เรวัต สิรินุกุล หารือเรื่องการเปิดด่านไทย-พม่าอย่างถาวร เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าขายระหว่างสองประเทศ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาในจังหวัดกาญจนบุรี และการเจรจาที่ตรงไปตรงมา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืน
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภาครับ ร่างกรอบการเจรจาเพื่อสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบกไทย-พม่า ตลอดแนว ในกรอบของคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-พม่า และกลไกอื่นภายใต้กรอบนี้ ท่านประธานครับ ได้ฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงแล้ว ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับว่าที่จําเป็นต้องมีการเจรจาแล้วก็เปิด นั่นก็คือเขตแดนไทยกับพม่า เป็นเรื่องสําคัญในเรื่องเศรษฐกิจ ผมเห็นด้วยครับ ตลอดระยะแนวความยาว ๒,๔๐๑ กิโลเมตร ผ่านจังหวัดกาญจนบุรี ๓๐๐ กว่ากิโลเมตรนะครับ ก็ยาวไม่น้อยนะครับ แต่ในช่วงที่ผ่านมา แล้วจะเจรจาอย่างไรหรือยังไม่เจรจาอย่างไร จนกระทั่งมีการเจรจา ตรงนี้มีแต่ปัญหาตลอดครับ ปัญหาก็คือว่า อย่างในจังหวัดกาญจนบุรีมีด่านหลายด่านครับ ด่านที่โด่งดังแล้วก็เป็นที่รู้จัก ของคนทั้งชาติหรือในโลกนี้ก็ว่าได้ ก็คือด่านเจดีย์ ๓ องค์ ตรงนี้ครับเป็นด่านประวัติศาสตร์ แต่ปัญหาเกิดขึ้นตลอดครับ เดี๋ยวปิดเดี๋ยวเปิด เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด ทั้ง ๆ ที่เจดีย์ทั้ง ๓ องค์นี้ อยู่ในเขตไทย ความจริงแล้วพี่น้องคนไทย ทั้งไทยทั้งพม่าก็ไปหาสู่กันมาตลอด แต่วันดีคืนดี มีปัญหาพม่าก็ปิด ก็เกิดปัญหา เท่าที่กระผมไปดูมาทั้งไทยและพม่าเขาทํามาหากินกันโดยปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราอยู่กันอย่างผาสุก แต่การเจรจาให้เป็นด่านถาวรยังไม่เกิดขึ้นครับ ท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่ประวัติศาสตร์ยาวนาน เปิดด่านเป็นอย่างนี้ไป เพราะฉะนั้นการเจรจาครั้งนี้ ผมเห็นด้วย ถ้าหากเป็นไปได้อย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจง มันจะมีการเปิดด่านอย่างถาวรเพื่อให้เกิดเศรษฐกิจ นี่เป็นเรื่องสําคัญนะครับ จําเป็นอย่างยิ่ง และโดยเฉพาะในขณะนี้ประเทศไทยก็จะทําเศรษฐกิจค้าขายกับประเทศพม่า ซึ่งได้มีการ ลงทุน ซึ่งกระผมก็ได้กราบเรียนไปแล้ว ท่านประธานก็ทราบ สภาแห่งนี้ก็ทราบไปแล้ว รับรู้ไปแล้ว ซึ่งบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) ต้องเอ่ยนามสักนิด ได้สัมปทานจากประเทศพม่าสร้างทางไปยังเมืองทวาย นี่ครับตรงนี้ แล้วก็จะต้องผ่านด่านที่ บ้านแม่ทามี่ของประเทศพม่า