มณเฑียร บุญตัน หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ โดยเรียกร้องให้ผ่านและแก้ไขข้อบกพร่อง เพื่อสนับสนุนและดูแลคนพิการในสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติ และส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่น กระผมต้องขอขอบพระคุณที่ได้มีโอกาสให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งโดยแท้แล้วได้ตกไปแล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ แต่ทางคณะรัฐมนตรีท่านได้กรุณา เสนอยืนยันเข้ามาอีกทีหนึ่ง ไม่ว่าโดยเนื้อหาสาระในฉบับใดผมอาจจะมีความเห็นแตกต่างอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่าเพื่อเป็นการเร่งกระบวนการนิติบัญญัติ โดยส่วนตัวแล้วผมจะสนับสนุนให้ผ่าน ความเห็นชอบทุกฉบับครับ ส่วนในเรื่องเนื้อหาสาระในรายละเอียดนั้นก็ไปพิจารณากัน ในขั้นกรรมาธิการต่อไป เพื่อไม่หยุดยั้งกระบวนการกฎหมายซึ่งมันมีจุดตั้งต้นอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉบับที่ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนได้รอมาเป็นเวลานาน ในวันนี้ พี่น้องประชาชนชาวไทยพลัดถิ่นก็ได้มาเยือนรัฐสภา ผมคิดว่าพระราชบัญญัติสัญชาตินั้น เป็นกฎหมายที่ยังมีปัญหาไม่จบสิ้นครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าบุคคลที่เกิดในช่วง ๒๕๑๕-๒๕๓๕ ในประเทศไทยนะครับ หลายคนไม่ได้การรับรองสัญชาติเป็นคนไทย แม้ว่าจะมีเรื่องของหลัก ดินแดน จะมีเรื่องของหลักสายเลือดอย่างไรก็ตามนะครับ อันนี้ก็คงจะต้องไปพิจารณากัน ในรายละเอียดต่อไป ผมก็หวังว่าคําว่า พี่น้องชาวไทยพลัดถิ่น นั้นจะหมายรวมถึงพี่น้องคนไทย ที่อยู่ในทุกพื้นที่ท้องถิ่นของประเทศไทย และมีชาติพันธุ์ที่อาจจะไม่สะท้อนถึงวัฒนธรรม กระแสหลักนะครับ ที่ผมว่าวัฒนธรรมกระแสหลักนี่ผมหมายถึงกระแสหลักที่นับเนื่องมาจาก กรุงศรีอยุธยา เพราะผมคิดว่ามีพี่น้องชาวไทยที่อยู่ตอนเหนือ พี่น้องชาวไทยที่อยู่ตอนใต้ ที่มีเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านที่อาจจะไม่ได้นับเนื่องวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับกระแสหลัก แต่ก็ถือว่าเป็นคนไทยครับ ภาษาโดยส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในตระกูลไทยครับ เพราะฉะนั้น ผมก็หวังว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นจะครอบคลุมถึงพี่น้องคนไทยทุกกลุ่มครับ ส่วนร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ในการพิจารณาอยู่แล้ว เช่น องค์การอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคนั้น ผมก็คิดว่าเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของพี่น้องประชาชนซึ่งควรจะต้องได้รับการเร่งพิจารณา ขณะนี้ มีคดีเกี่ยวกับเรื่องผู้บริโภคอีกมากมายมหาศาลที่ไม่ได้รับการแก้ไขครับ แม้ว่าเราจะได้มี วิธีพิจารณาคดีเกี่ยวกับผู้บริโภคออกไปแล้วเมื่อ ๒-๓ ปีที่ผ่านมานะครับ แต่ก็ปรากฏว่า กลับเป็นปัญหาต่อผู้บริโภคและเปิดช่องให้ผู้ให้บริการหรือเจ้าของกิจการนั้นสามารถ ที่จะฟ้องกลับหรือเอาไปหาประโยชน์ แล้วในท้ายที่สุดคนที่เสียเปรียบก็ยังคงเป็นผู้บริโภค เช่นเดิม
