รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

สุกิจ อัถโถปกรณ์ แสดงความผิดหวังเกี่ยวกับการยืนยันร่างกฎหมายของรัฐบาล โดยเฉพาะกฎหมายที่ผ่านสภาไปแล้ว 3 วาระ แต่ไม่ได้รับการยืนยัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องกฎหมายประกันสังคม โดยวิจารณ์เหตุผลที่รัฐบาลไม่เอาประกันสังคม โดยกล่าวว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ซับซ้อน และไม่ควรจะมีการวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกรัฐสภา

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ได้เห็นการยืนยันร่างกฎหมายของรัฐบาลแล้วนะครับ หลายท่านพยายามจะพูดว่าที่จริงแล้วกฎหมายพวกนี้ตกไปแล้ว ซึ่งทําให้เราเห็นว่าพยายาม ที่จะบอกว่า นี่เป็นบุญคุณของรัฐบาลนะที่ได้เอากฎหมายพวกนี้กลับเข้ามาอีก จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ เพราะว่าเป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ไม่อยากให้กฎหมายที่มันผ่านขั้นตอนของสภาไปแล้วตกนะครับ เพราะถือว่า ได้รับการรับรองจากสภาไปแล้ว แต่ก็เมื่อมาเห็นการยืนยันของรัฐบาลในครั้งนี้แล้วผมก็รู้สึก ผิดหวัง ถ้ากฎหมายที่ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาก็ไม่เป็นไรครับ แต่บางฉบับผ่านสภาไปแล้ว ๓ วาระครับ ท่านก็ไม่เอา ซึ่งถ้าผมเห็นด้วยกับท่านถือว่าผมดูถูกตัวเอง ถือว่าผมดูถูกสถาบัน ของตัวเอง ถือว่าดูถูกสถาบันรัฐสภา และต่อไปในภายภาคหน้าพี่น้องประชาชน เขาก็จะ กลับมาถามว่า แล้วกฎหมายทั้งหลายที่มันผ่านสภาไปแล้วมันผ่านกันอย่างถูกต้องหรือ ทําไม ขนาดอันนี้ผ่านแล้วเขาถึงไม่เอานะครับ ที่จริงแล้วผมมีเรื่องจะพูดเยอะแต่ก็จะตัดให้สั้นลง ตามเวลาที่ท่านประธานต้องการนะครับ สําคัญก็คือเหตุผลของท่านที่เอามาอ้างในการไม่เอา กฎหมายบางฉบับนี้มันข้าง ๆ คู ๆ ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนนะครับ อย่างเช่น พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. .... กฎหมายฉบับนี้ผ่าน ๓ วาระของสภาผู้แทนราษฎร ไปแล้วนะครับ แล้วผ่านวาระแรกของวุฒิสภาไปแล้ว ท่านไม่เอาครับ ทั้ง ๆ ที่ตอนผ่านสภา ทุกขั้นตอนผมยืนยันได้ว่าแทบจะไม่มีคนค้านเลย แทบจะมีคนเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ก็ว่าได้

แล้วที่สําคัญก็คือเหตุผลที่ท่านบอกว่าท่านไม่เอา ผมจะอ่านให้ฟังนะครับ ท่านประธานครับ บอกว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ยังคงมีปัญหาในหลักการและในทางปฏิบัติ เกี่ยวกับการเข้าถึงสิทธิบางประการ เวลาจะไม่เอาก็อ้างอย่างนี้แหละครับ จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่ครับ กฎหมายฉบับนี้แก้ให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐ เวลาที่เขาเจ็บป่วยหรือว่า ได้รับอันตรายจากการทํางานได้ง่ายขึ้น เดิมทีเมื่อก่อนเวลาเจ็บป่วยหรือว่าได้รับอันตราย ไปได้ที่เดียวคือท้องที่ของตัวเอง หลังจากพวกเราทําการแก้ไขนะครับสามารถไปได้ทุกที่ครับ ไปได้ในสํานักงาน ติดต่อไปแจ้งเรื่องได้ที่สํานักงานทุกแห่งของประกันสังคม ถือว่าเป็นการให้ความสะดวก เพิ่มขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่มาอ้างข้อแรกนี่ไม่จริงครับ แล้วบอกว่าเป็นกฎหมาย ที่มีความสลับซับซ้อน สมควรได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และมีส่วนร่วม ของภาคประชาสังคม กฎหมายฉบับนี้กว่าจะได้แก้ตั้งหลายปีครับ เดิมก็คือร่างกฎหมายเดิม พ.ศ. ๒๕๓๗ ใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะได้แก้ครับ ได้ผ่านการพิจารณา ได้ผ่านการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนมาอย่างมากมาย แล้วก็ไม่ได้มีความสลับซับซ้อนอะไรเลยครับ เทียบกับ พระราชบัญญัติงบประมาณที่พวกผมกําลังพิจารณาอยู่วันนี้ เทียบกันไม่ติดเลยครับ ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ควรจะมาอ้างเลยว่าจะไม่เอากฎหมายฉบับนี้ และจริง ๆ แล้วผมขอเรียน นะครับว่าพี่น้องประชาชน พี่น้องผู้ใช้แรงงานทั้งหลายคงไม่มีโอกาสได้รู้ละครับว่ากฎหมาย ฉบับนี้ได้ให้ประโยชน์กับเขามากมายขนาดไหน เพิ่มขึ้นจากเดิม อย่างเช่น เมื่อก่อนนี้เวลา เจ็บไข้ได้ป่วย หรือว่าได้รับอันตรายจากการทํางาน เขาได้รับชดเชยแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ กฎหมายฉบับนี้ขยายให้เป็น ๘๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ หลังจากผ่านวาระที่สามของสภา ไปแล้ว เดิมทีเมื่อก่อนเมื่อถึงแก่ความตายหรือสูญหายก็จะได้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ก็ได้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ และเดิมได้รับชดเชยแค่ ๑๒ ปี ฉบับใหม่ แก้ให้เพิ่มเป็น ๑๕ ปีนะครับ ผมว่าสิ่งเหล่านี้พี่น้องผู้ใช้แรงงานคงไม่รู้ และกฎหมายฉบับนี้ จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เป็นกฎหมายเฉพาะผู้ใช้แรงงานเป็นกฎหมายของคนทั่วไปนะครับ ที่คนที่เขาจะก้าวเข้ามาสู่แรงงานอีกจํานวนมากมาย ผมถึงรู้สึกผิดหวังกับวิจารณญาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการไม่ให้เกียรติกับสถาบันรัฐสภานะครับ เพราะว่าได้ผ่าน ความเห็นชอบ ๓ วาระแล้วนะครับ ก็ต้องเรียนถามสมาชิกรัฐสภาทุกท่านเลยครับ ว่าในเมื่อเขามีความเห็นอย่างนี้เราจะเอาอย่างไรครับ เราจะยอมให้เขามาดูถูกวิจารณญาณ ของพวกเรา ดูถูกการทํางานของพวกเราหรือ เพราะฉะนั้นในบางส่วนผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วย กับการพิจารณากฎหมาย การยืนยันกฎหมายของรัฐบาลในวันนี้ ขอบคุณครับ