติดตามตลอด ท่านมาคุยกับผม ขออนุญาตเอ่ยนามครับ เรื่องนี้เรื่องดี เรารวบรวมรายชื่อ ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยความรวดเร็วเสนอกฎหมายนี้ แล้วก็ท่านเชื่อไหมว่า ความยากลําบากในการคุยกับวิปรัฐบาลก็มี แต่ท่านประธานวิปรัฐบาลในขณะนั้น ของพรรคประชาธิปัตย์ก็ให้ความกรุณาในการนํากฎหมายฉบับนี้ผ่านเข้ามาและบรรจุ อยู่ในระเบียบวาระของสภาผู้แทนราษฎร มาถึงวันนี้ครับ นอกจากท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เองท่านไม่ให้ความสนใจมากนักแล้ว ยังถอยหลังอีกครับ กฎหมายฉบับนี้ ถ้าต้องเสนอกันใหม่ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะกลับมาอนุมัติ นี่ครับ มันเลยดูเหมือนกับที่ท่าน ส.ว. มณเฑียรท่านบอกเอาไว้ว่า คนพิการดูเหมือนเป็นคนแรกที่ถูกลืมและคนสุดท้ายที่ถูกจํา วันนี้รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยตัดกฎหมายคนพิการออกไป ผมขอแสดงความเสียใจเรื่องนี้ อย่างยิ่งและถ้าเป็นไปได้ขอให้ท่านนั้นรีบดําเนินการครับ แก้ตัวยังทันครับ รีบดําเนินการ นําเรื่องนี้บรรจุเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง แล้วขอให้ผ่านกระบวนการของวิปรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ของท่านโดยเร็วครับ ขอขอบพระคุณครับ