มีเรื่องที่ต้องขอประทานอนุญาตท่านประธานนะครับว่าโดยส่วนตัวผมเอง ก็ไม่สบายใจ แล้วก็จริง ๆ แล้วก็ไม่อยากพูดถึงแต่ว่าจําเป็นต้องพูดถึงครับ เพราะว่าผมเอง เป็นคนเดียวในสภานี้ที่เป็นตัวแทนพี่น้องคนพิการ แล้วก็เป็นจํานวนพลเมืองที่จะมีมากขึ้น เรื่อย ๆ นะครับ ตามอัตราส่วนของผู้สูงอายุ ขณะนี้เรามีคนพิการทั้งที่จดทะเบียนแล้ว และไม่ได้จดทะเบียน อยู่ประมาณร้อยละ ๑๐ ของประชากร และจะต้องเพิ่มขึ้น อย่างแน่นอน ไม่ว่าท่านจะรักหรือไม่รัก ชอบหรือไม่ชอบก็ตาม คนพิการจะมีเพิ่มขึ้น ในทุกสังคมครับ ยิ่งเราอายุยืนขึ้นเท่าไร ตายช้าเท่าไร ตายยากเท่าไร เราก็จะมีคนพิการ มากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ยิ่งเรามีภัยพิบัติมากเท่าไร ยิ่งเรามีอุตสาหกรรมพัฒนาไปมากขึ้นเท่าไร เราก็จะมีคนพิการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ครับ แต่อย่างว่านะครับ มีผู้นําคนพิการซึ่งกระผมเอง มีโอกาสได้ไปร่วมประชุมในองค์การสหประชาชาติเมื่อปีที่ผ่านมา เขากล่าวเป็นภาษาอังกฤษ น่าฟังนะครับ ผมจะขออนุญาตบังอาจพูดภาษาที่ไม่ใช่ภาษาพ่อแม่ แล้วจะแปลเป็น ภาษาไทยนะครับ เขาบอกว่า เพอร์ซัน วิธ ดิสซะบิลลิที ออน เดอะ เฟิร์ส ทู บี ฟอร์กอทเทิน แอนด์ เดอะ ลาสท์ ทู บี ริเมมเบอะ (Person with disability on the first to be forgotten and the last to be remember) ในสภาวะที่คนมีความสุขบ้างทุกข์บ้างในสภาวะปกติ คนพิการก็ยังเป็น กลุ่มแรกที่ถูกลืมและเป็นคนกลุ่มสุดท้ายที่คนนึกถึง เดอะ เฟิร์ส ทู บี ฟอร์กอทเทิน เดอะ ลาสท์ ทู บี ริเมมเบอะ และยิ่งในสภาวะที่เกิดภัยพิบัติครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เห็นกันตําตา อยู่นี่นะครับ มหาอุทกภัย ๒๕๕๔ คนพิการก็ยังคงครองแชมป์ (Champ) การเป็น เดอะ เฟิร์ส ทู บี ฟอร์กอทเทิน แอนด์ เดอะ ลาสท์ ทู บี ริเมมเบอะ
ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้นผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านขั้วการเมือง ผ่านพรรคการเมือง มามากมายครับ เริ่มยกร่างกันตั้งแต่หลังปีคนพิการสากล ก็คือปีพุทธศักราช ๒๕๒๔ เกือบจะผ่านความเห็นชอบในสมัยรัฐบาล ฯพณฯ พลเอก ชาติชาย ขอประทานโทษนะครับ ที่ต้องเอ่ยนาม แต่ก็เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง มาผ่านความเห็นชอบในสมัยรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ครับ ผมเองโดยส่วนตัวก็ไม่ได้นิยมรัฐประหาร อะไรเลยนะครับ แต่ไม่รู้เป็นเจ้ากรรมนายเวรอะไรนะครับ กฎหมายด้านสังคมหลายฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายคนพิการนี่ในระดับพระราชบัญญัติไม่เคยผ่านความเห็นชอบ จากสภาในสมัยรัฐบาลประชาธิปไตยเลยครับ เป็นที่น่าน้อยใจเหลือเกิน ต้องรอให้มี รัฐประหารเสียก่อนจึงจะผ่านครับ กฎหมายฉบับดังกล่าวชื่อว่า พระราชบัญญัติการฟื้นฟู สมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. ๒๕๓๔ ครับ มีความบกพร่องอยู่พอสมควร แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี สมัยนั้นได้ถือว่าเป็นกฎหมายด้านสังคมที่เปิดศักราชใหม่ของประเทศไทย ใช้มา ๑๐ ปีครับ มีข้อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยอาศัยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ครับ สมัยนั้นท่านนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้กรุณาแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณายกร่างกฎหมายฉบับปรับปรุง ซึ่งขณะนั้นท่าน ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการ ผมเองก็อยู่ในอนุกรรมการ ดังกล่าวด้วย การพิจารณาร่างปรับปรุงฉบับนั้นทําควบคู่ไปกับการที่ประเทศไทยได้ส่งผู้แทน ไปเจรจายกร่างและพิจารณาร่างอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการครับ ซึ่งกระผมเองก็ได้รับ ความไว้วางใจมอบหมายให้ไปเป็นผู้แทนประเทศไทย เป็นคนพิการคนแรกในที่ประชุม คณะกรรมการเฉพาะกิจที่ยกร่างที่ทําหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้แทนจากรัฐบาล เพราะฉะนั้น หลักการของกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งที่เป็นกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมาย