รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

สมชาย แสวงการ หารือเรื่องร่างกฎหมายที่ถูกย้อนกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขและพิจารณาเรื่องสำคัญหลายประการ เช่น พ.ร.บ.องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม การเยียวยาผลกระทบจากนิคมอุตสาหกรรม และร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ โดยเร่งเสนอร่างพระราชบัญญัติเข้ามาสู่สภาใหม่ เพื่อให้มีกฎหมายควบคุมการชุมนุมที่มีระเบียบวินัยและความรับผิดชอบ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ก็คงขอบคุณ รัฐบาลที่นําร่างกฎหมาย ๒๔ ฉบับ กลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งนะครับ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่กฎหมายซึ่งผ่านขั้นตอน โดยเฉพาะผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร ในขณะที่ท่านเองถึงแม้จะเป็นพรรคฝ่ายค้านแล้ววันนี้มาเป็นรัฐบาลก็ตาม ก็ถือว่า สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านรับหลักการวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม ไปเรียบร้อยแล้ว กฎหมายก็มาอยู่ในชั้นวุฒิสภา ๖ ฉบับ ซึ่งก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการดําเนินการในวาระที่หนึ่ง ไปแล้ว ๒ ฉบับใน ๖ ฉบับที่ท่านเอากลับเข้ามานั้นก็เป็นประโยชน์ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของ พ.ร.บ. องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็ตามด้วยกฎหมายเรื่องสัญชาติ แต่ก็เสียดาย อีก ๔ ฉบับที่รัฐบาลควรจะได้นํากลับเข้ามาด้วย โดยเฉพาะกฎหมายสําคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของร่างพระราชบัญญัติองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง ซึ่งที่ผ่านมา เราก็จะพบปัญหามากมายนะครับ และวันนี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ พี่น้องที่ได้รับผลกระทบ จากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด วันนี้ผมก็อยากเรียนถามรัฐบาลว่าการเยียวยา การดูแล รักษา การช่วยเหลือเขาไปถึงไหน หรือว่าสะดุดหยุดลง ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่ต้องทําตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ต้องฝากท่านประธานไปยังคณะรัฐบาลนะครับ ว่าขอให้ได้โปรดนํากลับเข้ามา ท่านจะเสนอร่างมาใหม่หรืออย่างไรนะครับ ถึงแม้ขั้นตอน ตรงนี้มันหายไป ในอนาคตก็ต้องมีนะครับ ก็กราบฝากเรียนด้วยว่าเรื่องนี้สําคัญและจําเป็น ต่อการแก้ปัญหาเรื่องนี้

ประการถัดมา ก็คงเป็นเรื่องของร่างพระราชบัญญัติที่น่าเสียดายฉบับหนึ่ง ก็คือ พ.ร.บ. การชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ. .... ต้องเรียนตามตรงว่าขณะนี้สถานการณ์ การเมืองถึงแม้จะเข้าที่เข้าทางมาระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคาดว่าจะเกิดการชุมนุม แล้วก็เกิดปัญหาเช่นนี้อีก เราคงไม่อยากเห็นประเทศเป็นอนาธิปไตย ตอนนี้ใครไม่ชุมนุม ใครไม่ปิดถนน ใครไม่เรียกร้อง นั่นหมายความว่าบ้านท่านก็ต้องน้ําท่วม ท่านก็ไม่ได้รับ การเหลียวแลจากสื่อมวลชน ท่านก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก ศปภ. วันนี้หมู่บ้านเมืองเอก คูคต คลองสามวา แจ้งวัฒนะ ๑๔ หรือทุก ๆ ที่ในเมืองนนท์ บางบัวทอง ต้องชุมนุม ต้องประท้วง ต้องปิดโทลล์เวย์ (Tollway) ปิดถนน ท่านต้องการอย่างนั้นใช่ไหมครับ ผมว่า ยังมีพี่น้องอย่างน้อยในเขตรอบนอก ไม่ว่าจะเป็นด้านฝั่งตะวันตกนะครับ อย่างทวีวัฒนา หรือพี่น้องที่ศาลายา ที่นครปฐม เราต้องปิดถนนกันอีกไหม อะไรเหล่านี้ผมคิดว่าก็คง ไม่อยากจะก้าวล่วงมาพูดกันตรงนี้ แต่ต้องบอกว่าก็ขอให้รัฐบาลและ ศปภ. เร่งระดม เครื่องมือความช่วยเหลือทั้งหมด เพราะปัญหานั้นอยู่ในวงจํากัดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ํา เครื่องผลักดันน้ํา แล้วก็เครื่องจักรหนัก แทนที่ท่านจะไปกู้นิคมอุตสาหกรรมอยู่ ท่านต้องกู้บ้านเรือนราษฎรในขณะนี้ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือ ผมขออนุญาตไปนอกเรื่อง แต่ทั้งหมดที่ต้องพูดเพราะว่า ณ วันนี้เราได้รัฐบาลท่ามกลางการชุมนุมที่มาจากการชุมนุม แล้วก็กลายเป็นประเพณีนิยมก็ต้องชุมนุม ต้องเรียกร้อง ต้องปิดถนนแล้วเราจึงจะได้สิ่งที่ เรียกร้อง มันจะกลายเป็นวัฒนธรรมที่อันตรายในอนาคต ผมเห็นว่ากฎหมายที่รัฐบาลที่แล้ว แล้วก็เข้าในชั้นวุฒิสภาแล้ว นั่นคือ พ.ร.บ. การชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ. .... นั้นมีลักษณะการส่งเสริมประชาธิปไตย มีลักษณะการควบคุมให้มีวินัยในระดับหนึ่ง มีความรับผิดชอบในระดับหนึ่ง ถึงแม้จะมี ข้ออ่อนอยู่บ้างซึ่งวุฒิสภากําลังพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้อํานาจศาล ในการหยุดยั้งการชุมนุม ซึ่งอาจจะเป็นการก้าวล่วงหรือดึงอํานาจตุลาการเข้ามาเกี่ยวก็ตาม ตรงนั้นเป็นข้อเล็กน้อยซึ่งผมคิดว่าแก้ในหลักการบางส่วนได้ แล้วก็ทําให้กฎหมายนั้นเดินหน้า ต่อไป แต่คําถามที่ผมค้างคาอยู่ในใจก็คือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวรัฐบาลกลับไม่ รับรอง นั่นหมายความว่าในอนาคตถ้าเราเกิดการชุมนุมเกิดขึ้น ไม่ว่าการชุมนุมทางการเมือง ที่อาจจะเกิดเพราะความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเกิดเพราะการที่จะมีการนิรโทษกรรม หรือ การกระทําใด ๆ เพื่อให้บางคนพ้นผิดนั้น ท่านจะใช้กฎหมายอะไรครับ ท่านจะใช้ การปราบปรามหรือไม่ อันนี้เป็นคําถามที่ค้างคา อย่างไรก็ตามก็ฝากเรียนนะครับว่ารัฐบาล ควรเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวเข้ามาสู่สภาใหม่โดยเร็ว นอกเหนือจากที่ท่าน รับรองในเรื่องของ พ.ร.บ. องค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งจะเป็นประโยชน์ เพราะเป็น กฎหมายที่ประชาชนเสนอแล้ว แล้วก็กฎหมายอื่น ๆ แล้ว ที่เหลือผมคิดว่ารัฐบาลต้องรีบ ดําเนินการ อย่าให้เรารอนาน แล้วผมคิดว่าสถานการณ์ต่าง ๆ นั้นมันไม่รอ ขอบคุณครับ