ศุภชัย โพธิ์สุ แถลงการร่วมมือไทย-แอฟริกาใต้ในด้านการเกษตร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการส่งเสริมการค้า โดยจะดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ และตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อประเมินผลการดำเนินงาน รวมทั้งการเสนอข้อเสนอโครงการเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงในอนาคต และการแก้ไขปัญหาหรือข้อขัดแย้งต่าง ๆ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปิดตลาดสินค้าเกษตรภายใต้กรอบข้อตกลงเพื่อให้เกิดความเข้าใจในปัญหาด้านเทคนิคการเกษตร เช่น มาตรฐาน การตรวจสอบและคุณภาพ ให้ได้มาตรฐานที่เท่าเทียมกัน เพื่อลดขั้นตอนและความรวดเร็วในการดำเนินการต่อสินค้าเกษตรนําเข้าของไทยด้วย
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้ทั้ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์นั้นติดประชุมคณะรัฐมนตรีอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กระผมนําบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร เพื่อมานําเสนอต่อที่ประชุม รัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ บันทึกความเข้าใจ ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรนั้นผมอยากจะสรุปสาระสําคัญย่อ ๆ ให้ท่านสมาชิก รัฐสภาผู้ทรงเกียรติได้รับทราบดังต่อไปนี้
วัตถุประสงค์ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การเสริมสร้างสมรรถนะและการค้าในด้านการเกษตร และในสาขา ที่เกี่ยวข้องระหว่างคู่ภาคี โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติต่อความร่วมมือในสาขาอื่น ๆ ซึ่งอาจมีการพิจารณาในอนาคตต่อไป
ขอบเขตความร่วมมือ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีขอบเขตความร่วมมือ เกี่ยวกับทางด้านการเกษตรซึ่งรวมทั้งสัตว์ ประมง และพืช รวมถึงการส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตร การจัดการและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพด้านการเกษตร การส่งเสริม ความร่วมมือและการประสานกันในองค์การระหว่างประเทศและองค์การระดับภูมิภาค และด้านอื่น ๆ ซึ่งเห็นชอบร่วมกันระหว่างคู่ภาคี
รูปแบบของความร่วมมือ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะมีความหลากหลาย โดยจะมีการฝึกอบรม การสัมมนา การดูงาน การแลกเปลี่ยนนักวิชาการและนักวิจัย และการวิจัยร่วมด้านการเกษตร รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และ ทางวิชาการเป็นหลัก
การดําเนินการตามบันทึกความเข้าใจ ก็จะมีการตั้งคณะทํางานร่วมกัน ด้านการเกษตร มีการจัดตั้งขึ้นโดยมีผู้แทนของคู่ภาคีร่วมเป็นคณะทํางานของทั้ง ๒ ฝ่าย เพื่อการดําเนินการตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ซึ่งคณะทํางานจะรับผิดชอบในการ ประเมินผลการดําเนินงานตามโครงการในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ การเสนอข้อเสนอ โครงการเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงในอนาคต รวมทั้งให้คําแนะนําที่เป็นไปได้ในการ แก้ปัญหาหรือข้อขัดแย้งต่าง ๆ
สําหรับข้อผูกพันทางการเงิน บันทึกความเข้าใจฉบับนี้แต่ละภาคี จะรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของคณะผู้แทนและ เจ้าหน้าที่ของตนเองที่เกิดจากการดําเนินการตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงการ ประชุมคณะทํางานร่วมด้านการเกษตรด้วย ภาคีที่เป็นเจ้าภาพจะอํานวยความสะดวกการ เดินทางภายในประเทศของคณะผู้มาเยือน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านเลขานุการและพิธีการ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมในการดําเนินการตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้
การมีผลบังคับใช้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับนับจากวันที่มีการ ลงนามเป็นระยะเวลา ๕ ปีและหลังจากนั้นก็จะขยายอายุโดยอัตโนมัติอีกครั้งละ ๕ ปี แต่อาจจะสิ้นสุดโดยภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ ล่วงหน้า ๓ เดือนก่อนบันทึกความเข้าใจจะสิ้นสุดลง
หากถามว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากบันทึกฉบับนี้ อยากจะเรียนที่ประชุม ให้ทราบว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากการที่ประเทศไทยจัดทําบันทึกความเข้าใจกับประเทศ แอฟริกาใต้นั้นมีอยู่ประมาณ ๔-๕ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการเกษตร โดยประเทศแอฟริกาใต้มีความก้าวหน้าในการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตร เช่น ข้าวโพด ส้ม องุ่น ไวน์ (Wine) และผลิตภัณฑ์ประมง ซึ่งประเทศแอฟริกาใต้มีมาตรการ ในการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยคุณภาพของสัตว์น้ําและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ํา ที่ได้มาตรฐาน
ประเด็นที่ ๒ ผลักดันและอํานวยความสะดวกการเปิดตลาดสินค้าเกษตร ภายใต้กรอบข้อตกลงเพื่อให้เกิดความเข้าใจในปัญหาด้านเทคนิคการเกษตร เช่น มาตรฐาน การตรวจสอบและคุณภาพให้ได้มาตรฐานที่เท่าเทียมกัน ส่งผลให้เกิดการลดขั้นตอน และความรวดเร็วในการดําเนินการต่อสินค้าเกษตรนําเข้าของไทยด้วย
ประเด็นที่ ๓ ปกป้องตลาดสินค้าเกษตรและการเกษตร โดยใช้กรอบ ความตกลงในการคุ้มครองสุขอนามัยพืชและสุขอนามัยสัตว์ในระดับที่เหมาะสม และความมั่นคงทางอาหาร จากการนําเข้าสินค้าเกษตรของประเทศแอฟริกาใต้
ประเด็นที่ ๔ เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีกับประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นประเทศแรกในทวีปแอฟริกาในการจัดทําเอ็มโอยูร่วมกัน ซึ่งเป็นประตูในการสร้าง พันธมิตรด้านการเกษตรไปสู่ประเทศต่าง ๆ ในทวีปแอฟริกา และเป็นการสร้างฐานเสียง สนับสนุนของฝ่ายไทยในเวทีการเจรจาต่าง ๆ ด้วย
ประเด็นที่ ๕ จะเป็นการสร้างโอกาสในการลงทุนด้านการเกษตรและ อุตสาหกรรมการเกษตรในประเทศแอฟริกาใต้ให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยจะถือว่า เป็นประตูที่สําคัญสําหรับสินค้าเกษตรของประเทศไทยไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค แอฟริกาใต้โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มทั้ง ๑๓ ประเทศได้แก่ ประเทศแองโกลา ประเทศบอตวาน่า ประเทศเลโซโท ประเทศมาลาวี ประเทศมอริเซียส ประเทศโมซัมบิก ประเทศนามิเบีย ประเทศสวาซิแลนด์ ประเทศแทนซาเนีย ประเทศแซมเบีย ประเทศซิมบับเว สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และประเทศเซเชลส์
ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือสาระสรุปสั้น ๆ ที่ได้นําเสนอที่ประชุมรัฐสภา แห่งนี้เพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบในโอกาส ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