แล้วก็พุน้ําร้อนที่อําเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ตรงนี้เป็นเรื่อง สําคัญครับ เศรษฐกิจจะไหลจากประเทศยุโรป ประเทศอินเดียเข้าประเทศไทย ใช้ระยะเวลาสั้น ๆ ตรงนี้เป็นสิ่งที่สําคัญ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดด่านนี้อย่างถาวร มีแต่ด่านผ่อนปรนชั่วคราว ให้เกิดขึ้นเท่านั้นเอง ให้บริษัทเขาไปขนของ ไปทํา ไปเปิด แล้วก็สร้างถนนหนทาง เมื่อกรอบการเจรจาตรงนี้มีขึ้น ถ้ามีขึ้นแล้วเจรจาอย่างถาวรได้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้จะเป็นไปได้ไหม ความเป็นไปได้มีแค่ไหนครับ
ในเรื่องของปัญหาที่จะเกิดขึ้น จริง ๆ แล้วชายแดน ท่านประธานครับ ตามแนวตะเข็บชายแดนของจังหวัดกาญจนบุรี มีทั้งมอญ กระเหรี่ยง ชนกลุ่มน้อยครับ เวลาจะมีการรบกันอะไรต่ออะไร เขารบ พม่าตีก็เข้ามาฝั่งไทย พม่าถอยไปเขาก็กลับไปยัง ฝั่งพม่า ตรงนี้ก็เป็นแนวทางที่ต้องเจรจา และเป็นเรื่องสําคัญ เป็นปัญหาเฉพาะด้วย เพราะฉะนั้นกระผมไม่คิดว่ามันจะยาก ง่ายแค่ไหน แต่ก็เชื่อนะครับเชื่อว่าคงจะเจรจากันได้ เพราะที่ผ่านมานั้นถ้าหากว่ามีการเจรจาแล้วกระผมเชื่อว่าทุกอย่างก็เป็นไปได้ดี แต่เรายัง ไม่มีการเจรจาอย่างแน่นอนและที่ถาวรเลยสักครั้งเดียว การไปมาหาสู่กัน แล้วก็สมัย ก่อน ๆ นั้นกระผมยังไม่ค่อยได้เห็นว่ารัฐบาลได้ดําเนินการในเรื่องนี้ เพียงแต่การดําเนินการ เป็นไปในรูปของทหารครับ อย่างนายทหารใหญ่ ๆ ผู้บัญชาการทหารบก ทหารเรือ หรือทหารอากาศ อะไรก็แล้วแต่ เวลาจะไปประเทศพม่าเขาก็เจรจาในการทูตทางด้านการทหาร แค่นั้นเอง ในขณะนี้ก็เหมือนกันครับ อย่างผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๙ จังหวัดกาญจนบุรี จะไปประเทศพม่าก็ง่ายนิดเดียว ก็สามารถที่จะเอารถไปได้ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๙ อนุญาตให้เข้าไป อย่างนี้เป็นต้น ง่าย แต่ในทางปฏิบัติโดยแท้จริงของกระทรวงการต่างประเทศหรือรัฐบาล ไม่มีนะครับ ท่านประธาน ยังไม่มี เมื่อมีร่างกรอบการเจรจานี้ขึ้นมา ผมจึงถือว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ทั้งคนไทยและคนพม่าอย่างมาก จึงอยากให้เกิดขึ้น อยากเห็นให้เกิดขึ้น ซึ่งถ้าวันนี้ ผ่านไปแล้ว อีกนานไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะสภาจะยุบอยู่แล้วจะทันไหมครับ อย่างนี้จะทันไหมครับ ปัญหาตรงนี้ก็อยากฝากเลยไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศถ้าจะมีการเจรจา ท่านประธานครับ พี่น้องคนพม่านี้มาทํางาน ในประเทศไทยเยอะนะครับ มาขายแรงงานเยอะนะครับ แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นเหมือนกัน