รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๒๖ เมษายน ๒๕๕๔

เจตน์ ศิรธรานนท์ หารือเรื่องสินค้าการเกษตรไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดตลาดการค้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย และขอความร่วมมือของรัฐบาลในการพัฒนาเกษตรกรรมให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ มาตรฐานสินค้าเกษตรที่ส่งออกต่างประเทศ และพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ประเทศไทยยึดจีดีพี (GDP) เป็นสรณะ เพราะฉะนั้นทําอย่างไรก็ตาม ทิศทางของรัฐบาลก็ย่อมมุ่งไปที่จะทําให้เราได้เปรียบดุลการค้ากับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้นกรอบความเข้าใจในเรื่องสินค้าการเกษตร บันทึกความเข้าใจนี้ระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ก็จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่ง ประเทศไทยเป็นประเทศ เกษตรกรรม เพราะฉะนั้นการขยายการเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรทางด้านการส่งออก เป็นเรื่องของความจําเป็น เราได้เปรียบ แล้วทิศทางของประเทศเรามุ่งไปที่ประเทศไทย เป็นครัวโลก ซึ่งมันก็สอดคล้องกับต้นทุนที่เรามีในเรื่องของสินค้าทางการเกษตร และเราก็ พบว่าเราสามารถส่งออกร้านอาหารไทยไปทั่วโลก ไม่ว่าเราจะเดินทางไปที่เมืองไหน ๆ ในโลกนี้ก็ล้วนแล้วแต่มีร้านอาหารไทยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นสินค้าเกษตรจึงเป็นแหล่งที่นําเงินตราเข้าประเทศเป็นอย่างดี แต่ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องเกษตรกรยากจนเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมายาวนาน ภาคการเกษตรเป็นปัญหา ของประเทศไทยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือว่าเกษตรประเภทอื่นนะครับ ซึ่งตรงนี้ การแก้ไขของรัฐบาลที่ผ่านมาผมถือว่าค่อนข้างจะล้มเหลว ดังนั้นในการที่เราจะทําเอฟทีเอ ไม่ว่าจะทํากับประเทศใดก็ตามเราก็ไม่สามารถจะแก้ไขความยากจนของเกษตรกรได้ สิ่งนั้น ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องว่าถ้าเราถือว่าเกษตรกร เป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ ในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมาผมก็ได้ผ่านกฎหมายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ว่ามีเจตนารมณ์ที่จะช่วยเหลือเกษตรกร แต่ว่าก็ยังไม่สามารถจะทําได้ เท่าที่ควร ตรงนี้คือปัญหานะครับ

ท่านประธานครับ ในเรื่องของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ก็เป็นเรื่องของการพัฒนา ทางด้านการเกษตร ทิศทางที่เราวางไว้ในข้อที่ ๔ เรื่องของขอบเขตความร่วมมือกว้าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเกษตร ในเรื่องสัตว์ ประมง และพืช การส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร การจัดการและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพด้านการเกษตร การส่งเสริม ความร่วมมือและประสานงานระหว่างองค์กรต่าง ๆ ระหว่างประเทศและองค์กรระดับภูมิภาค ล้วนแล้วแต่จะมาเสริมทิศทางของการพัฒนาเกษตรกรและเกษตรกรรมในชาติ ทิศทางของ ประเทศชาติก็คงจะต้องหาตลาดใหม่นะครับ ผมอยากจะฝากข้อสังเกตไปว่าในประเทศแอฟริกาใต้ เหมือนกับเกตเวย์ (Gateway) คือเป็นประเทศที่เปิดประตูส่งออกสินค้าแล้วก็ทิศทาง ของการค้าไปกับประเทศแอฟริกาอื่น ๆ

ท่านประธานครับ ผมเคยไปประเทศโมร็อกโก ประเทศตูนีเซีย ช่วงก่อนที่จะ มีการปฏิวัติของประชาชน และที่นั่นก็ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับท่านเอกอัครราชทูต ท่านก็ให้ข้อคิดที่ค่อนข้างดีว่าการเปิดตลาดการค้าของเรายังทําได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร ตลาดการค้ายังเปิดกว้างอีกมาก เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรวมถึง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องก็มีความจําเป็นที่จะต้องเปิดตลาดการค้าให้มากขึ้น และเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ยังถือว่าเรายังมีช่องว่าง ท่านประธานครับ ประเทศจีน เขาไปตั้งสํานักงานในทวีปแอฟริกา ในหลาย ๆ ประเทศก็เพื่อมุ่งไปในแนวทางเดียวกับ ประเทศไทย คือเปิดตลาดการค้าให้มากที่สุดเพราะว่าทวีปแอฟริกาเป็นตลาดแหล่งใหญ่นะครับ

