รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

นคร มาฉิม หารือเรื่องการสนับสนุนจากภาครัฐต่ออาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านและเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ พร้อมชี้แจงระบบในการบริหารจัดการทรัพยากรดังกล่าว

นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา

ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอถือโอกาสนี้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการหยิบยกร่างพระราชบัญญัติที่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐบาลที่นําโดย ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อขอความเห็นชอบของรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาล ได้แถลงนโยบายไว้ตั้งแต่วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ได้พูดถึงการบริหารจัดการที่ดิน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและธรรมชาติ แต่ว่ากฎหมายหลายฉบับที่สภาชุดที่แล้ว ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ได้พิจารณาในวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง และวาระที่สาม จนไปถึง การนําเสนอต่อสมาชิกวุฒิสภา แต่ว่าน่าเสียดายท่านไม่ได้หยิบยกขึ้นมาเพื่อขอความเห็นชอบ ต่อการพิจารณาของรัฐสภาในครั้งนี้ตามนโยบายที่ท่านได้แถลงไว้เลย แต่ที่ท่านได้หยิบยก ขึ้นมา ๒๔ ร่างพระราชบัญญัติ ท่านประธานที่เคารพครับ มันจําเป็นอยู่แล้วที่จะต้อง หยิบยกขึ้นมาสู่การพิจารณา เพราะกฎหมายทั้ง ๒๔ ฉบับ มีความจําเป็นที่จะต้องให้ การขับเคลื่อนในการบริหารราชการแผ่นดินจะต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญชาติ เรื่องศาล หรือองค์กรอิสระอื่น ๆ รวมไปถึงกฎหมายที่ทางภาคประชาชนได้เสนอชื่อเข้ามา ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นกฎหมายหลายฉบับที่สภาผู้แทนราษฎรได้หยิบยก ผมยกตัวอย่าง เช่น ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ที่รัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์ ผมเสียดายเหลือเกินท่านประธานครับที่สภาชุดที่แล้ว เพื่อน ส.ส. พรรคฝ่ายค้านในขณะนั้นซึ่งตอนนี้ท่านกลับมาเป็นฝ่ายรัฐบาล หลายท่านให้ความเห็นชอบ สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบเกือบเป็นเอกฉันท์ แต่กลับไม่ได้รับความเห็นชอบ จากรัฐบาลชุดนี้ให้หยิบยกขึ้นมา ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวก็คือ ร่างพระราชบัญญัติ การบริหารจัดการที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พ.ศ. .... ที่รัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์ มีหลักการสั้น ๆ ง่าย ๆ เท่านั้นเอง ที่มีผมคนหนึ่ง ท่านอาจารย์ผ่องศรี ธาราภูมิ ท่านอดีต ส.ส. สุวโรช พะลัง แล้วก็พรรครัฐบาลที่ในขณะนั้นท่านเป็นฝ่ายค้านอยู่ ท่านได้ร่วมกันเสนอ แล้วก็สภาแห่งนี้ เห็นชอบเกือบเป็นมติเอกฉันท์ต้องการที่จะให้ราษฎรได้เป็นสิทธิในที่ดินที่ตนเองทํากิน อยู่ตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นกรรมสิทธิ์ เป็นมรดก เป็นหลักทรัพย์ เป็นหลักประกัน เพื่อที่จะให้ ประชาชนได้มีหลักทรัพย์ มีหลักประกัน แล้วก็เอาไปเป็นมรดกถึงลูกถึงหลาน สร้างความมั่งคั่ง ลดความเหลื่อมล้ําให้กับสังคม ส.ส. หลายท่านที่อยู่ในซีกของรัฐบาลในปัจจุบันก็ปรารภกับผม แล้วก็พูดกับผมมาหลายท่าน ผมยกตัวอย่างเช่น ท่านอํานวย คลังผา อย่างนี้นะครับ ท่านก็เป็นผู้เสนอร่างคนหนึ่ง ปรากฏว่าเสียดายที่รัฐบาลไม่ให้ความสําคัญในเรื่องการแก้ไข ปัญหาทรัพยากรที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ได้หยิบยกขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่วุฒิสภาเหลืออีกนิดเดียว ก็จะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว กฎหมายอีกหลายฉบับที่เป็นทิศทางในการบริหาร นโยบายเกี่ยวกับทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ เช่น กฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า กฎหมาย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กฎหมายภาษีมรดก กฎหมายในเรื่องการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้นี่ครับที่จะเป็นทิศทางบ่งบอกให้เห็นถึง ความจริงใจ ถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่ได้รับฉันทานุมัติ ได้รับอํานาจจากพี่น้องประชาชน มาว่ามีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาลดความเหลื่อมล้ําให้กับประชาชนคนในประเทศอย่างไร มีความตั้งใจและจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและประเทศชาติอย่างมั่นคง และยั่งยืนอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลไม่ได้หยิบยกเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

ท่านประธานครับ อีกอันหนึ่งที่ผมจะต้องขออนุญาตพูดถึง ก็คือปัญหา ความเหลื่อมล้ํา ปัญหาความเหลื่อมล้ําของสังคมในปัจจุบัน คนจนยิ่งจนลง มีภาระหนี้สิน มากขึ้น ยิ่งประสบกับอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมาและปัจจุบันก็ยังดํารงอยู่ ประชาชนเดือดร้อนครับ มองไม่เห็นถึงโอกาสว่าจะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ําต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างไร ท่านประธานครับ รัฐบาลจะต้องชี้ให้เห็นว่ามีความจริงใจ ที่จะวางระบบในการบริหารจัดการน้ําของประเทศ วางระบบในการบริหารจัดการทรัพยากร ที่ดินและป่าไม้ของประเทศ และเดินไปข้างหน้าเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ประโยชน์สุขของคนในชาติ และประเทศอย่างแท้จริง ก็ขอถือโอกาสนี้รอคําตอบ รอคําชี้แจงจากรัฐบาลว่าความชัดเจน ในด้านนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ท่านมีอย่างไรบ้าง กราบขอบพระคุณครับ