ภายในประเทศ จึงได้มีการแลกเปลี่ยนผสมผสานกลับไปกลับมาจนกระทั่งประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นแกนนําในการยกร่างอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนด้านคนพิการฉบับแรก ของโลก มีประเทศไทยเป็นแกนนําครับ เผอิญร่างพระราชบัญญัติฉบับปรับปรุงก็คือ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น ร่างเกือบเสร็จแล้ว ก็มีอุบัติเหตุทางการเมืองเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน แล้วไปผ่านความเห็นชอบ เป็นกฎหมายออกมาในสมัย สนช. สมัยท่านนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ เห็นไหมครับ ผ่านการเมืองแทบจะเรียกว่าทุกฝ่าย ทุกขั้วเลยครับ แล้วไม่มีใครตั้งข้อรังเกียจใด ๆ ทั้งสิ้นครับ เนื่องจากว่าประเทศไทยนั้นได้เป็นผู้ยกร่างร่วมพิจารณาอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิ คนพิการตั้งแต่ต้น จึงมีเสียงเรียกร้องว่าทําไมประเทศไทยจึงไม่ให้สัตยาบัน เรามีประเพณี ที่จะต้องปรับปรุงกฎหมายภายในประเทศเสียก่อน และช่วงระยะเวลานั้นเมื่อผ่าน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งขณะนั้น ต้องรีบเอาเข้าสภา เพราะว่ากลัวว่าเมื่อเลือกตั้งแล้วกฎหมายฉบับนี้จะผ่านยากอีก ก็เลยต้อง รีบพิจารณา มีข้อบกพร่องบางประการเกิดขึ้นครับ เพราะว่าการพิจารณาในช่วงท้ายสุดมีปัญหาบางประการ แต่ว่าเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงต้องรีบเสนอเสียก่อน และก็ได้รับการพิจารณาเห็นชอบไป ประเทศไทยจึงพร้อม และให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการเป็นลําดับต้น ๆ เช่นกัน ในสมัย ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครครับ และเมื่อได้ให้สัตยาบันแล้ว ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็ได้มีการอนุวัตตาม ได้มีการเร่งออกกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ เพื่อให้เป็นไปตาม เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เมื่อใช้มาแล้ว ๓-๔ ปี เราก็พบว่าสิ่งที่มันเป็นข้อบกพร่อง มันจําเป็นต้องได้รับการแก้ไขจริง ๆ ครับ เช่น กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการไม่ได้อยู่ในฐานะเป็นนิติบุคคล มีความ ไม่คล่องตัว มีความยุ่งยาก ใช้ระบบราชการเข้ามา มันก็ไม่เกิดมรรคเกิดผลในการพิจารณา ในการปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ทางรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็เตรียมเสนอร่างเข้ามาครับ โดยทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระดมความเห็นจากภาคส่วนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการทั่วประเทศได้ร่วมกัน พิจารณา เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ เสนอเข้ามาแล้วครับ ผ่าน ครม. เรียบร้อยแล้วครับ จ่อจะ เข้าสภาเรียบร้อยแล้วครับ ข้างฝ่าย ส.ส. พรรครัฐบาลขณะนั้นคือพรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยพรรค ชื่อบุคคลมากมายนะครับ โดยท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ ก็ได้กรุณารวบรวมรายชื่อเสนอภาคของ ส.ส. เข้ามาด้วย ก็เผอิญได้มีเหตุเภทภัยเกิดขึ้นครับ มีการยุบสภา ซึ่งก็ทําให้ร่างทั้งของรัฐบาลและของ ส.ส. ตกไปครับ กระผมเองเผอิญมี ความใกล้ชิดสนิทสนมกับท่าน ส.