ในเรื่องของกรอบบันทึกความเข้าใจตรงนี้ครับ ผมอยากจะฝากในบางเรื่องไว้ ในเรื่องของสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ท่านประธานครับ โลกเราทุกวันนี้เราควร จะเปลี่ยนทิศทางจากเกษตรกรรมหรือว่าสินค้าเกษตรที่ราคาถูกนะครับ เปลี่ยนเป็นสินค้าเกษตร ที่มีราคาแพงขึ้น สินค้าเกษตรที่ไม่ทําลายสิ่งแวดล้อม ปลอดสารพิษ แล้วก็ปัจจุบันนี้เราก็มี มาตรฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานของ มกอช. หรือมาตรฐานแก๊ป (GAP) ซึ่งเป็นตัวที่จะ กําหนดว่าสินค้าที่จะส่งออกผ่านไปยังประเทศต่าง ๆ จะต้องมีมาตรฐานสินค้าเหล่านี้ เพราะว่าความมั่นใจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกก็จะขึ้นกับมาตรฐานที่เราได้วางไว้ เพราะฉะนั้นเราก็ได้อภิปรายกันหลายครั้งในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่เราได้มี โอกาสได้พูดคุยกันแล้วก็ได้มีความคิดที่หลากหลาย ได้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ มากมายให้กับ รัฐบาล ก็ดีบ้างไม่ดีบ้างก็แล้วแต่มุมมองแล้วก็แนวทาง แต่ว่าสิ่งนั้นผมเชื่อว่าในข้อเสนอแนะ ที่ดีรัฐบาลสามารถนําไปปฏิบัติได้และจะเกิดผลประโยชน์แน่นอน

ท่านประธานครับ ในเรื่องของนอกจากสินค้าเกษตรปลอดสารพิษแล้ว สินค้าเกษตรที่ไม่ทําลายสิ่งแวดล้อมและเป็นทิศทางของโลกในทุกวันนี้ที่จะมุ่งไป นอกเหนือจากนั้น ผมอยากจะฝากอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องจีเอ็มโอ (GMO) จีเอ็มโอนะครับท่านประธาน ผมเชื่อว่า สิ่งนี้จําเป็นในอนาคตแต่ต้องมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ และประเทศแอฟริกาใต้ เป็นประเทศหนึ่งที่มีการพัฒนาความรู้ทางวิชาการ ความรู้ทางเทคโนโลยีชีวภาพ ตรงนี้เป็นประโยชน์ ต่อประเทศไทยที่จะแลกเปลี่ยน เรามีความเชื่อว่าในปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศ เช่น จีเอ็มโอ เรื่องมะละกอ ก็ได้ทํามา คนในรัฐฮาวายของประเทศสหรัฐอเมริกาได้บริโภคมะละกอ ที่มีจีเอ็มโอ ๒๐ กว่าปีแล้วครับ เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องเริ่มต้น ซึ่งเราเริ่มต้นไปแล้ว เราอาจจะต้องมีความมั่นใจเพราะทิศทางวันข้างหน้าเราจะสูญเสียโอกาสถ้าหากว่าเราพัฒนา ทางด้านนี้ช้า ก็อยากจะฝากตรงนี้ไว้นะครับ ท่านประธานครับ ในปี ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ประเทศแอฟริกาใต้มีจีดีพีเพิ่มขึ้น ๕.๗ เปอร์เซ็นต์ ลดจากปี ๒๕๕๑ ไป ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่จีดีพีลดลงแต่สินค้าเกษตรกลับเพิ่มขึ้น ๒๖.๔๕ เปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรมการเกษตร มีสัดส่วนถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ท่านประธานครับ จากมูลค่าของสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น เป็นตัวแก้ปัญหาของภาคบริการ เพราะฉะนั้นกรณีที่ภาคบริการหรือว่าการเงินตกต่ําทั่วโลก จากปัญหาเรื่องของการอุ้มตลาดเงินและตลาดทุนตรงนี้อย่าเห็นว่าประเทศของทวีปอเมริกาใต้ ยังเดินหน้าต่อไปได้ด้วยภาคการเกษตร ผมอยากจะฝากตรงนี้ไว้เป็นข้อสังเกต ขอบคุณครับ