รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ฮอชาลี ม่าเหร็ม หารือเรื่องการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังไม่ให้ความเห็นชอบ 24 ฉบับ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขกฎหมายอิสลามที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว มรดก และการพิจารณาคดี และขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาและผ่านการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว รวมถึงเสนอให้รัฐบาลเสนอกฎหมายเพื่อให้มีสถานะเป็นสํานักกิจการฮัจญ์ ภายใต้การดูแลของนายกรัฐมนตรี

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สตูล

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ การที่รัฐบาลได้บรรจุวาระของการประชุม ขอให้ที่ประชุมของรัฐสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังไม่ให้ความเห็นชอบ ซึ่งท่านได้นําเสนอหยิบยกขึ้นมาให้ที่ประชุมของรัฐสภาแห่งนี้ได้เห็นชอบ ๒๔ ฉบับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในเนื้อหาสาระของทั้ง ๒๔ ฉบับนั้น โดยส่วนตัว ผมเองก็เห็นด้วยที่ทางคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายซึ่งมีบทบาทสําคัญในการที่จะเสนอ ความเห็นให้รัฐบาลได้เห็นชอบในกฎหมายเหล่านี้ แต่ในฐานะเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมแล้วก็มีส่วน สําคัญในการที่จะร่วมกันผลักดันกฎหมายที่สําคัญอย่างน้อย ๒ ฉบับ แต่ไม่ได้รับ ความเห็นชอบจากทางรัฐบาล โดยคณะกรรมการซึ่งดูแลเรื่องของกฎหมายตรงนี้ นั่นก็คือ ร่างพระราชบัญญัติการใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัว มรดก และการพิจารณาคดี พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติกิจการฮัจญ์ พ.ศ. .... ซึ่งผมเองและเพื่อนสมาชิกได้ร่วมกันเสนอ ได้ร่วมกันผลักดันในสมัยของสภาคราวที่แล้ว และได้ผ่านการเซ็นรับรองจากอดีต ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถือว่ารอที่จะพิจารณาในวาระแรก แต่ไม่ได้รับการหยิบยกในช่วงนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขอเรียนว่ากฎหมายนี้ เป็นกฎหมายที่มีความสําคัญมาก ไม่ได้เป็นการดําเนินการโดยพรรคการเมือง แต่เราได้ พิจารณาร่วมกันในกรรมาธิการ ซึ่งก็มีอดีตประธานกรรมาธิการที่ร่วมกันผลักดันกฎหมายนี้ ผมขอเอ่ยนาม ท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย แล้วก็ ฯพณฯ วิรุฬ เตชะไพบูลย์ ซึ่งเป็นประธาน คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และผมเองก็ได้เป็นประธานคณะอนุ กรรมาธิการกิจการศาสนาอิสลาม แล้วก็ได้ร่วมกับทุกฝ่าย ได้พิจารณาผลักดัน แล้วก็ทํา ประชาพิจารณ์ขอความเห็นจากท่านจุฬาราชมนตรีทุกภาคส่วนและได้รับความเห็นชอบ แล้วก็เสนอเข้ามาในรัฐบาลคราวที่แล้ว และได้รับการเซ็นรับรองเป็นกฎหมายที่เข้าสภาไป เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายตรงนี้ผมอยากจะเห็นว่าเป็นความต้องการ ของคนในสังคมที่มีความหลากหลายในสังคมของประเทศ พี่น้องมุสลิมในประเทศไทยเขาก็ อยากที่จะมีการปรับปรุงกฎหมายซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้กันมานานประมาณ ๖๐ กว่าปีที่แล้ว มาในยุคที่ พ.ศ. ๒๕๕๔ สังคมเปลี่ยนแปลง กระบวนการของสังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นอยากจะมีการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องมุสลิม แต่ต้องอาศัยการผลักดันจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกลไกของรัฐสภา แล้วก็ผ่าน การพิจารณาจากทุกฝ่าย เห็นชอบกับทุกฝ่ายแล้ว ก็คือพระราชบัญญัติการใช้กฎหมาย อิสลามว่าด้วยครอบครัว มรดก และการพิจารณาคดี พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้เฉพาะ ใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่พี่น้องมุสลิมซึ่งอยู่ทั่วประเทศเขาก็อยากที่จะมีส่วนในการใช้ กฎหมายนี้ด้วย พี่น้องมุสลิมใน กทม. ในจังหวัดเชียงใหม่ ในจังหวัดชัยภูมิ ในทุกภาคส่วนพื้นที่ ที่เป็นพี่น้องมุสลิมเขาอยากจะมีการใช้กฎหมายนี้ด้วย เราก็เลยเสนอกฎหมายนี้ขยายพื้นที่ ออกมาเพื่อที่จะให้คนในประเทศไทยได้มีส่วนในกฎหมายนี้ แต่ปรากฏว่าก็เป็นที่น่าเสียดาย ไม่ได้รับการจัดลําดับความสําคัญ แต่ก็ไม่ทําให้พวกผมซึ่งเป็น ส.ส. เกิดความท้อถอย เพราะว่ายังคงจะต้องผลักดัน ยังคงจะต้องเสนอกฎหมายเข้าไปใหม่ตามสิทธิของการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

และอีกกฎหมายหนึ่งครับท่านประธานครับ ก็คือกฎหมายพระราชบัญญัติ กิจการฮัจญ์ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก เพราะการที่ชุมชนมุสลิมไปอยู่รวมกัน กับพี่น้องมุสลิม หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกที่ซาอุดีอาระเบียนั้น ทุกประเทศเขาก็จะมีผู้นําในระดับรัฐมนตรี แต่ของเรานั้นยังเป็นแค่ระดับเจ้าหน้าที่ของกระทรวง กรมการศาสนาแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้น ศักดิ์ศรีการเจรจา การต่อรองสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่คนมุสลิมจะไปอยู่ในพื้นที่ตรงนั้น ทําให้ขาดการต่อรองตรงนี้ เราก็เลยเสนอกฎหมายเข้าไป เพื่อที่จะให้มันเป็นสํานักกิจการฮัจญ์ เป็นการเฉพาะ แล้วก็อยู่ภายใต้การดูแลของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีบอร์ด (Board) มีคณะทํางานที่เป็นรูปแบบ และมีกองทุนส่งเสริมให้พี่น้องได้มีการออมในเรื่องของฮัจญ์ด้วย เพราะฉะนั้นก็ขอฝากรัฐบาล ถ้าหากว่ากระทรวงจะเสนอเข้ามาหรือเพื่อนสมาชิกจะร่วมกัน เสนอต่อไป ก็ขอให้เป็นการได้เสนอเข้าไปนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