อย่างที่ไปทํางานตามบ้านต่าง ๆ พี่น้องคนไทยเราก็ไม่ค่อยนิยม ก็ต้องอาศัยแรงงานจาก ประเทศพม่ามาทํางาน ปัญหาก็เกิดขึ้นตามบ้านตามช่อง มีการฆ่าแล้วก็ทําร้ายนายจ้าง อย่างนี้ก็ต้องมาเจรจาไหม นอกเหนือจากชายแดน เจรจาไหม ท่านประธานครับ คือสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าจะต้องหยิบยกเข้ามา เพราะว่ากระผมเชื่อเหลือเกิน และผมอยากเห็นว่า ในชายแดนของเราไม่ว่าประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม อะไรก็แล้วแต่ที่ใกล้เคียง ให้อยู่อย่างถาวร อยู่อย่างมีความสุข เจรจากันอย่างมีความสุข ไปมาหาสู่กัน เรื่องนี้ก็เลยมานึกถึง ท่านประธานก็เคยไปมาแล้ว นึกถึง อย่างในต่างประเทศ แถวยุโรปเขาไปกันเกือบทั่วทั้งยุโรปเลย นั่งรถผ่านแดนไป แล้วใช้พาสปอร์ต (Passport) ก็ผ่านได้ทุกด่านเลยครับ ไม่ว่าจะไปไหนในยุโรปไปได้ทั่วครับ ไม่ว่าจะประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมัน ประเทศอิตาลี แถวบริเวณนั้นเขาไปกันได้ทั่ว อย่างนี้เขาก็ไปได้ เราทําอย่างนั้นบ้าง ไม่ได้หรือ เราทําอย่างนั้นได้ไหมครับ ไม่ให้มีการทะเลาะวิวาทกัน เห็นไหมครับเมื่อเช้านี้ หมอประสิทธิ์ก็บอกว่าเรื่องเขมร นี่ก็ทะเลาะกันอีกแล้ว เห็นท่านรัฐมนตรีไปนั่งคุยกับพี่น้อง ไม่รู้คุยกันอย่างไรบ้าง ก็มาเล่าสู่ให้รัฐสภาฟังบ้างว่าเป็นอย่างไร จะสงบได้ไหม จะยิงกัน อีกไหมครับ อย่างนี้ให้เกิดประโยชน์ได้ไหมครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในตะเข็บชายแดน ไม่ว่าจะที่ไหนก็แล้วแต่ เป็นสิ่งที่จําเป็นที่สุดที่รัฐบาลนี้ต้องทํา ทุกรัฐบาล ต้องทํา แล้วไม่ให้เกิด บางรัฐบาลเขาก็เข้ากันได้ ทําอย่างดี เขาก็สามารถที่จะเจรจา นายกรัฐมนตรีต่อนายกรัฐมนตรี เจรจากันอย่างดีก็ไม่มีปัญหาอะไร อยู่กันด้วยความราบรื่น สงบ ค้าขายกันตามตะเข็บชายแดน แต่บางรัฐบาลก็มีแต่ปัญหาเกิดขึ้น สร้างปัญหาเกิดขึ้น อย่างนี้ละครับ แล้วไม่มีวันจะจบสิ้นไปด้วย อยากเห็นจริง ๆ ว่ากรอบเจรจานี้ของ ประเทศพม่ากับประเทศไทย ให้สามารถเจรจากันอย่างสันติสุข แล้วก็อย่างถาวรยั่งยืนด้วย ท่านประธานครับ พี่น้องตามตะเข็บชายแดน จริง ๆ แล้วไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมาก แต่ก็ไม่สามารถอยู่อย่างยั่งยืนได้ เวลาอะไรขึ้นทีหนึ่งก็ต้องหนีภัย ล้มตายกัน ผมจึงอยากเห็นครับ ชายแดนเรา จังหวัดกาญจนบุรียาวเหยียดมาเลยครับ ตั้งแต่จังหวัดตากยาวเหยียดมาเลยครับ ไปถึงจังหวัดระนอง โน่นละครับยาวเหยียด อยู่ด้วยความสงบสุข เราไปกันอย่างฉันพี่น้อง นี่คือสิ่งที่กระผมอยากเห็น อยากจะเห็นเหมือนกับที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศได้พูดไว้ นี่ท่านชี้แจงไว้นี่ดีมาก แล้วทําได้ไหม ทําได้ไหมครับ ท่านประธาน อยากจะทําอย่างที่พูดไว้นี่จะทําได้ไหม เจรจาแล้วจะสําเร็จไหม อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะกราบเรียน ในแนวทางของการเจรจา ผมไม่แน่ใจว่าการเจรจา โดยยึดหลักอะไรก็แล้วแต่ ฉันพี่น้องเป็นเรื่องสําคัญ ท่านประธานครับ เจรจาด้วย ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร ตรงไปตรงมา แล้วให้อยู่อย่างมั่นคงได้ ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญ เกียรติยศและศักดิ์ศรีมีครับ ต้องมี แต่ว่าการเจรจาแบบฉันพี่ฉันน้องเป็นเรื่องสําคัญ ผมจึงอยากเห็นตรงนี้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามครับ ผมเห็นด้วย ที่รัฐบาลได้เสนอร่างกรอบการ เจรจาหลักเขตแดนไทย-พม่า และอื่น ๆ ด้วย วันก่อนนี้ผมเห็น มีอันหนึ่งนะครับ ท่านประธาน ประเทศลาว ผมดูในนั้นแล้ว ผมเห็น ในระหว่างที่จะไปเจรจา และเจรจา มาแล้ว แต่จะมาให้สภาให้ความเห็นชอบ ผมดูแล้วหลาย ๆ ข้อ เจรจามาด้วยดี เจรจามา อย่างดีเลย แล้วแต่ละข้อ ทั้งหมด ๑๐ กว่าข้อ มีแสดงความยินดีกัน ๑๐ ข้อนะครับ ท่านประธาน ๑๐ ข้อเลยเจรจากันมาอย่างดีเลย ยินดีทั้ง ๒ ฝ่าย นี่ผมก็อยากจะเห็นอย่างนั้น เหมือนกัน อยากเห็นว่าไปเจรจามาแล้ว แต่ละฝ่ายแสดงความยินดีซึ่งกันและกัน อยากเห็น อย่างนั้นครับ แต่ในการเจรจาครั้งของประเทศไทยและประเทศลาวนั้น กลับถอนออกไป ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน วันนี้ยังไม่ได้ถามว่าทําไมถอนออกไป ผมก็อยากเห็นอย่างนั้นครับ ทั้ง ๒ ฝ่ายด้วยความยินดี แต่ผู้ที่เจรจาไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้ลงนามในการเจรจาไทยกับลาว นี่ครับอย่างนี้ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ แต่ครั้งนี้มาเจรจา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ก็อยากให้เหมือนกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเขาทํา ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะทําได้อย่างนั้นไหม ก็ฝากไว้ครับ ฝากแล้วหวังว่าท่านคงทําได้ ก็เชื่อมั่นว่าท่านคงสามารถดําเนินการได้ เพราะว่าเห็นรูปท่าน ไปนั่งกับพี่น้องประชาชน เข้าท่าดีเหมือนกัน ก็อยากจะเห็นเรื่องนี้นะครับท่านประธาน ว่าครั้งต่อไปนี้เอามาแจ้งหรือว่าให้รัฐสภาได้รับทราบ ก็ให้มีว่าไปเจรจาแล้วทั้ง ๒ ฝ่าย ด้วยความยินดี ข้อ ๑ ยินดีทั้งคู่ ยินดี ยินดีปรบมือ ยินดีกัน ด้วยความยินดี ยินดี ยินดี ยินดี ถ้าท่านไปอ่านนะครับ ที่เขาไปเจรจาของไทย-ลาว ว่าเขายินดีกันเพราะอะไร ยินดีอย่างไร ท่านทําตามอย่างเขาครับ กับประเทศพม่าก็ได้รับความยินดีครับ ท่านประธานครับ