สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย หารือเกี่ยวกับผลการยุบสภาและผลกระทบต่อร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณา รวมถึงเรียกร้องการชี้แจงจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี และหารือเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ และยังหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ และยืนยันกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปและพัฒนากระบวนการยุติธรรมแห่งชาติ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันก่อนครับว่า ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้สืบเนื่องมาจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ ที่บัญญัติ เกี่ยวกับผลการยุบสภาต่อกรณีบรรดาร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณาอยู่ในชั้นรัฐสภา ชั้นสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ชั้นวุฒิสภา ผมกราบเรียนท่านประธานก่อนครับว่า ผลการยุบสภานั้น ไม่ได้ทําให้กฎหมายที่ค้างอยู่ทั้งหมดตกไป แต่กฎเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญก็คือให้เวลารัฐบาล ๖๐ วันที่จะเป็นคนใช้ดุลยพินิจในการที่จะเลือกยืนยันร่างกฎหมายฉบับใดให้กลับมาสู่ การพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติได้ หลังจากนั้นจึงมีผลให้กฎหมายที่ฝ่ายรัฐบาลมิได้ยืนยัน เป็นอันตกไป
ประเด็นที่ผมจะต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีก็คือว่า สําหรับ ๒๔ ฉบับที่ท่านยืนยันมานั้น แน่นอนผมเห็นด้วย แต่ประเด็นคําถามก็คือ สําหรับฉบับที่ท่านไม่ยืนยันมา ซึ่งมีผลทําให้กฎหมายต้องตกไป เพราะเหตุการณ์ที่รัฐบาลมิได้ใช้สิทธิยืนยันภายใน ๖๐ วันนั้น มีหลายฉบับที่ผมต้องขออนุญาต สอบถามผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีเพื่อให้ท่านชี้แจงทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนที่หลายคนเขาตั้งความหวังไว้กับกฎหมายที่จะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือสําหรับ พี่น้องประชาชนในการที่จะใช้สิทธิตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เวลาที่ให้ผมนั้นผมไม่ เพียงพอที่จะอภิปรายสําหรับร่างกฎหมายหลายฉบับ ก็ขออนุญาตเพียงบางฉบับดังนี้ ท่านประธาน
ฉบับแรกก็คือ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... เพื่อนสมาชิกหลายคนก็อภิปรายประเด็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับนี้ ว่ามีความสําคัญมาก อย่างน้อยที่สุดประการแรกก็คือเป็นกฎหมายที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง เขาเขียนไว้ว่า ให้เป็นหนึ่งในกลไกของการที่จะช่วยกันคุ้มครองพิทักษ์รักษา เรื่องของสุขภาพอนามัย เรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยให้โครงการที่อาจมีผลกระทบต่อด้าน ดังกล่าวนั้นต้องผ่านการทําความเห็นขององค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ผมเชื่อว่าท่านประธานและท่านรัฐมนตรีคงจําเหตุการณ์การฟ้องร้องเกี่ยวกับ การออกใบอนุญาตให้กิจการโรงงานอุตสาหกรรมที่มาบตาพุด ๗๖ โครงการต่อศาลปกครอง และที่สุดมีการสั่งระงับโครงการต่าง ๆ ไว้เป็นการชั่วคราว ถามว่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ของประเทศชาติหรือไม่ แน่นอนส่งผลกระทบ ประเด็นที่เขาฟ้องกันก็คือผลบังคับใช้ของ มาตรา ๖๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญนั้นมีผลบังคับใช้แล้วหรือยัง ในขณะที่ยังไม่มีกฎหมาย ว่าด้วยองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม แต่รัฐบาลนี้กําลังจะทําให้สิ่งที่คลุมเครืออยู่นั้น คลุมเครือต่อไปด้วยการไม่ยืนยันร่างกฎหมายฉบับนี้ นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะให้ท่านช่วย กรุณาชี้แจง
ผมดูในสิ่งที่ท่านแถลงนโยบายไว้นะครับ เกี่ยวกับนโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้แถลงไว้ในคําแถลงนโยบาย ข้อ ๕.๓ ซึ่งเป็นนโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๕.๓ ท่านพูดอย่างนี้ครับว่า รัฐบาล จะผลักดันกฎหมายว่าด้วยองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ก็แปลว่าท่านมิได้ปฏิบัติ ตามคําแถลงนโยบายที่ท่านแถลงไว้ต่อรัฐสภาในเรื่องของนโยบายด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่จะผลักดันกฎหมายว่าด้วยองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการที่ท่านปฏิเสธไม่ยืนยัน ร่างกฎหมายฉบับนี้ ผลเป็นอย่างไรครับท่านประธานครับ ผลก็คือ รัฐบาลกําลังจะมิได้ปฏิบัติ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๘ ที่บอกไว้ว่า การบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลมีหลักสําคัญ ๒ ประการที่รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องปฏิบัติก็คือ
ประการแรก ท่านต้องบริหารราชการแผ่นดินตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
ประการที่ ๒ รัฐบาลต้องบริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายที่แถลงไว้ ต่อรัฐสภา เมื่อท่านแถลงไว้ต่อรัฐสภาว่าจะผลักดันเร่งรัดกฎหมายด้านองค์การอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ท่านกลับมิได้ประพฤติปฏิบัติตามที่ท่านแถลงไว้
ประเด็นที่ ๒ ก็คือ ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปและพัฒนากระบวนการ ยุติธรรม กฎหมายฉบับนี้ท่านประธานครับ เป็นอีกหนึ่งในกฎหมายที่รัฐธรรมนูญบังคับไว้ ต้องมีครับ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ (๔) ในหมวดแนวนโยบาย ด้านกฎหมายและการยุติธรรม บังคับไว้เลยครับในมาตรา ๘๑ (๔) ของรัฐธรรมนูญว่า รัฐจะต้องไปจัดทํากฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปและการพัฒนากระบวนการยุติธรรม กฎหมายฉบับนี้ก็เป็นกฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเขาให้ความเห็นว่า ควรที่จะต้องยืนยัน แต่รัฐบาลนี้กลับไม่ยืนยัน ท่านประธานครับ ผมขอเวลาอีก ๑ นาทีนะครับ ถามว่าถ้าผลของการไม่ยืนยันกฎหมายฉบับนี้เป็นเช่นไร ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมก็มาดูในคําแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ที่ได้แถลงนโยบายไว้เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ท่านแถลงไว้ในหน้าที่ ๔๒ นโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม
ข้อแรกเลยท่านประธาน รัฐบาลแถลงไว้ในข้อ ๘.๒.๑ ว่า จะปฏิรูประบบ กฎหมายและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทั้งระบบให้มีความทันสมัย แต่ปรากฏว่า ท่านไม่ยืนยันกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปและพัฒนากระบวนการยุติธรรมแห่งชาติ แล้วเช่นนี้จะให้ผมมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลชุดนี้กําลังปฏิบัติตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และคําแถลงนโยบายที่ท่านแถลงไว้ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ทําให้ผมอดคิด ไม่ได้ว่า ท่านกําลังไม่ทําตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในการบริหาร ราชการแผ่นดิน กล่าวคือ ไม่บริหารราชการแผ่นดินตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และคําแถลงนโยบายที่ท่านได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ก็ขอความกรุณา ผมจะนั่งรับฟังคําชี้แจง จากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ขอบพระคุณครับ