ส. พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ซึ่งปัจจุบันท่านอยู่ในวิปรัฐบาล ต้องขอประทานโทษต้องเอ่ยชื่อท่านอีกแล้วครับ ท่านก็บอกว่าไม่เป็นอะไรอาจารย์เดี๋ยวผม จะเตรียมยื่นเสนอให้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลเองก็ต้องยืนยันนะครับ เพราะร่างรัฐบาลควรจะเป็นร่างฉบับหลัก คนพิการเราก็เป็นแฟนพรรคการเมืองทุกพรรคล่ะครับ ในส่วนที่จะต้องเดินทางไปพบกับพรรคการเมืองแต่ละพรรคก็ไปกันครับ รวมทั้งไปพบกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในขณะที่ท่านกําลังหาเสียงอยู่ ท่านก็บอกยินดีสนับสนุน เมื่อท่านชนะ การเลือกตั้งแล้วท่านก็ยังบอกอีกครับว่ายินดีสนับสนุน คนพิการก็ยินดีครับ แต่ปรากฏว่า ใจจดใจจ่อรอคอยจนถึงเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ก็ได้พบว่าร่างฉบับที่รัฐบาลบอกว่ายินดี สนับสนุนมันไม่ปรากฏใน ๒๔ ฉบับ จากความดีใจเป็นความเศร้าครับ ไม่รู้จะต้องรอให้มี รัฐประหารอีกหรือเปล่ากฎหมายแบบนี้จึงจะเข้าสภานะครับ ก็ต้องขอร้องกันล่ะครับว่า ไหน ๆ ท่านพิษณุท่านก็เสนอแล้วในภาคของ ส.ส. ท่านนายกรัฐมนตรีได้ช่วยกรุณา ลงนามด้วยครับ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เกี่ยวข้องกับการเงินอย่างไรท่านนายกรัฐมนตรี ต้องลงนามครับ แล้วขอความกรุณาเถอะครับว่ารัฐบาลก็กรุณารีบส่งเข้ามาเถอะครับ กฎหมายฉบับนี้มีแต่คุณ ไม่มีโทษครับ ประเทศไทยกําลังจะได้รับการยอมรับทั่วโลก ในเรื่องสิทธิมนุษยชนก็เรื่องด้านคนพิการนี่ละครับ เพราะว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนในสาขาอื่น ประเทศไทยไม่ค่อยได้รับการยอมรับครับ ทางพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ยังเชื่อว่าท่านก็ยังควร เสนอเข้ามาครับ เพื่อให้มีความหลากหลาย และเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมว่ากฎหมาย ด้านคนพิการนั้นเป็นกฎหมายที่สะท้อนความหลากหลายทางการเมือง เห็นพ้องต้องกันครับ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านก็ได้กรุณาบอกผมว่ายินดีสนับสนุนตั้งแต่ที่พบท่าน ที่พัทลุงเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ก็ขอความกรุณาว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้โปรดเสนอเข้ามาด้วยครับ อีกไม่กี่ปีเราจะมีผู้สูงอายุเป็นร้อยละ ๒๐ และผู้สูงอายุนี่แหละครับจะมีความพิการเป็นจํานวนมาก ถ้าเราไม่เตรียมโครงสร้างพื้นฐาน เอาไว้ในปัจจุบันนี้ ถ้าเราไม่เตรียมระบบบริการสาธารณะที่ครอบคลุมไว้ตั้งแต่วันนี้ เราจะมี ปัญหามากครับ ว่าจะมีคนตกหล่น จะมีการเลือกปฏิบัติ จะมีหลายมาตรฐานในการให้บริการ ประชาชน สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ หลังน้ําลด ระบบข้อมูลข่าวสารที่สื่อกันไม่รู้เรื่องก็เพราะว่า เรามีฟอร์แมท (Format) ของระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์หลากหลายเหลือเกิน ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันครับ ต้องอาศัยกฎหมายในการบังคับใช้ เราจะต้องมีมาตรฐาน การก่อสร้างที่เป็นสากลครับ สิ่งเหล่านี้อยู่ในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการ ท่านทั้งหลายที่กําลังนั่งอยู่ ยังอยู่ในวัยรุ่นหนุ่มสาวอาจจะไม่คิดอะไรครับ แต่เมื่อท่านแก่ตัวลงเมื่อหูตาฝ้าฟาง ขยับร่างกายก็ไม่ค่อยสะดวก ท่านจะกลับไปนอน หยอดข้าวต้มให้ลูกหลานเลี้ยงหรือว่าท่านจะมีชีวิตอยู่อย่างสง่าผ่าเผยจนลมหายใจ เฮือกสุดท้ายของชีวิต ท่านจะเอาแบบไหนครับ ถ้าท่านต้องการที่จะมีชีวิตอย่างมีคุณภาพ ต่อไป ไม่ว่าท่านจะอายุ ๗๐ ปี ๘๐ ปี หรือ ๙๐ ปี ขอโอกาสให้กฎหมายด้านคนพิการเถอะครับ ไม่ต้องรอให้มีรัฐประหาร เพราะผมไม่อยากให้มีอีกแล้ว ผมไม่อยากให้มีสิ่งเหล่านั้นอีกแล้วครับ ไม่ต้องรอให้มีอีกแล้วครับ เสนอเข้ามาในรัฐบาลประชาธิปไตยชุดนี้ละครับ แล้วผมจะรอ จะรอพิจารณาร่วมกับพี่น้องในวุฒิสภา จะรอพิจารณาร่วมกับพี่น้องในรัฐสภาแห่งนี้ครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