คํานูณ สิทธิสมาน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบการเจรจาเขตแดนไทย-พม่า และขอให้รัฐบาลพิจารณาปรับปรุงข้อ ๑๑ เพื่อให้ชัดเจนขึ้น และให้ยึดถือความตกลงที่เกิดขึ้นก่อนเป็นสําคัญ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม คํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมได้อ่านกรอบการเจรจาที่เสนอมาแล้ว ก็ขออนุญาตตั้งคําถาม และเป็นข้อสังเกต ในกรอบที่ว่ากรอบการเจรจาเพื่อสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบก ไทย-พม่าตลอดแนว ในกรอบของคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-พม่า และกลไกอื่น ๆ ภายใต้กรอบนี้ มีทั้งสิ้น ๑๑ ข้อ ข้อ ๑ ถึงข้อ ๑๐ ก็เป็นสัญญาหรือความตกลงต่าง ๆ ระหว่าง ๒ ประเทศ ตั้งแต่เมื่อ ๑๐๐ ปีก่อน จนถึงล่าสุด ค.ศ. ๑๙๙๑ แต่ว่าในข้อ ๑๑ ที่เขียนไว้บอกว่า แผนที่และเอกสารที่เกี่ยวข้องที่จัดทําขึ้นตามความตกลงทุกฉบับที่กล่าวถึงข้างต้น ถ้าโดยคําพูดก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ แต่ว่าขออนุญาตถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนะครับว่าในกรณีที่เกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมา ว่าความตกลงนั้นระบุไว้อย่างหนึ่ง แต่ว่าแผนที่ที่จัดทําขึ้นภายหลังนั้นกลับมีความขัดหรือแย้งกัน หรือมีความคลาดเคลื่อนกัน เวลาการเจรจาเราจะยึดถือหลักอะไร จะมีความรอบคอบ รัดกุมกว่าหรือไม่ครับ ถ้าเผื่อว่าทางรัฐบาลจะปรับกรอบการเจรจานี้ให้มีความชัดเจน ในข้อ ๑๑ ว่า แผนที่และเอกสารที่เกี่ยวข้องที่จัดทําขึ้นตามความตกลงทุกฉบับที่กล่าวถึงข้างต้น ในกรณีที่แผนที่และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ที่จัดทําขึ้นตามความตกลง ขัดหรือแย้ง กับความตกลงที่เกิดขึ้นก่อน ให้ยึดถือความตกลงที่เกิดขึ้นก่อนเป็นสําคัญ ถ้าจะกระทําได้อย่างนี้ ก็น่าจะมีความรัดกุมขึ้น กระผมเชื่อว่าเราคนไทยทุกคนนั้นก็คงจะได้เห็นบทเรียนในกรณี ความขัดแย้งด้านเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาในขณะนี้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็คือว่ามันเกิด ความขัดหรือแย้งกันขึ้นระหว่างความตกลงที่เกิดขึ้นก่อน กับแผนที่ที่จัดทําขึ้นตามความตกลง หรือบางทีก็เป็นแผนที่ที่ไม่ได้จัดทําขึ้นตามความตกลง อย่างเช่นในกรณีของไทย-กัมพูชา นั้น เรามีอนุสัญญาปี ค.ศ. ๑๙๐๔ เรามีสนธิสัญญาปี ค.ศ. ๑๙๐๗ ถ้าเราจะดูเอ็มโอยู ๒๕๔๓ ในข้อ ๑ เอ (A) ข้อ ๑ บี (B) ก็ระบุถึงความตกลง ๒ ข้อนี้ และในข้อ ซี (C) นั้นก็ระบุว่า แผนที่และเอกสารต่าง ๆ ที่จัดทําขึ้นตามข้อเอและข้อบี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก็เป็นปัญหา ที่คาราคาซังหาจุดจบไม่ได้ ก็คือว่ามันเกิดเหตุขึ้นมาว่าแผนที่นั้นเกิดขัดหรือแย้งค่อนข้างมาก กับความตกลงที่เกิดขึ้น ในกรณีของไทย-กัมพูชา นั้น เราก็คือหมายถึงแผนที่ ๑๑ ระวางที่ ประเทศฝรั่งเศสจัดทําขึ้นโดยไม่ผ่านคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส เมื่อ ๑๐๓ ปี ๑๐๔ ปีก่อนนั้น หรือรัฐบาลมองว่าผ่านไม่ครบทุกฉบับ ในขณะที่ทางฝ่าย ประเทศกัมพูชาเขายึดถือแผนที่ ทางฝ่ายประไทยยึดถือความตกลง พูดง่าย ๆ ก็คือ ฝ่ายประเทศไทยก็พูดว่ายึดสันปันน้ําตามความตกลง ฝ่ายประเทศกัมพูชาก็บอกว่ายึดถือ แผนที่ซึ่งเป็นแผนที่ที่จัดทําขึ้นภายหลังความตกลง เพราะฉะนั้นมันก็เป็นปัญหาที่เจรจากันไป ก็ยากที่จะหาจุดจบหรือหาข้อตกลงกันได้ เพราะฉะนั้นในกรณีของการจัดทําหลักเขตแดน ตลอดแนวไทย-พม่า ที่จะเกิดขึ้นใหม่ ผมเข้าใจว่ายังไม่มีเอ็มโอยูที่เป็นกรอบทั้งหมด แต่ว่าเท่าที่อ่านดูนี้มีเอ็มโอยูเฉพาะจุด ทีนี้เมื่อเรามีบทเรียนเช่นนี้แล้ว เมื่อสมาชิกรัฐสภา จะอนุมัติกรอบการเจรจานี้แล้ว ก็ฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า รัฐบาลจะ พิจารณาเพิ่มเติมในข้อ ๑๑ หรือถ้าจะเป็นข้อ ๑๒ อะไร จะมีความเป็นไปได้ไหม ที่ท่านจะ ระบุให้ชัดเจนไปเลยว่าเราจะยึดถือกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศเป็นสําคัญ ให้ยึดถือตัวบทของ สนธิสัญญาหรือความตกลงที่เกิดขึ้นก่อนเป็นสําคัญ แผนที่หรือเอกสารที่จัดทําขึ้นภายหลัง หากเกิดกรณีที่เป็นปัญหาขัดหรือแย้งกับความตกลงหรือสัญญาที่เกิดขึ้นก่อนนั้น ให้ยึดความตกลงหรือสัญญาที่เกิดขึ้นก่อนเป็นสําคัญ ผมเข้าใจว่านี่เป็นกฎเกณฑ์ กติกา ระหว่างประเทศ ต้องกราบขออภัยท่านประธานที่ไม่อาจจะอ้างได้ว่าเป็นสนธิสัญญาฉบับใด เกรงว่าจะผิดเพราะว่าก็เป็นมือใหม่ในวงการนี้ อันนี้เป็นสิ่งที่กระผมเห็นว่ามีข้อควรพิจารณาที่ทางกระทรวงการต่างประเทศ ควรจะได้พิจารณาปรับปรุงกรอบการเจรจาในข้อ ๑๑ ให้มีความชัดเจนขึ้น หรือท่านจะเพิ่ม เป็นข้อ ๑๒ ก็สุดแท้แต่ว่าจะเป็นไปได้ไหม และท่านจะตอบคําถามผมได้ไหมว่าก่อนหน้านี้ ในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านว่า ตกลงเรายึดถืออะไรเป็นกรอบ ในกรณีที่เกิด ความขัดแย้งระหว่างความตกลงหรือสัญญาที่เกิดขึ้นก่อน กับแผนที่ที่เกิดขึ้นตามสัญญานั้น ซึ่งเกิดขึ้นภายหลัง และมันเกิดความคลาดเคลื่อน เกิดความขัดแย้งกันเห็นได้ชัดนี่นะครับ เรายึดถืออะไรเป็นสําคัญ เราจะต้องยึดถือให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน กระผมเข้าใจว่า ท่านรัฐมนตรีน่าจะเข้าใจในสิ่งที่ผมถามอันนี้ ขออนุญาตไม่ออกหรือไม่ระบุในรายละเอียด ในชั้นนี้แล้วกันนะครับว่า บางครั้งพอมันเกิดมาตรฐานที่เราไปยึดอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านที่เขาเจรจากับเรา พอเกิดปัญหาอย่างนั้นตามขึ้นมานี่นะครับ เขาก็จะขอเอาบ้าง เป็นต้นว่า เวลาประเทศไทยเจรจากับประเทศเอ เราไปบอกว่าแผนที่ที่เกิดขึ้นภายหลังนั้น สําคัญกว่าความตกลงที่เกิดขึ้น แล้วก็ถือว่ามีผลเป็นการปรับปรุงความตกลงที่เกิดขึ้นในอดีต ประเทศบีเขาเห็นอย่างนี้ เขาก็เห็นว่าถ้าประเทศไทยมีจุดยืนเช่นนี้เขาจะได้เปรียบในกรณีนี้ เขาก็ขอที่จะดําเนินการอย่างนั้นบ้าง มันก็จะเป็นปัญหาในการเจรจาระหว่างประเทศไทย กับประเทศบี เพราะว่าในกรณีของประเทศเอนั้นเราอาจจะได้เปรียบถ้ายึดแผนที่ ที่เกิดขึ้นทีหลัง แต่กับประเทศบีนั้นเราอาจจะเสียเปรียบหากยึดแผนที่ แต่เราจะได้เปรียบ หากยึดความตกลงที่เกิดขึ้นก่อน กระผมขออนุญาตไม่ระบุรายละเอียดให้มีความชัดเจน เพราะฉะนั้นที่ที่ไม่ระบุรายละเอียดให้มีความชัดเจนเพราะก็เกรงว่าจะไม่มีความเหมาะสม เพราะฉะนั้นในเมื่อรัฐสภาจะทําหน้าที่ตามมาตรา ๑๙๐ เพื่ออนุมัติกรอบการเจรจาแล้ว กระผมจึงอยากจะให้เกิดความชัดเจนขึ้นมาว่าต่อไประหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่านั้น ถ้ามันเกิดการขัดหรือแย้งกันระหว่างสัญญาหรือความตกลงที่เกิดขึ้นก่อน กับแผนที่ ที่เกิดตามมาภายหลัง เราประเทศไทยจะยึดอะไรเป็นหลักในการเจรจา ซึ่งในที่นี้มันอาจจะ ไม่เกิดความขัดแย้งกันขึ้นมาเลยก็ได้ แต่ถ้าเผื่อมันเกิดความขัดแย้งขึ้นมานั้น การจะยึด อย่างไรเป็นสําคัญนั้น กระผมว่าถ้าเราสามารถที่จะกําหนดไว้ตั้งแต่ต้นเลยก็น่าจะมี ความเหมาะสมกว่าด้วยประการทั้งปวง กระผมขออนุญาตเสนอประเด็นแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